“เพิ่มผลตอบแทน-ลดความเสี่ยง”...ด้วยการกระจายการลงทุนในต่างประเทศ!!!

นักลงทุนในประเทศส่วนใหญ่เน้นลงทุนใน “หุ้นไทย” โดยเฉพาะกลุ่มบุคคลที่มีการวางแผนลดหย่อนภาษีผ่าน ‘กองทุนประหยัดภาษี’ ที่มีนโยบายการลงทุนในหุ้นไทยเป็นหลักซึ่งน่าจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์COVID-19 ที่กระทบสินทรัพย์ลงทุนทั่วโลก จนทำให้หลายคนรู้สึกหวาดกลัวการลงทุนไปเลย แต่เหตุการณ์ในวันนี้ก็จะผ่านไปเหมือนทุกครั้ง ดังนั้นเรามาเตรียมความพร้อมสำหรับการลงทุนในอนาคตกัน


ก่อนอื่นขอนำทุกท่านสำรวจผลตอบแทนจากการลงทุนในต่างประเทศย้อนหลังไปถึงปี ค.ศ. 2009

 

Source: J.P. Morgan, Market Insights, Guide to Markets, Q2 2020, as of 31 March 2020, Page 34

 

จากรูปแสดงข้อมูลผลตอบแทนจากตลาดหุ้นทั่วโลกย้อนหลัง 10 ปีสังเกตได้ว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา(ด้านซ้ายมือ) ไม่มีประเทศหรือภูมิภาคที่สามารถให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาดอื่นได้อย่างต่อเนื่อง ผลตอบแทนของแต่ละประเทศแต่ละภูมิภาค ‘สลับกัน’ ให้ผลตอบแทนสูงสุดอยู่ตลอด ผลตอบแทนสูงสุดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (ด้านขวามือ) อยู่ที่ ‘สหรัฐอเมริกา’ และ ‘ไต้หวัน’


“ดังนั้นหากพอร์ตลงทุนของเรากระจุกอยู่ในประเทศไทยอย่างเดียวคง ‘เสียโอกาส’ ในการลงทุนไม่น้อย หากเรากระจายการลงทุนไปในต่างประเทศเพิ่มเติมนอกจากจะช่วย ‘กระจายความเสี่ยง’ พอร์ตการลงทุนได้แล้ว ยังช่วย ‘เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน’ ได้อีก”


นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาจากโครงสร้างของตลาดหุ้นไทยที่ส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่มีรายได้จากธุรกิจพลังงาน ขาดธุรกิจที่สร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่สามารถสร้างรายได้จากทั่วโลก หากเรามีการกระจายการลงทุนไปต่างประเทศจะทำให้สามารถเข้าถึง ‘สินทรัพย์ลงทุนที่หลากหลาย’ มากขึ้น และไม่พลาดนโยบายการลงทุนที่สำคัญของโลก เช่น กลุ่ม Healthcare, Biotechnology, Global REITS, E-Commerce, Clean Energy เป็นต้น

 

 

ในปัจจุบันนี้ มีช่องทางการลงทุนหุ้นต่างประเทศผ่านกองทุนรวมมากมาย ทำให้การกระจายการลงทุนลงทุนสะดวกขึ้น นอกจากนี้ผู้ลงทุนยังสามารถรับสิทธิลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมหากเลือกลงทุนผ่าน ‘กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ’ หรือ ‘RMF’ นอกจากนี้หากผู้ลงทุน ‘มีความรู้ความเข้าใจ’ และสามารถ ‘รับความเสี่ยงได้’ มากขึ้น อาจเลือกลงทุนทางตรงผ่านช่องทางอื่น เช่น ลงทุนหุ้นรายตัวในต่างประเทศ ลงทุนใน กอง ETF ลงทุนผ่านกองทุนรวมในต่างประเทศ หรือ ลงทุนผ่านกองทุนส่วนบุคคลต่างประเทศ ก็สามารถทำได้


“อย่างไรก็ตาม การกระจายการลงทุนไปในต่างประเทศ มีความเสี่ยงที่ต้องทราบก่อนพิจารณากระจายการลงทุน ไม่ว่าจะเป็น ความสามารถในการทำความเข้าใจในกิจการที่เข้าไปลงทุน ความเสี่ยงเรื่องการเมือง นโยบายที่เกี่ยวข้องต่างๆ และความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เป็นต้น”


ทั้งนี้ก่อนที่เราจะ “กระจายการลงทุนไปในต่างประเทศ” ควรเริ่มต้นจากการสำรวจความพร้อมทางการเงิน ตรวจสอบเป้าหมายการลงทุนระยะเวลาการลงทุน ผลตอบแทนคาดหวัง และความเสี่ยงที่ยอมรับได้ก่อน จึงจะสามารถจัดพอร์ตเพื่อลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ทั้ง ‘ใน’ และ ‘ต่างประเทศ’ ได้อย่างเหมาะสม และอย่าลืมพิจารณาถึงค่าธรรมเนียมและสภาพคล่องในการลงทุนกันด้วยนะคะ


ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ [email protected],สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ  www.tfpa.or.th

Share: