เก็บข้อมูลหุ้น SET100 ในรอบ 3 เดือน หุ้นอิเล็กทรอนิกส์ครองแชมป์บวกมากที่สุด

3 เดือนที่ผ่านมาหุ้นไทยเผชิญกับแรงกดดันมากมาย ทั้งภัยจาก COVID-19 ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลก ทำเอาเศรษฐกิจทั่วโลกกำลังดิ่งเหว รวมถึงปัจจัยภายในประเทศ ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวรุนแรง นับแต่วิกฤติ 40 และไม่เพียงเท่านั้นปัจจัยการเมืองในประเทศก็ระอุ ทำให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาปรับตัวลดลง 6.81 %


แม้ว่าภาวะตลาดหุ้นจะซึมตัว แต่มีหุ้นจำนวนหนึ่งที่แข็งแกร่งกว่าตลาดและอยู่ในทิศทางขาขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ที่ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงของความต้องการสินค้าไฮเทคมากขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นขาขึ้นรอบใหม่ของหุ้นกลุ่มนี้ รวมถึงหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กทั้ง RBF,  TVO,  ORI ที่ฟอร์มกำลัง HOT มากในขณะนี้

 

 

 

อิเล็กทรอนิกส์มีแนวโน้มแข็งแกร่ง

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ประเมินว่า กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์มีความแข็งแกร่งสุดๆ  จากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งของ notebook และ server ซึ่งเกิดจากกระแส work-from-home และการประชุมออนไลน์ในช่วงที่ Covid-19 ระบาด โดย KGI ไต้หวันจึงปรับสมมติฐานอัตราการเติบโตของการจัดส่ง notebook โลกในปีนี้เป็น 13%   จากเดิมที่คาดว่าเติบโต 1%  และการจัดส่ง server โลกเป็น 6%  อย่างไรก็ตาม ยอดจัดส่ง Smartphone ที่ลดลงมากเกินคาดถึง 20%จากปีก่อนก็ทำให้ KGI ไต้หวันปรับลดสมมติฐานอัตราการเติบโตของยอดจัดส่ง smartphone โลกในปีนี้ลงไปอีกจาก -10% เหลือ -15%


แต่อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการนำระบบ 5G มาใช้ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง โดยคาดว่าจะ penetration rate จะเพิ่มขึ้นจาก 15% ในปี 2563 เป็น 36% ในปี 2564 อย่างไรก็ตาม Huawei มีแนวโน้มจะเสียส่วนแบ่งตลาด smartphone ไปมากที่สุดภายใต้สมมติฐานว่า Huawei จะไม่ได้รับชิ้นส่วนตามคำสั่งห้ามของสหรัฐ


นักวิเคราะห์ของเรามองบวกกับแนวโน้มผลการดำเนินงานของทั้ง Delta Electronics และ Delta Electronics (Thailand) (DELTA.BK/DELTA TB)* จากประเด็นรถ EV นอกจากนี้ กระแส Work-from-home และการประชุม/การเรียนการสอนออนไลน์ซึ่งช่วยเพิ่มอุปสงค์การจัดส่ง server ใน 2Q63 ก็น่าจะหนุนให้อุปสงค์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปอีกหลายปี ในขณะที่ยังไม่มีสัญญาณว่าจะเกิดปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ และหากเกิดขึ้นก็น่าจะยังบริหารจัดการได้


บริษัทอิเล็กทรอนิกส์ของไทยจะได้อานิสงส์จากกระแสโลกในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของสายโซ่อุปทาน เรายังคงให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ของไทยที่ Neutral โดยเราชอบ Hana Microelectronics (HANA.BK/HANA TB)* และ Delta Electronics (Thailand) (DELTA.BK/DELTA TB)* เนื่องจากสัมพันธ์กับกระแสโลกมากที่สุด ในขณะที่ KCE Electronics (KCE.BK/KCE TB)* ก็มีปัจจัยเฉพาะตัวจากการฟื้นตัวของผลประกอบการ หลังจากที่อุตสาหกรรมยานยนต์ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาสที่ 2

 

 

เลือกช็อปของถูก

บล.บัวหลวง มองว่า กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์  ยังมีหุ้นที่ราคาถูกให้เล่น เราประเมินผลประกอบการใน 2Q20 ของกลุ่มจะออกมาผสมผสานขึ้นอยู่กับพอร์ตสินค้าในแต่ละบริษัท โดยคาด DELTA จะรายงานกำไรฟื้นตัวแข็งแกร่ง จากไตรมาสก่อน  ในขณะที่คาด KCE จะรายงานกำไรอ่อนตัว จากไตรมาสก่อน (แต่คาดจะเป็นจุดต่ำสุด) สำหรับมุมมองครึ่งปีหลังเราคาดจะเห็นการฟื้นตัวของกำไรต่อเนื่องจากยอดคำสั่งซื้อที่เข้ามาทั้ง DELTA และ KCE ในด้านของ Valuation DELTA เทรดในระดับ PER ปี 2021 ที่ 22 เท่า   ในขณะที่ KCE เทรดที่ 21 เท่า   


รวมถึงตอนนี้ตลาดค่อนข้างมีมุมมองเชิงบวกมากต่อ DELTA แต่ยังค่อนข้างมีมุมมองเชิงลบต่อ KCE เรามองว่ามีโอกาสจะได้เห็นโอกาสที่ผลประกอบการ KCE จะสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับตลาด  เราปรับคำแนะนำ DELTA ลงจาก ซื้อ เป็น ถือ และยังคงคำแนะนำ ซื้อ KCE ราคาเป้าหมาย 31 บาท

Share: