“ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง” ปี 2563

เป็นที่แน่นอนแล้วว่า “ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง” จะเริ่มจัดเก็บครั้งแรกในปี พ.ศ.2563 นี้ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นภาษีที่มาแทนภาษีบำรุงท้องที่ที่เริ่มจัดเก็บมาตั้งแต่ พ.ศ.2508 ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างคือ บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลผู้เป็นเจ้าของที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ห้องชุด หรือครอบครองทรัพย์สินทำประโยชน์ในทรัพย์สินของรัฐ เป็นต้น 


“ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เป็นภาษีที่จัดเก็บโดยองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นของแต่ละพื้นที่ ยกตัวอย่างเช่นในเขตกรุงเทพมหานคร ผู้มีหน้าที่จัดเก็บคือ สำนักงานเขตของแต่ละพื้นที่ แต่ถ้าเป็นต่างจังหวัด หน่วยงานที่มีหน้าที่จัดเก็บคือเทศบาล หรือ อบต. ในพื้นที่นั้นๆ โดยฐานของภาษีฯ นั้นคิดจาก ‘ราคาประเมินทุนทรัพย์’ จากกรมธนารักษ์”

 

 

“อัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง” นี้ คำนวณจากการทำประโยชน์จริงในดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยแบ่งการทำประโยชน์ออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้

  1. บ้านที่อยู่อาศัย หมายถึง การใช้ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างเพื่อ “เป็นที่อยู่อาศัย” ทั้งนี้รวมถึง ห้องชุดสำหรับเช่ารายเดือน และ ธุรกิจหอพักแบบรายเดือน แต่ไม่รวมถึงการพักอาศัยแบบรายวัน หรือ ธุรกิจโรงแรม เป็นต้น



“การจัดเก็บภาษีฯ จากการใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัย จะแบ่งการจัดเก็บเป็น ‘บ้านหลังหลัก’ และ ‘บ้านหลังอื่น’ โดยบ้านหลังหลักหมายถึง บ้านที่เจ้าของบ้านมีชื่อในโฉนดหรือเอกสารสิทธิ์และทะเบียนบ้าน ส่วนบ้านหลังอื่นเป็นบ้านที่เจ้าของบ้านมีชื่อในโฉนดแต่ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน”

  1. เกษตรกรรม หมายถึง การใช้ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างเพื่อ “ประกอบการเกษตร” ตามระเบียบคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ว่าด้วนการขึ้นทะเบียนเกษตรกร พ.ศ. 2560 หรือ กล่าวคือครอบคลุมถึง การทำไร่ ทำนา ปลูกผักผลไม้ ทำสวน เลี้ยงปศุสัตว์ เพาะเลี้ยงแมลง และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ



“สำหรับการทำเกษตรที่ไม่เต็มพื้นที่ เช่น ในพื้นที่ 1 แปลง ใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตร 50% และใช้เป็นที่อยู่อาศัยอีก 50% การเสียภาษีจะเสียภาษีตามสัดส่วนการใช้ประโยชน์ตามพื้นที่ใช้ประโยชน์จริง”

  1. รกร้างว่างเปล่า หมายถึง ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ถูกทิ้งว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ในปีก่อนหน้า โดยยึดวันที่ 1 มกราคม ของทุกปีเป็นหลักในการพิจารณาการใช้ประโยชน์

  2. อื่นๆ หมายถึงการใช้ประโยชน์บนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในลักษณะอื่นๆ ที่ไม่ใช่ข้อ 1 ข้อ 2 และ ข้อ 3 ยกตัวอย่างเช่น ใช้เพื่อประกอบพาณิชกรรม อุตสาหกรรม อาคารสำนักงาน โรงแรม ร้านอาหาร เป็นต้น

 

การแบ่งการใช้ประโยชน์บนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างส่งผลต่ออัตราการจัดเก็บที่แตกต่างกัน โดยอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในแต่ละประเภทแตกต่างกัน ตามตารางด้านล่างนี้

 

 


 


 


 

นอกจากนี้เพื่อ “บรรเทาภาระภาษี” ในช่วงแรก จึงมีการยกเว้นจัดเก็บที่สำคัญสำหรับที่ดินเกษตรกรรมของบุคคลธรรมดา โดยไม่ต้องเสียภาษีนี้ใน 3 ปีแรก และปีที่ 4 เป็นต้นไปยังได้รับยกเว้นมูลค่าของฐานภาษีในแต่ละการเขตการปกครองไม่เกิน 50 ล้านบาทเป็นการถาวร


“และสืบเนื่องจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมาภาครัฐได้มีประกาศลดภาษีนี้สำหรับปี 2563 ในอัตราร้อยละ 90 ของภาษีที่คำนวณได้อีกด้วย เพื่อเป็นการบรรเทาปัญหาทางการเงินและภาระภาษีของประชาชน ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของปี 2563 นี้ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563” (แต่มีการขยายเวลายื่นเสียภาษีออกไป ขึ้นกับแต่ละพื้นที่เป็นผู้กำหนด)


“ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง” นี้เป็นภาษีใหม่อาจจะสร้างความสับสนให้กับประชาชนในช่วงแรก แต่หากมีการจัดทำทะเบียนทรัพย์สินที่เป็นปัจจุบัน ศึกษาความหมายของการใช้ประโยชน์แต่ละประเภทและเข้าใจลักษณะการใช้ประโยชน์ของสินทรัพย์ตัวเอง ก็จะช่วยให้เราสามารถเสียภาษีนี้ได้อย่างถูกต้องและมั่นใจ

 




ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ [email protected],สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ  www.tfpa.or.th

 

Share: