ลดโอกาสขาดทุนหนัก...เลือก ‘กองหุ้น’ ที่มีค่า S.D. ต่ำ!!!

โดยปกตินักลงทุนส่วนใหญ่จะให้ความสนใจในเรื่องของ ‘ผลตอบแทน’ เป็นสำคัญ แต่ในอีกด้านของเหรียญก็เป็นเรื่องของ ‘ความเสี่ยง’ ที่เป็นของคู่กัน

           

ด้วยการมองผ่านผลการดำเนินงานของ “กองหุ้นไทย” แบบ Percentile ในรอบ 3 ปี ที่ผ่านมานั้น (ข้อมูล ณ 31 ส.ค. 20) พบว่า กองหุ้นไทยมี ‘ความผันผวน’ หรือ ‘ความเสี่ยง (S.D.)’ อยู่ที่ 17.61-24.67% ต่อปี ในขณะที่ ‘ผลตอบแทน’ อยู่ที่ -4.85% ถึง -2.76% ต่อปี

           

จะเห็นว่าในช่วง 3 ปี ที่ผ่านมา “กองหุ้นไทย” มีความผันผวนสูง ในขณะที่ผลตอบแทนที่ทำได้นั้นกลับต่ำจนน่าใจหาย

           

วันนี้ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย

 

“กอง ONE-ACT70LTF” แชมป์ผันผวนต่ำสุดรอบ 3 ปี โชว์ค่า S.D. 11.36%

         

ผลตอบแทนแบบ Percentile นั้น เป็นเหมือนการนำคะแนนของกองทุน ‘ประเภทเดียวกัน’ มาเรียงกันโดยเรียง ‘ผลตอบแทน’ จากสูงสุดไปต่ำสุด และเรียงค่า ‘ความเสี่ยง (Standard Deviation  : S.D.)’ จากต่ำสุดไปสูงสุด เพราะความเสี่ยงต่ำถือว่าดี ก็อยู่บนนั่นเอง โดยตัดเกรดกันที่ Percentile ที่5, Percentile ที่25, Percentile ที่50, Percentile ที่ 75 และPercentile ที่ 95

 

           

“ถ้าเปรียบเหมือนการทำข้อสอบ ค่าเฉลี่ยของห้องก็คือ Percentile ที่50 สูงกว่าขึ้นไปถือว่าดีกว่าค่าเฉลี่ยของห้อง ต่ำกว่าลงมาก็แพ้ค่าเฉลี่ยของหุ้นในแง่ของ ‘ผลตอบแทน’ แต่ถ้าเป็นในแง่ของ ‘ความเสี่ยง’ ก็เช่นกัน สูงขึ้นไปแสดงว่าความเสี่ยงต่ำกว่าค่าเฉลี่ย หากต่ำลงมาก็แสดงว่าความเสี่ยงสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม”

 

           

หากมองในแง่ของความผันผวนหรือ ‘ความเสี่ยง (S.D.)’ ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมานั้น กลุ่ม ‘กองหุ้นใหญ่’ มีความเสี่ยงต่ำสุด 17.61% ต่อปี (ผลตอบแทน -4.60% ต่อปี) ตามมาด้วย ‘กองหุ้นทั่วไป’ 17.83% ต่อปี (ผลตอบแทน -4.85% ต่อปี), ‘กองดัชนี SET50’ 18.36% ต่อปี (ผลตอบแทน -4.50% ต่อปี) และ ‘กองหุ้นขนาดกลาง-เล็ก’ 24.67% ต่อปี (ผลตอบแทน -2.76% ต่อปี) ตามลำดับ

 

 

‘ค่าความเสี่ยง (S.D.)’ หรือความผันผวนนี้เป็นช่วงการแกว่งตัวของผลตอบแทน ตัวอย่าง กองหุ้นใหญ่มี S.D. ย้อนหลัง 3 ปี เท่ากับ 17.61% ต่อปี และมีผลตอบแทนย้อนหลัง 3 ปีอยู่ที่ -4.60% ต่อปี หมายความว่า นักลงทุนที่ลงทุนอยู่ในกองทุนนี้มีโอกาสได้รับผลตอบแทนอยู่ระหว่าง -22.21% ต่อปี (= (4.60%) - 17.61%) ถึง 13.01% ต่อปี (= (4.60%) + 17.61%) นั่นเอง แต่การแกว่งตัวนี้ก็มีโอกาสที่อาจจะขาดทุนได้มากกว่าหรือได้กำไรได้มากกว่าช่วงของผลตอบแทนได้เช่นเดียวกัน”

 

        

 

สำหรับกองทุนที่มีค่าความผันผวน หรือ ‘ค่าความเสี่ยง (S.D.)’ ต่ำสุดในรอบ 3 ปี ของแต่ละกลุ่ม ได้แก่

 

1.กองทุนเปิดธนชาตหุ้นปันผล (T-DIV2) ของ “บลจ.นชาต” อยู่ในกลุ่ม ‘กองหุ้นใหญ่’ มีค่า S.D. 14.75%

2.กองทุนเปิดวรรณ แอนไท คอรัปชั่น 70 หุ้นระยะยาว (ONE-ACT70LTF) ของ “บลจ.วรรณ” อยู่ในกลุ่ม ‘กองหุ้นทั่วไป’ มีค่า S.D. 11.36%

3.กองทุนเปิดบัวหลวง Small-Mid Cap เพื่อการเลี้ยงชีพ (B-SM-RMF) ของ “บลจ.บัวหลวง” ในกลุ่ม ‘กองหุ้นขนาดกลาง-เล็ก’ มีค่า S.D. 21.96%

4.กองทุนเปิด KTAM SET50 ETF Tracker (ESET50) ของ “บลจ.กรุงไทย” ในกลุ่ม ‘กองดัชนีSET50’ มีค่า S.D. 15.14%

           

 

“ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา จะพบว่า “กองหุ้นไทย” มีความผันผวนหรือ ‘ค่าความเสี่ยง (S.D.)’ ที่สูง ในขณะที่ ‘ผลตอบแทน’ ที่ทำได้กลับต่ำ การพิจารณากระจายการลงทุนไปในหุ้นต่างประเทศก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ หรือใครที่รับความเสี่ยงได้น้อยก็ควรเลือกกองทุนที่มีความผันผวนต่ำเพื่อลดโอกาสที่จะเกิดผลขาดทุนให้กับพอร์ตหุ้นของตัวเองในภาพรวมนั่นเอง”

Share: