หุ้นไทยร่วง 16.55 จุด ตามตลาดต่างประเทศ “กูรู” แนะหาหุ้น VALUE STOCK

ภาพรวมดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปิดการซื้อขายที่ 1,247.46 จุด ลดลง 16.55 จุด

จากสภาวะตลาดที่ผันผวนดังกล่าว Wealthy Thai ได้ต่อสายตรงถึง นายเผดิมภพ สงเคราะห์ กรรมการผู้จัดการ ประธานสายธุรกิจรายย่อย บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด โดยบอกว่า จากสภาวะตลาดหุ้นวันนี้ส่วนใหญ่ได้รับแรงกดดันมาจากตลาดต่างประเทศ เพราะความกังวลภาพรวมเศรษฐกิจโลก


โดยนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐ หลังรายงานเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการของโลก ทั้งสหรัฐอเมริกา และยุโรปที่ปรับตัวลดลง รวมทั้งความล่าช้าในการออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐที่ไม่มีความคืบหน้า


ดังนั้นทำให้นักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง และยังทำให้หุ้นที่เกี่ยวข้องปรับตัวลดลงตามไปด้วย ส่วนหุ้นธนาคารไทยเริ่มยืนแข็งแกร่งได้ เพราะเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจภายในประเทศ จึงมองว่าไฮไลท์สำคัญมาจากต่างประเทศ


จากสภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา ล่าสุดตลาดหลักทรัพย์จะกลับไปใช้เกณฑ์ชอร์ตเซลปกติ เริ่ม 1 ต.ค.นี้ จะมีโอกาสทำให้เกิดแรงเทขายหุ้นออกมาหรือไม่ นายเผดิมภพ บอกว่า อาจจะมีบ้างส่วนหนึ่ง แต่ส่วนตัวมองว่าเป็นผลดี เพราะเวลาหุ้นรีบาวน์ก็จะปรับตัวขึ้นเร็ว แม้อนาคตอาจจะทำให้ปรับลดลงบ้าง แต่เชื่อว่าก็มีนักเก็งกำไรเข้าไปซื้อกลับมา ดังนั้นจึงมองว่า ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติอย่าฝืนจะดีกว่า อย่างไรก็ตามแนะนำให้นักลงทุนมองหาหุ้นที่เป็น VALUE STOCK (หุ้นคุณค่า) ไม่ต้อง Growth stock ให้หาหุ้นที่ไม่ต้องเติบโตมาก  และมี P/E ต่ำๆ

 

 

จับตาเดือนต.ค.ชอร์ตเซลพุ่ง

ด้านฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้รายงานมุมมองต่อประเด็นตลาดหลักทรัพย์จะกลับไปใช้เกณฑ์ชอร์ตเซลและซิลลิ่ง-ฟลอร์ปกติ เริ่ม 1 ต.ค.นี้ โดยคาดว่าปริมาณและมูลค่าการทำชอร์ตเซลเพิ่มขึ้น ทั้งจากสภาพคล่องที่มากขึ้นและ Valuation ตลาดหุ้นไทยที่สูง (Forward P/E ปี 63F อยู่ที่ 24 เท่า และปี 64F ประมาณ 18 เท่ากว่า)


รวมถึงมีปัจจัยที่ไม่แน่นอนทั้งในและต่างประเทศ เช่น การกลับไป Lockdown รอบใหม่หลังโควิด-19 ยังระบาดมากในหลายประเทศ, สงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน, การเมืองไทยที่อาจมีการชุมนุมยืดเยื้อ ฯลฯ ตลาดหุ้นจึงมีแนวโน้มที่จะผันผวนมากขึ้นในต้นไตรมาส 4/63                                     

 

Share: