อีกทางเลือกลุย ‘หุ้นจีน’ ...ด้วย ‘เงินลงทุนขั้นต่ำ’ เพียง 1 บาท!!!

“ตลาดหุ้นจีน” หนึ่งตลาดหุ้นไม่กี่ประเทศที่นักลงทุนได้ให้ความสนใจในระดับหนึ่ง ด้วยความแข็งแกร่งทางด้านเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะเป็นประเทศแรกที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของ ‘ไวรัส COVID-19’


แต่อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนทั้งหลายคนหันมามอง “ตลาดหุ้นจีน” นั้น คงไม่พ้นประเด็นในเรื่องที่เป็นเศรษฐกิจที่มีการเติบโตสูงของโลก ตลาดหุ้น A-Share เองก็มีหุ้นที่เป็น ‘New Economy’ อยู่มากมายแล้วก็ปรับตัวขึ้นร้อนแรงไม่แพ้ NASDAQ ของสหรัฐในช่วงที่ผ่านมาเช่นกัน


สำหรับนักลงทุนที่สนใจจะติดปีกเงินบาทไปลงทุนใน “ตลาดหุ้นจีน” ในปัจจุบันสามารถเริ่มต้นลงทุนด้วยเงินเริ่มทุนเริ่มแรกแค่ ‘1 บาท’ เท่านั้น ก็สามารถจะไปลงทุนได้แล้ว


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้รวบรวมข้อมูล ‘เงินลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก’ ของกองหุ้นจีนทั้ง 49 กอง ในอุตสาหกรรมมาฝากกัน

 

 

3 บลจ.ไทย”...พาลุยตลาดหุ้นจีน 14 กอง ด้วยเงิน ‘ขั้นต่ำเพียง 1บาท

ย้อนกลับไปในอดีตบลจ.แห่งแรกที่มีการพัฒนาระบบเพื่อให้กองทุนรวมกลายเป็นเครื่องมือที่นักลงทุนรายย่อยสามารถเข้าถึงได้อย่างแท้จริง ด้วยเงินลงทุนไม่มากเริ่มต้นกัน ‘ขั้นต่ำเพียง 1 บาท’ ก็ต้องยกให้กับ “บลจ.ทหารไทย” ด้วยมุมมองของ “โชติกา สวนานนท์” อดีตผู้บริหารบลจ.แห่งนี้ที่วางเอาไว้ และเมื่อ “บลจ.Eastspring” ซื้อ ‘บลจ.ธนชาต’ ไป ทางผู้บริหารก็ส่งสัญญาณชัดเจนว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเห็นการซื้อขั้นต่ำ 1 บาท ในฝั่งบลจ.ธนชาตได้เช่นกัน


มาถึงยุคปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและมุมมอของผู้บริหารอย่าง “ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย”ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ จำกัด คนปัจจุบัน ก็ต้องการสนับสนุนให้ผู้ลงทุนซึ่งมีฐานเงินฝากหรือมีการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเป็นสัดส่วนที่สูง ได้มีการกระจายการลงทุนมาสู่สินทรัพย์เสี่ยงเพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นในระยะยาว โดยคัดเลือกบางกองทุนมาส่งเสริมด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำของการลงทุนขั้นแรกเพียง “1 บาท” ก็สามารถลงทุนได้เช่นกัน


“แต่ไม่ใช่ทุกบลจ.ที่จะลงมาทำขั้นต่ำในการซื้อครั้งแรกที่ 1 บาท ทั้งหมด ตรงนี้พอเข้าใจได้เพราะการซื้อขายและการบริหารจัดการกองทุนต่างๆ เองก็มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเช่นกัน ระดับของการซื้อครั้งแรกที่ถือว่าต่ำในอุตสาหกรรมกองทุนก็ขึ้นกับประเภทกองทุนด้วย หลักร้อยบาทก็มี หลักพันบาทก็มี ไปจนถึงหลักหมื่นบาท อย่างไรก็ตามก็ถือว่านักลงทุนที่สนใจก็มีทางเลือกที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง โดยไปปรับกลยุทธ์ของการซื้อครั้งถัดไปเอาไวแทน เช่น ไม่กำหนดขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป หรือซื้อครั้งถัดไปในเงินลงทุนที่ลดลง เป็นต้น ซึ่งนักลงทุนต้องศึกษาในหนังสือชี้ชวนของแต่ละกองทุนด้วย”


สำหรับ “กองหุ้นจีน” ที่ใช้เงินลงทุนขั้นต่ำครั้งแรกอยู่ที่เพียง 1 บาท  มีทั้งหมด 14 กอง จาก 3 บลจ. ได้แก่ กองทุนเปิดทหารไทย China Equity Index(TMBCHEQ), กองทุนเปิดทหารไทย China Opportunity(TMBCOF), กองทุนเปิดทหารไทย China Opportunity เพื่อการเลี้ยงชีพ(TMBCORMF), กองทุนเปิดทีเอ็มบี อีสท์สปริง China A Active(TMB-ES-CHINA-A), กองทุนเปิดธนชาต อีสท์สปริง China A Active(T-ES-CHINA A)


กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นจีนเอแชร์(SCBCHA), กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นจีนเอแชร์ (ชนิดผู้ลงทุนกลุ่ม/บุคคล)(SCBCHAP), กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นจีนเอแชร์ (ชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์) (SCBCHAE), กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ออล ไชน่า อิควิตี้ (ชนิดผู้ลงทุนกลุ่ม/บุคคล)    (SCBCHEQP), กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นจีน (ชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์) (SCBCEE), กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นจีน (ชนิดผู้ลงทุนกลุ่ม/บุคคล)(SCBCEP), กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นจีน THB เฮ็ดจ์(SCBCEH), กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นจีน THB เฮ็ดจ์ (ชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์) (SCBCEHE) และกองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นจีน THB เฮ็ดจ์ (ชนิดผู้ลงทุนกลุ่ม/บุคคล)(SCBCEHP)

 

 

มี “เงินหลักร้อย”...ก็ยังตัวเลือกลงทุนหุ้นจีนได้ด้วย 7 กองทุน

รองลงมาเงินที่ใช้ลงทุน ‘ขั้นต่ำครั้งแรกอยู่ที่ 500 บาท’ ซึ่งมีทั้งหมด 7 กอง ประกอบไปด้วย กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ออล ไชน่า อิควิตี้ ฟันด์ (UCHINA), กองทุนเปิด แอล เอช อิควิตี้ ไชน่า ออพพอร์ทูนิตี้ ชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (LHCHINA-E), กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นจีน (B-CHINE-EQ), กองทุนเปิดเค ไชน่า คอนโทรล โวลาติลิตี้ (K-CCTV), กองทุนเปิดเค ไชน่า หุ้นทุน (K-CHINA), กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นจีน
(K-CHX)และกองทุนเปิดเคแทม ไชน่า อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ (KT-CHINA RMF)

 

 

“10 กองหุ้นจีน”...ลงขั้นต่ำด้วยเงิน 1,000 บาท

ลำดับถัดมาเป็นการเพิ่ม ‘เงินลงทุนขั้นต่ำครั้งแรกเป็น 1,000 บาท’ เพื่อเพิ่มความหลากหลายหรือสไตล์การลงทุนซึ่งมีทั้งหมด 10 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า A-Shares อิควิตี้ (TISCOCHA), กองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า H-Shares อิควิตี้ (TISCOCH), กองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า H-Shares อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ (TCHRMF), กองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า เทคโนโลยี อิควิตี้ (TCHTECH), กองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า สตาร์ พลัส (TCHSTARP)


กองทุนเปิดเคแทม ไชน่า อิควิตี้ ฟันด์ ชนิดสะสมมูลค่า (KT-CHINA-A), กองทุนเปิดเคแทม ไชน่า เอแชร์ อิควิตี้ ฟันด์ ชนิดสะสมมูลค่า (KT-Ashares-A), กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ออล ไชน่า อิควิตี้ ชนิดสะสมมูลค่า (SCBCHEQA), กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นจีน (SCBCE) และกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี ไชน่า อิควิตี้ (MCHINA)

 

 

“เงิน 2,000 บาท”...กับตัวเลือกลงทุนหุ้นถึง ‘6 กองทุน

สำหรับเงินลงทุนขั้นต่ำหลักพันในระดับต่อมาหรือในจำนวนที่ ‘2,000 บาท’ มีจำนวนกองทุนทั้งหมด 6 กอง ประกอบไปด้วย กองทุนเปิด เกรธเธอร์ ไชน่า (GC), กองทุนเปิด วรรณ ออล ไชน่า อิควิตี้ หน่วยลงทุนชนิดเพื่อการออม แบบไม่จ่ายเงินปันผล (ONE-ALLCHINA-ASSF)


กองทุนเปิดกรุงศรีเกรทเทอร์ไชน่าอิควิตี้เฮดจ์ปันผล (KF-HCHINAD), กองทุนเปิดกรุงศรีเกรทเทอร์ไชน่าอิควิตี้เฮดจ์เอฟเอ็กซ์เพื่อการเลี้ยงชีพ (KFCHINARMF), กองทุนเปิดกรุงศรีไชน่าอิควิตี้ (KF-CHINA) และกองทุนเปิดกรุงศรีไชน่าเอแชร์อิควิตี้ ชนิดสะสมมูลค่า (KFACHINA-A)

 

 

อีกหนึ่งทางเลือกกับ 9 “กองหุ้นจีน”...ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก 5,000 บาท

หนึ่งทางเลือกสุดท้ายในราคาเฉลี่ยหลักพันบาทที่ใช้เงินลงทุนขั้นต่ำหลักพันหรือ ‘5,000 บาท’ มีทั้งหมด 9 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิด วรรณ ออล ไชน่า อิควิตี้ ชนิดไม่จ่ายเงินปันผล สำหรับผู้ลงทุนทั่วไป (ONE-ALLCHINA-RA),กองทุนเปิดวรรณไชน่าออโต้รีเด็มชั่นฟันด์ (ONE-CHINA), กองทุนเปิด แอสเซทพลัส อีโวลูชั่น ไชน่า อิควิตี้ (ASP-EVOCHINA), กองทุนเปิดแอสเซทพลัสเอชเอสไอ (ASP-HSI), กองทุนเปิด แอล เอช อิควิตี้ ไชน่า ออพพอร์ทูนิตี้ ชนิดจ่ายเงินปันผล (LHCHINA-D), กองทุนเปิด แอล เอช อิควิตี้ ไชน่า ออพพอร์ทูนิตี้ ชนิดสะสมมูลค่า(LHCHINA-A)


กองทุนเปิดพรินซิเพิล ไชน่า อิควิตี้ ชนิดสะสมมูลค่า (PRINCIPAL CHEQ-A), กองทุนเปิด อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด ไชน่า เกทเวย์ ฟันด์(ABCG) ,กองทุนเปิด วี ไชน่า โกรท(WE-CHIG)

 

 

ลงทุนหุ้นจีนด้วยเงิน 10,000 บาท...ก็ยังมี ‘3 กองทุน’ ให้เลือก

สุดท้ายกองทุนหุ้นจีนที่ใช้เงิน ‘ขั้นต่ำครั้งแรกอยู่ที่ 10,000 บาท’ นั้น มีทั้งหมด 3 กองทุนประกอบไปด้วย กองทุนเปิดแอสเซทพลัสไชน่า (ASP-CHINA), กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท เกรธเธอร์ ไชน่า (UOBSGC) และกองทุนเปิด แมนูไลฟ์ สเตร็งค์ ไชน่า แวลู เอฟไอเอฟ (MS-CHINA VALUE)


“เงินลงทุนขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณาการลงทุนได้ แต่ปัจจัยหลักคือการเลือกนโยบายกองทุนที่ตอบโจทย์เป้าหมายการเงินของตัวเองและเหมาะกับความสามารถในการรับความเสี่ยงของตัวเองเป็นตัวนำ แต่หากเป็นกองทุนที่มีนโยบายลงทุนไม่แตกต่างกัน หากคุณสามารถเริ่มต้นลงทุนได้ด้วยเงินที่น้อยกว่า สำหรับคนที่อาจมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณก็เป็นอีกทางเลือกที่สามารถเข้ามาเติมเต็มได้เช่นกัน”


พัฒนาการของอุตสาหกรรมกองทุนรวมเองถือว่าพยายามปรับตัวเพื่อให้ ‘ผู้ลงทุน’ สามารถเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น ‘เงินลงทุนขั้นต่ำของการลงทุนครั้งแรก’ ก็เป็นอีกปัจจัยที่ดึงดูดนักลงทุนได้เช่นกัน แม้แต่บลจ.ต่างชาติในอดีตที่เมื่อก่อนมีขั้นต่ำหลักหลายหมื่นบาทก็ยังพยายามปรับลดลงมาสู่หลักพัน แต่บลจ.ส่วนใหญ่คง ‘ไม่ลงไปเล่นถึงหลัก 1 บาท’ สำหรับการซื้อครั้งแรก เพราะระดับ ‘หลักร้อย-หลักพัน’ ก็เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่เข้าถึงได้และบลจ.เองก็ทำธุรกิจได้ด้วยเช่นกัน


“กองทุนถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางให้แก่นักลงทุนที่ต้องการจะเลือกลงทุนในสินทรัพย์บางประเภทแต่ราคาได้ปรับตัวขึ้นสูง ทำให้ในบางครั้งจึงอาจเป็นอุปสรรคแก่การลงทุน ทางเราจึงหวังว่าข้อมูลดังกล่าวจะเป็นประโยชน์หรือช่วยประกอบการตัดสินใจให้แก่นักลงทุนที่สนใจจะลงทุนใน ‘ตลาดหุ้นจีน’ ได้บ้างไม่มากก็น้อย”

Share: