หุ้นฉลากฟิล์มสินค้า SFT พร้อมเทรด mai เร่งขยายโรงงานรับดีมานด์ฉลากเพิ่ม

Highlight

  • บมจ.ชริ้งเฟล็กซ์(ประเทศไทย) เป็นบริษัทผู้ผลิตฉลากฟิล์มหดรัดรูป โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มที่มีสัดส่วน 80% ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่เป็น Big Company

  • รายได้รวมในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (ช่วง Covid-19) เติบโตขึ้น 05% YoY จากกลุ่มฉลากสินค้าซอสปรุงอาหาร เป็นผลจากการปรับตัวของผู้บริโภคช่วง Work from Home

  • เตรียมเสนอขาย IPO จำนวนไม่เกิน 120 ล้านหุ้น เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ 

  • เริ่มโรดโชว์ให้ข้อมูลนักลงทุนสถาบันได้ในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งจะพิจารณารูปแบบการโรดโชว์ตามความเหมาะสมในช่วงที่ Covid-19 ยังระบาด เช่น โรดโชว์ในรูปแบบออนไลน์

 

นายคมกฤต มีคำสัตย์ กรรมการผู้จัดการ สายงานตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ อาร์ เอช บี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SFT กล่าวว่า ปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้นับหนึ่งแบบไฟลิ่ง บมจ.ชริ้งเฟล็กซ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยข้อมูลของบริษัท มีทุนจดทะเบียนจำนวน 220 ล้านบาท แบ่งเป็น 440 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท โดยเป็นทุนที่ออกและเรียกชำระแล้วจำนวน 160 ล้านบาท และจะเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 120 ล้านหุ้น คิดเป็น 27.27% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท โดยเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นไอพีโอ จะนำลงทุนก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 2 ลงทุนซื้อเครื่องจักร เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต และชำระเงินกู้สถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน  


นายซุง ชง ทอย ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SFT เปิดเผยว่า การดำเนินธุรกิจของบริษัท แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ 1.ธุรกิจผลิตภัณฑ์ฉลากฟิล์มหดรัดรูป และ 2.ธุรกิจผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น กลุ่มแม่พิมพ์ (Printing Cylinder) โดยในประเทศไทย SFT ถือเป็นหนึ่งในผู้นำที่ให้บริการฉลากฟิล์มหดรัดรูปครบวงจร มีฐานลูกค้าหลักรายใหญ่ เช่น บริษัท โออิชิ เทรดดิ้ง จำกัด,บมจ.อิชิตัน กรุ๊ป, บมจ.ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง, บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ, บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด เป็นต้น แม้ว่าส่วนแบ่งทางการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) ยังไม่มีไม่มากนัก ซึ่งสัดส่วนกำลังการผลิตของ SFT อยู่ที่ประมาณ 2,000 ตันต่อปี เมื่อเทียบกับตลาดรวมในอุตสาหกรรมที่มีกำลังการผลิตรวม 8,000 ตันต่อปี


เป้าหมายการเติบโตของบริษัทหลังจากเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ คือ เป็นผู้นำการให้บริการผลิตภัณฑ์ฉลากฟิล์มหดรัดรูป ( Labeling Solutions) ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเบื้องต้นประเมินว่าการเติบโตจากลูกค้าในไทย จะโตได้อย่างน้อย 10% ต่อปี ในช่วง 6-7 ปีหลังจากนี้ โดยดำเนินกลยุทธ์จากจุดแข็งของบริษัท หรือ Five Force Model มี 5 ด้านสำคัญคือ การแข่งขัน ลูกค้า ซัพพลายเออร์ สินค้าทดแทน และผู้แข่งรายใหม่


นางรสสุคนธ์ ศานติกุลวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SFT กล่าวว่า ในด้านผลประกอบการและสถานะการเงินของบริษัทเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงวิกฤติ Covid-19 หรือในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ผลประกอบการของบริษัทเติบโตดีขึ้น มีรายได้รวม 330.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.05% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) ที่มีรายได้รวม 294.95 ล้านบาทและมีกำไรจากการดำเนินงาน 49.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวของปีก่อนที่ทำได้ 43.40 ล้านบาท


“ในช่วง Covid-19 ที่ผ่านมา รายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้น 12.05% จากกลุ่มสินค้าฉลากเครื่องปรุงอาหาร ซอสปรุงอาหาร หรือน้ำกะทิต่างๆ เป็นผลมาจากการปรับตัวของผู้บริโภคในยุคนิวนอมอล ที่หันมาทำอาหารในบ้านมากขึ้น และอีกกลุ่มที่มียอดเติบโตดีคือ กลุ่มสินค้าทำความสะอาดบ้าน จากความต้องการดังกล่าวจึงทำให้ผลประกอบการของ SFT ในช่วงวิกฤติโตดีขึ้น” นางรสสุคนธ์กล่าว


สัดส่วนลูกค้าอยู่ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม คิดเป็น 80% ของฐานลูกค้าทั้งหมด โดยบริษัทมียอดสั่งผลิตฉลากฟิล์มหดรัดรูปเพิ่มขึ้นตามปริมาณความต้องการสินค้าที่สูงขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่บริษัทสามารถรักษาระดับราคาวัตถุดิบ การติดต่อซัพพลายเออร์ ทำให้รักษาอัตราการเติบโตของรายได้และกำไรสุทธิได้อย่างต่อเนื่อง


ทั้งนี้สำหรับนักลงทุนที่ติดตามหรือสนใจหุ้น SFT บริษัทมีแผนเริ่มโรดโชว์ให้ข้อมูลนักลงทุนสถาบันได้ในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งจะพิจารณารูปแบบการโรดโชว์ตามความเหมาะสมในช่วงที่ Covid-19 ยังระบาด เช่น โรดโชว์ในรูปแบบออนไลน์

Share: