“บลจ.กสิกรไทย”...ปันผล-ลดทุน ‘3 กองอสังหาฯ-อินฟราฟันด์’ กว่า 90 ล้านบาท

 

“บลจ.กสิกรไทย”...ปลื้ม ‘3 กองอสังหาฯ-อินฟราฟันด์’ ผลงานดีฝ่าวิกฤติ COVID-19 ย้ำผลกระทบน้อย เพราะปัจจัยพื้นฐานยังแข็งแกร่ง เตรียมปันผล-ลดทุนทั้ง 3 กอง รวมกันกว่า 90 ล้านบาท

 

นายวิทวัส อัจฉริยวนิช รองกรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมจ่ายเงินปันผลและลดทุนจดทะเบียนสำหรับกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน จำนวน 3 กองทุน โดยจ่ายปันผล ‘กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เคพีเอ็น (KPNPF)’ สำหรับรอบผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. - 30 มิ.ย. 20 ในอัตรา 0.0900 บาทต่อหน่วย และจ่ายปันผลพร้อมลดทุนจดทะเบียน ‘กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา (CTARAF)’ สำหรับรอบผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. - 30 มิ.ย. 20 ซึ่งจะจ่ายปันผลในอัตรา 0.0805 บาทต่อหน่วย และลดทุนในอัตรา 0.0455 บาทต่อหน่วย

 

นอกจากนี้ยังจ่ายปันผลพร้อมลดทุนจดทะเบียน ‘กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้าอมตะ บี.กริม เพาเวอร์ (ABPIF)’ สำหรับรอบผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 30 มิ.ย. 20 ซึ่งจะจ่ายปันผลในอัตรา 0.0913 บาทต่อหน่วย และลดทุนในอัตรา 0.5400 บาทต่อหน่วย

 

          

วิทวัส อัจฉริยวนิช

 

“ทั้งนี้ ‘กอง KPNPF’ และ  ‘กอง CTARAF’ มีกำหนดจ่ายปันผลในวันที่ 18 ก.ย. 20 ส่วน ‘กอง ABPIF’ มีกำหนดจ่ายปันผลในวันที่ 28 ก.ย. 20 รวมมูลค่าทั้งสิ้น 96.74 ล้านบาท”

 

นายวิทวัส ยังกล่าวต่อไปว่า ‘กอง KPNPF’ มีนโยบายลงทุนในกรรมสิทธิ์ที่ดิน อาคารสำนักงาน รวมถึงระบบสาธารณูปโภคในโครงการอาคารเคพีเอ็น ทาวเวอร์ ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพ และมีการคมนาคมที่สะดวก อีกทั้งยังได้รับอานิสงส์จากแผนก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2023 ประกอบกับอัตราค่าเช่าอยู่ในระดับที่ไม่สูงมาก ทำให้สามารถหาผู้เช่าเพิ่มและปรับอัตราค่าเช่าเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต อย่างไรก็ดี จากสถานการณ์ COVID-19 ในช่วงที่ผ่านมา กองทุนไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากยังสามารถรักษาฐานผู้เช่าเดิมไว้ได้ ทั้งนี้ นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อปี 2013 กองทุนมีการจ่ายปันผลรวมแล้วทั้งสิ้น 29 ครั้ง เป็นเงิน 3.5360 บาทต่อหน่วย หรือ คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) เฉลี่ยอยู่ที่ 4.92% ต่อปี

 

สำหรับ ‘กอง CTARAF’ มีนโยบายลงทุนในสิทธิการเช่าที่ดินและอาคาร รวมถึงระบบสาธารณูปโภคของโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท สมุย ซึ่งเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว ตั้งอยู่บนหาดเฉวง เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยในปัจจุบันโรงแรมอยู่ระหว่างปิดปรับปรุง จึงไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 เนื่องจากยังคงมีรายได้ค่าเช่าจาก ‘บจ.เซ็นทรัลสมุยโฮเต็ลแมนเนจเม้นท์’ ตามสัญญาการเช่าช่วงครบถ้วน ทั้งนี้ นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อปี 2008 กองทุนมีการจ่ายปันผลรวมแล้วทั้งสิ้น 41 ครั้ง รวมเป็นเงินอัตรา 6.3532 บาทต่อหน่วย และลดทุนจดทะเบียนทั้งสิ้น 13 ครั้ง รวมเป็นเงินอัตรา 0.8276 บาทต่อหน่วย หรือ คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลและลดทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 5.83% ต่อปี

 

นายวิทวัส กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของ ‘กอง ABPIF’ เป็นการลงทุนในสัญญาโอนผลประโยชน์จากการประกอบกิจการไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าอมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 2 ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ.ชลบุรี ที่มีรายได้หลักมาจากการทำสัญญาระยะยาวในการจำหน่ายกระแสไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ซึ่งสัญญาโอนผลประโยชน์ของโรงไฟฟ้าอมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 2 จะมีอายุคงเหลือจนถึงปี 2022 อย่างไรก็ดีจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ถึงแม้จะส่งผลกระทบต่อการผลิตและการใช้ไฟฟ้าของบางโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร แต่โดยภาพรวมของโรงไฟฟ้าอมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 2 ยังคงสามารถขายกระแสไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ตามปกติ

 

“ทั้งนี้นับตั้งแต่จัดตั้ง ‘กอง ABPIF’ เมื่อปี 2013 กองทุนมีการจ่ายปันผลรวมแล้วทั้งสิ้น 14 ครั้ง รวมเป็นเงินอัตรา 4.4403 บาทต่อหน่วย หรือ คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) เฉลี่ยอยู่ที่ 11.1% ต่อปี นอกจากนี้ กองทุนยังได้มีการลดทุนควบคู่กับการจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอ โดยรวมเงินปันผลและลดทุนเท่ากับ 11.8163 บาทต่อหน่วย”

 

Share: