หุ้นถุงมือยางบวกเกือบยกแผง!!! ลุ้น STGT แตะ 100 บาทสิ้นปี

Covid-19 รอบใหม่กลับมาแล้ว!!! สถานการณ์ในหลายๆ ประเทศในโซนยุโรปและเอเชีย เช่น เมียนมา อังกฤษ สเปน อินโดนีเซีย กลับมาควบคุมกิจกรรมทางเศรษฐกิจและล็อคดาวน์อีกครั้ง ตั้งแต่วันที่ 21-22 ก.ย.เป็นต้นไป จากความกังวลการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อรายใหม่ ซึ่งข้อมูลล่าสุดมีผู้ติดเชื้อ 32.1 ล้านคน และเสียชีวิตรวม 9.8 แสนล้านคน ทำให้หุ้น “ถุงมือยางพารา” กลับมาได้รับความสนใจจากนักลงทุนอีกครั้ง

 

สำหรับธุรกิจถุงมือยางพาราในตลาดโลก มีผู้เล่นหลักอยู่ 5 รายที่เป็นผู้นำตลาด ประกอบด้วย Top Glove, Hartalega, STGT, Kossan และ Supermax ในด้านความเคลื่อนไหวราคาหุ้นระหว่างวันของวันนี้ (25 ก.ย.63) Wealthy Thai เช็คข้อมูลราคาหุ้นจากตลาดหลักทรัพย์ Bursa (KLSE) และตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือ SET พบว่า

  • หุ้น Top Glove   ราคาปัจจุบัน  67 ริงกิต   ปรับเพิ่มขึ้น 0.12 ริงกิต หรือ +1.40%
  • หุ้น Hartalega   ราคาปัจจุบัน  90 ริงกิต   ปรับเพิ่มขึ้น 1.00 ริงกิต หรือ +6.29%
  • หุ้น STGT           ราคาปัจจุบัน  76.50 บาท    ราคาหุ้นทรงตัวเท่ากับเมื่อวาน (24 ก.ย.63)
  • หุ้น Kossan        ราคาปัจจุบัน  82 ริงกิต  ปรับเพิ่มขึ้น 0.82 ริงกิต หรือ +6.31%
  • หุ้น Supermax   ปรับเพิ่มขึ้นหลังเปิดตลาด แต่ราคาปัจจุบันอยู่ที่  37 ริงกิต ปรับลดลง 0.04 ริงกิต หรือ -0.48% (Investor.com รายงานว่าหุ้นยังมีอัพไซต์ 7.69%)



ผู้เล่นถุงมือยางพารา นำโดย Top Glove บริษัทถุงมือยางพาราสัญชาติมาเลเซีย เป็นหุ้นบิ๊กแค็ปลำดับที่ 6 ของตลาดหุ้น Bursa Malaysia และเป็นหุ้นใหญ่ลำดับที่ 12 ในตลาดหุ้นสิงคโปร์ ซึ่ง ณ สิ้นเดือนธ.ค.63 คาดว่าจะมีกำลังการผลิตถุงมือยางพารา 86,400 ล้านชิ้น (จากกำลังการผลิตปกติ เฉลี่ย 78,700 ล้านชิ้นต่อปี) และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 106,600 ล้านชิ้นในปี 2565

 

แพนิคจากข่าว Covid-19 ส่งผลให้ราคาหุ้น Top Glove ทำ All-time High ใหม่ ที่ราคา 9.38 ริงกิต หรือปรับเพิ่มขึ้น 18% ทั้งนี้จะสังเกตว่าราคาหุ้น Top Glove ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (1 ม.ค.-24 ก.ย.63) ทำสถิติใหม่มาแล้วหลายครั้ง โดยเฉพาะในช่วงที่ Covid-19 ระบาดหนักๆ โดยจุดพีคที่สุดอยู่ในช่วงเดือนส.ค.ที่ผ่านมา


รองลงมาคือบริษัท Hartalega บริษัทถุงมือยางเบอร์ 2 สัญชาติมาเลเซีย ตั้งเป้ากำลังการผลิต 76,000 ล้านชิ้นต่อปี ราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของราคาหุ้น Top Glove

 

และเบอร์ 3 ในกลุ่มตลาดถุงมือยางพาราโลกคือ STGT สัญชาติไทย ที่เข้าไอพีโอในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในช่วงที่เกิด Covid-19 นี้เอง ซึ่งปัจจุบันทางบริษัทมีกำลังการผลิตรวม 32,600 ล้านชิ้นต่อปี และมีคำสั่งซื้อสินค้า (ออเดอร์) ถุงมือยางอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากลูกค้าในไทยและต่างประเทศ โดยมีออเดอร์ถุงมือยางธรรมชาติที่ต้องผลิตเพื่อส่งมอบถึงช่วงปลายปี 2564 ส่วนถุงมือยางไนไตรล์ที่ผลิตจากยางสังเคราะห์ มีออเดอร์ที่ต้องส่งมอบถึงต้นปี 2565

 

ลำดับที่ 4 คือบริษัท Kossan บริษัทถุงมือยางพาราสัญชาติมาเลเซีย แม้ว่าจะไม่ใหญ่เท่าบริษัทข้างต้น แต่ตัวบริษัทโดดเด่นในเชิงเทคนิค และมียอดขายส่งออกไปสหรัฐในสัดส่วน 50% ซึ่งเป็นประเทศที่มียอดผู้ติดเชื้อสูงที่สุดในโลก ทั้งนี้ในปี 2563 บริษัทตั้งเป้ากำลังการผลิตไว้ที่ 32,000 ล้านชิ้น ซึ่งเพิ่มขึ้น  10.3% จากปีที่ผ่านมา ที่มีกำลังการผลิต 29,000 ล้านชิ้น  

 

และสุดท้าย ลำดับที่ 5 คือ Supermax หุ้นสัญชาติมาเลเซีย มีกำลังการผลิต 24,000 ล้านชิ้นต่อปี ส่งออกไป 60 ประเทศทั่วโลก ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 48,420 ล้านชิ้นในปี 2565

 

มูลค่าหุ้น STGT โดดเด่นสุดในกลุ่ม Top5 ถุงมือยางฯ

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินว่า ธุรกิจถุงมือยางพาราดีต่อเนื่อง มองเป็นโอกาสเข้าลงทุน โดย STGT เป็นหนึ่งในผู้เล่นตลาดถุงมือยางพาราโลก ซึ่งมีศักยภาพเติบโตในระยะยาวตามการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และสถานการณ์ปัจจุบันที่ Covid-19 กลับมากดดันตลาด ฝ่ายวิจัยจึงเลือก STGT เป็น Top Pick แนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมาย (ปี 2563) ที่ 100 บาท ทั้งนี้ราคาหุ้น STGT มี Valuation น่าสนใจ มีค่า PER ปี 2563 เพียง 10 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยราคาหุ้นถุงมือยางพาราในมาเลเซียที่ 17 เท่า

 

 

ที่มา :

https://www.bloomberg.com/asia

https://klse.i3investor.com/

http://academy.shareinvestor.com

https://www.theedgemarkets.com/

https://www.topglove.com/

https://inv4.asiaplus.co.th/

 

 อ็็

Share: