รู้จัก “ตัวแทน” ในโลกการเงิน...ผ่านชื่อ ‘สัตว์’ ต่างๆ!!!

ใน “โลกแห่งการเงิน” ที่มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ได้มีการนำชื่อ ‘สัตว์’ ต่างๆ มาใช้สำหรับเปรียบเปรยแทนการเรียก สภาวะตลาดทุน ตลอดจนกลุ่มบุคคล หรือเหตุการณ์ต่างๆ ในทางการเงินกันให้ได้ยินกันอยู่บ่อยๆ จึงจะขออธิบายให้ได้รู้จักกันครับว่า สัตว์ต่างๆ เหล่านี้แต่ละตัวนั้นเป็นตัวแทนของอะไรบ้าง โดยมีรายละเอียดดังนี้ครับ

  • กระทิง (Bull) ซึ่งโดยธรรมชาติเป็นสัตว์ที่มีความคึกคัก ชอบอยู่กันเป็นฝูง และมีลักษณะท่าทางชอบขวิดหัวขึ้น จึงถูกนำมาใช้แทนสภาวะตลาดทุนที่มีนักลงทุนเข้ามาซื้อขายกันจำนวนมาก ราคาหลักทรัพย์พุ่งทะยานเป็นขาขึ้น จนถูกเรียกว่าเป็น “ตลาดกระทิง (Bull Market)”

  • หมี (Bear) เป็นสัตว์ที่อุ้ยอ้ายเชื่องช้า ชอบอยู่อย่างสันโดษ และมีลักษณะการตะปบเหยื่อด้วยอุ้งมือที่ตบลง จึงถูกนำมาใช้แทนสภาวะตลาดทุนที่มีนักลงทุนเข้ามาซื้อขายกันอย่างบางตา ราคาหลักทรัพย์ปรับตัวลดลง โดยเป็นที่รู้จัก และเรียกกันว่า “ตลาดหมี (Bear Market)”

  • กวางตัวผู้ (Stag) เป็นสัตว์ที่มีนิสัยตื่นกลัว และมีการระวังภัยสูงมาก จึงเป็นตัวแทนของนักเก็งกำไรระยะสั้นที่มีเงินสดในมือจำนวนมาก โดยจะเลือกทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของราคาเพียงเล็กน้อยด้วยการซื้อเข้าขายออกหลักทรัพย์อย่างรวดเร็ว

  • หมาป่า (Wolves) เป็นสัตว์ที่มีความเฉลียวฉลาด ว่องไว และดุร้าย เปรียบเสมือนนักลงทุนที่เจ้าเล่ห์เพทุบาย เน้นแต่การทำกำไรให้ได้เยอะๆ โดยไม่สนใจเรื่องศีลธรรม หรือความถูกต้อง

  • แกะ (Sheep) เป็นสัตว์ที่อยู่รวมกันเป็นฝูง และมักวิ่งหนีจากสิ่งที่ทำให้ตกใจ เปรียบเสมือนนักลงทุนที่ไม่มีจุดยืนที่ชัดเจน ชอบเป็นผู้ตาม ลงทุนตามกระแส และมักติดกับดักในการลงทุน

 

 

  • ควาย (Buffalo) เป็นสัตว์ที่เชื่องจนถูกจูงไปไหนมาไหนได้ง่าย และมักถูกใช้เปรียบเทียบถึงความโง่ โดยในเรื่องการลงทุน วลีที่ว่า “ซื้อควาย” หมายถึง ซื้อหลักทรัพย์เพราะเชื่อว่า ราคาจะวิ่งขึ้น แต่ราคาดันสวนทางดิ่งลงเหวแทน

  • หมู (Pig) เป็นสัตว์ที่กินได้ไม่หยุด ตะกละตะกราม จึงเปรียบเสมือนนักลงทุนที่โลภ และขาดความอดทน นอกจากนี้ในเรื่องการลงทุน วลีที่ว่า “ขายหมู” ยังหมายถึง ขายหลักทรัพย์ออกไปเร็วเกิน แต่หลักทรัพย์นั้นกลับมีราคาเพิ่มสูงขึ้น

  • ไก่ (Chicken) เป็นสัตว์ที่ขี้กลัว และตกใจง่าย จึงเป็นตัวแทนของนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ หรือหลีกเลี่ยงการลงทุนนั่นเอง

  • นกกระจอกเทศ (Ostrich) เป็นสัตว์ที่มีการระวังภัยสูง ชอบก้มหัวลงใช้จะงอยปากเพื่อพลิกไข่ในหลุมจนดูเหมือนเอาหัวมุดดิน เปรียบเสมือนักลงทุนที่ไม่กล้าเผชิญหน้ากับปัญหา หรือความเป็นจริง ชอบอยู่เฉยๆ และหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเอง โดยมักหายตัวไปเมื่อตลาดทุนเป็นขาลง

  • เต่า (Turtle) เป็นสัตว์ที่มีความอดทน แต่เชื่องช้าเป็นอย่างมาก จึงเป็นตัวแทนของนักลงทุนที่มีความอดทนสูง ซื้อก็ยาก ขายก็ยาก โดยจะเลือกลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีการเติบโตช้า และราคาไม่แพงจนเกินไป พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ ถึงจะช้าแต่ก็ชัวร์ นั่นเองครับ

  • ฉลาม (Shark) เป็นสัตว์ที่มีพฤติกรรมเป็นนักล่าที่ดุร้าย จึงเปรียบเสมือนกับนักลงทุนรายใหญ่ที่ชอบปั่นราคาหลักทรัพย์ นอกจากนี้ ยังใช้เป็นตัวแทนของธุรกิจที่พยายามจะเข้าไปครอบงำกิจการอื่นอย่างไม่เป็นมิตร (Hostile Takeover) และยังถูกนำมาใช้กับบุคคล หรือธุรกิจผิดกฎหมายที่ปล่อยเงินกู้นอกระบบซึ่งคิดดอกเบี้ยในอัตราที่สูงมหาโหดอีกด้วย โดยมักเรียกกันว่า ฉลามเงินกู้ (Loan Shark)”

  • หงส์ดำ (Black Swan) หมายถึง เหตุการณ์ทางการเงินที่ไม่มีใครเคยคิดว่าจะเกิดขึ้นได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า มันจะเกิดขึ้นไม่ได้ และถ้าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นแล้ว ก็จะส่งผลกระทบอย่างมหาศาลแบบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเปรียบเสมือนกับในอดีตที่ไม่เคยมีการค้นพบหงส์ดำมาก่อน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า มันจะไม่มีอยู่ในโลกใบนี้

  • แรดสีเทา (Grey Rhino) หมายถึง เหตุการณ์ทางการเงินที่เกิดขึ้นสะสมมานานแล้ว แต่ไม่มีใครให้ความสำคัญ ปล่อยปะละเลยจนทำให้ส่งผลกระทบอย่างมหาศาล เปรียบเสมือนกับการที่รู้ว่า แรดสีเทามีโอกาสสูงที่จะวิ่งชนเรา แต่ก็ไม่สนใจที่จะป้องกันแต่อย่างใด



และท้ายที่สุด ก็คือ กลุ่มนักลงทุนที่ลงทุนโดยไม่ศึกษา แต่ถูกล่อด้วยผลตอบแทนสูงๆ ให้เข้ามาลงทุน เปรียบเสมือนกับ “แมงเม่า (
Mayfly)” ที่มีพฤติกรรมชอบบินเข้าหาแสงไฟ โดยไม่สนใจว่า ไฟนั้นเกิดจากอะไร จนทำให้ต้องบินเข้ากองไฟที่แสนร้อนแรงตายในตอนจบนั่นเองครับ

Share: