กระจายลงทุนใน “อสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก”...เพิ่มผลตอบแทนสู้ ‘ดอกเบี้ยต่ำ’ !!!

อย่างที่นักลงทุนหลายๆ คนรู้...ว่า “กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์” หรือ “กองรีท” เป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ทางเลือกที่ช่วยลดความเสี่ยงให้แก่พอร์ตการลงทุนได้เป็นอย่างดี เนื่องด้วยมีลักษณะคล้าย ‘หุ้นปันผล’ ที่มีการจ่ายผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลที่สม่ำเสมอออกมานั่นเอง


แต่ด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ทำให้สินทรัพย์มากมายที่จัดตั้งเป็นกองรีท ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ศูนย์การค้า สำนักงานออฟฟิศ ได้รับผลกระทบในแง่ผลการดำเนินงาน จึงทำให้การลงทุนในหน่วยลงทุนกองรีทเพียงกองเดียว หรือจำกัดเพียงในประเทศ อาจทำให้ได้ผลตอบแทนไม่ดีนัก


การกระจายไปลงทุนในกองรีททั่วโลกจึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเป็นกองที่ได้ดีกรี ‘มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว’ อย่าง “กองทุนเปิดเคแทม เวิลด์พร็อพเพอร์ตี้ ฟันด์ (KT-PROPERTY)” ของ ‘บลจ.กรุงไทย’ ที่ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ส.ค. 20) อยู่ที่ 6.05% ต่อปี


ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากนำข้อมูลผลิตภัณฑ์การลงทุนอย่างกองทุนที่มีการกระจายการลงทุนในที่กองรีทหลากหลายประเภทมาแนะนำให้แก่นักลงทุนที่สนใจมาเป็นความรู้ให้เพิ่มเติมหรือประกอบการตัดสินใจมาแบ่งปันกัน

 

 

“กอง KT-PROPERTY”…โชว์ผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี 6.05% ต่อปี

โดยกองทุนที่จะนำเสนอในวันนี้ คือ “กองทุนเปิดเคแทม เวิลด์พร็อพเพอร์ตี้ ฟันด์ (KT-PROPERTY)” ที่เป็นกองทุนรวมหมวดอุตสาหกรรมที่มุ่งลงทุนโดยเฉพาะเจาะจงในกลุ่มอุตสาหกรรมการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับภาคอสังหาริมทรัพย์และได้รับการจัดอันดับจาก ‘มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว’


ซึ่งมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ‘Global Property Equities Fund’ (กองทุนรวมหลัก) ซึ่งเป็นกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป (retail fund) เพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

 

 

โดยกองทุน Global Property Equities Fund มีนโยบายที่จะสร้างผลตอบแทนระยะยาวจากการลงทุนในหุ้นของบริษัท หรือกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ที่จดทะเบียนหรือมีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่มีการกำกับดูแล โดยมีรายได้หลักจากการเป็นเจ้าของ บริหารจัดการ และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก


ณ วันที่ 30 มิถุนายน 63 กลุ่มอุตสาหกรรมที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด 5 อันดับแรกได้แก่

Industrial & Office REITs   

   33.5%

Real Estate Holding & Development           

19.0%

Speciality REITs                                     

16.0%

Residentail REITs                                   

14.7%

Diversified REITs                                    

4.9%



โดยแบ่งตามประเทศที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

สหรัฐฯ                                                  

52.2%

ญี่ปุ่น                                                    

10.6%

เยอรมัน                                                

6.4%

ฮ่องกง                                                   

6.2%

สหราชอาณาจักร                                    

5.0%



“สำหรับกลยุทธ์ในการบริหารของ ‘กอง KT-PROPERTY’ มุ่งหวังให้ผลประกอบการเคลื่อนไหวตามกองทุนหลัก (Passive Management) ส่วนกองทุน Global Property Equities Fund มีกลยุทธ์บริหารโดยมุ่งหวังให้ผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active Management)”


ปัจจุบัน (ณ วันที่ 31 สิงหาคม 63) กองทุนมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ 1,211,883,027.37 บาท โดยมีการลงทุนในกองทุนหลัก 96.64%, เงินฝากธนาคาร 3.41% ที่เหลือเป็นสินทรัพย์และหนี้สินอื่น

 

มีความผันผวนของผลการดำเนินงาน (standard deviation) ย้อนหลัง 5 ปี อยู่ที่  16.01% ต่อปี และเคยมีผลขาดทุนสูงสุดในช่วงเวลา 5 ปี อยู่ที่ -39.11%


อีกหนึ่งความสนใจของ ‘กอง KT-PROPERTY’ นั้น คือมีนโยบายการปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนปีละ ‘ไม่เกิน 4 ครั้ง’ ซึ่งตั้งแต่จัดตั้งกองทุนวันที่ 23 กันยายน 2554 จนถึงปัจจุบัน มีการจ่ายปันผลรวมแล้ว 12 ครั้ง รวมเป็นเงิน 5.50 บาท ซึ่งน่าจะสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ลงทุนได้เป็นอย่างดี


ผู้ที่สนใจต้องสามารถซื้อหน่วยลงทุนได้ที่ ‘ธนาคารกรุงไทย’ และตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่น ๆ รวมถึงผ่านระบบ Internet Trading : KTAM SMART TRADE (www.ktam.co.th) โดยมูลค่าขั้นต่ำของการสั่งซื้อหน่วยลงทุนครั้งแรก ‘ไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท’ ส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการสั่งขายคืนนั้นไม่กำหนด โดยระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน 5 วันทำการนับตั้งแต่วันถัดจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุนโดยมิให้นับรวมวันหยุดทำการในต่างประเทศ (T+5)


“สำหรับ ‘กอง KT-PROPERTY’ ถือเป็นอีกหนึ่งกองที่สามารถตอบโจทย์นักลงทุนต้องการกระจายการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นหุ้น หรือกองรีทก็ตาม จุดที่น่าสนใจอีกอย่าง คือ การลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ ทำให้ช่วย ‘ลดความเสี่ยง’ เรื่องการลงทุนที่เป็นกระจุกตัว และการสร้างผลตอบระหว่างถือหน่วยลงทุนกลับมาในรูปของ ‘เงินปันผล’ ที่สม่ำเสมอ ทางเราจึงหวังว่าข้อมูลดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ให้แก่ผู้ที่สนใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย”

Share: