“เรือนเกษียณสุข”

“คุณนิรุตติ์ ศิริจรรยา” นักแสดงวัย 72 ปี มีผลงานเป็นที่ชื่นชอบของผู้ชมเกือบ 50 ปี เป็นคนมีเสน่ห์ สุขุม และมีอารมณ์ขันได้ให้ทัศนะการใช้ชีวิตหลังอายุหกสิบในรายการชีวิตดี๊ดี Life’s so good  ที่ไร่ทองจันทร์ ทำให้เห็นความสุขแบบง่ายๆ ที่ ‘ชอบ’ และ ‘ใช่’ สมดุลทั้งสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคมว่า “...เริ่มจากค้นหาตนเอง...อยู่เงียบๆ และลองอยู่คนเดียวให้ได้...จะได้รู้จักฝากตัวเองไว้กับตัวเองแล้วจะค้นหาตัวเราเองจริงๆ...” การรู้จักอุปนิสัยและความต้องการที่แท้จริงจากวิถีชีวิตในปัจจุบันและที่ตั้งใจไว้ในอนาคตตามที่เป็นจริงจะช่วยให้สามารถทำได้จริงและสามารถจดจ่อกับความสุขเล็กๆ ที่ชื่นชอบในช่วงเวลาหนึ่งและใช้เวลาที่เหลือทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์กับผู้อื่นและสังคมโดยรวมเป็นความสุขความภูมิใจที่ย้อนกลับมาสู่ตัวเอง

 

 

อยู่กินแบบไหนเรียกว่า “เกษียณสุข”

แต่ละคนต่างมีคำตอบ “ความสุขหลังเกษียณ” ที่ชอบและใช่แตกต่างกันเพราะความต่างในเพศ อายุการศึกษา อาชีพ สังคม สุขภาพกายและใจประสบการณ์สติระลึกรู้จักตัวเองซึ่งที่อยู่หลังเกษียณเป็นปัจจัยสำคัญสนับสนุนให้เกิดผลตามที่หวัง มีงานวิจัยว่าด้วยความต้องการที่อยู่ของผู้เกษียณระบุว่าผู้เกษียณส่วนใหญ่ต้องการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยเพื่อความมั่นคง ปลอดภัยและอุ่นใจที่ได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตตามที่ตนหวังการเตรียมพร้อมเพื่อ“เรือนเกษียณสุข” ตั้งแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความพร้อมด้านการเงินเป็นสิ่งที่ลงมือทำทันทีได้ด้วยตัวเอง

 

 

มี “เรือนเกษียณสุข” อะไรให้เลือกบ้าง

ในยุค “เบบี้บูม” (คนที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2489 – 2507 หรือในยุคสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 จากเดิม ครอบครัวไทยมีลักษณะเป็น “ครอบครัวใหญ่ประกอบด้วยสมาชิก 3 ช่วงวัย” คือ มีปู่ย่าตายาย พ่อแม่และลูกหลาน แต่ปัจจุบันโลกเปลี่ยนเร็ว รุนแรงและไร้ทิศทางทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ ค่านิยมทางสังคม ความต้องการเฉพาะที่หลากหลายและไลฟ์สไตล์ในการดำเนินชีวิตที่ตั้งใจตั้งเป้าหมายไว้ ที่อยู่หลังเกษียณจึงมีให้เลือกมากเช่นกัน พอจะแบ่งเป็น 3 ทางเลือกหลักๆ ดังนี้     

 

 

1) อยู่บ้านหลังเดิม มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางมีหลายห้อง อาจเหมาะกับผู้เกษียณอายุที่ลูกหลานอยู่กันพร้อมหน้าเป็นครอบครัวใหญ่ แต่หากลูกๆ แยกครอบครัวไปมีที่อยู่ของตนเองผู้เกษียณอายุอาจต้องพิจาณาเหตุปัจจัยและความจำเป็นอื่นๆ ประกอบการอยู่บ้านหลังเดิม ซึ่งมี ‘ข้อดี’ คือผู้เกษียณอายุไม่ต้องปรับตัวมาก และยิ่งมีลูกหลานแวะเวียนมาดูแลบ่อยๆ ก็มีพื้นที่ให้ลูกหลานได้อยู่อย่างสุขสบายแต่อาจมีภาระค่าใช้จ่ายดูแลบ้านทั้งภายในภายนอก ความปลอดภัยและความเหมาะสมของประโยชน์ใช้สอยพื้นที่ในบ้าน เช่นบ้านสองชั้นที่ต้องขึ้นบันได ความกว้างของประตู ทางลาดและทางเดิน ห้องน้ำ ความสะดวกและรวดเร็วในการเดินทางไปสถานพยาบาลที่มีคุณภาพอนึ่ง มีผู้เกษียณอายุจำนวนหนึ่งใช้วิธีแบ่งห้องให้ผู้ที่ไว้วางใจเช่าและดูแลกันแบบลูกหลานทำให้มีกิจกรรมและสังคม ไม่เหงา ขณะเดียวกันก็มีกระแสรายได้มาใช้จ่ายเพิ่มด้วย


2) ลดขนาดที่อยู่เดิมและหาที่อยู่ใหม่ที่สอดรับกับวิถีการใช้ชีวิต ทางเลือกนี้อาจช่วยลดรายจ่ายประจำรายเดือนลงได้มาก โดยเฉพาะกรณีมีภาระผ่อนบ้านหลังเดิมที่อยู่ที่เล็กลงของผู้เกษียณอายุที่มีแผนท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ หรือมีกิจกรรมที่ต้องเดินทางบ่อยครั้ง การเลือกคอนโดในทำเลที่สะดวกต่อการเดินทางประหยัดทั้งเวลาค่าเดินทาง ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยในทรัพย์สิน และช่วยให้มีเงินเหลือไปใช้ในส่วนที่จำเป็นอื่นหรือความต้องการเฉพาะอื่นๆ ได้อย่างสบายใจ เช่น กินข้าวนอกบ้าน สังสรรกับเพื่อนสนิท สะสมบุญด้วยการบริจาค ดูแลสุขภาพหรือแม้แต่เก็บไว้ให้ลูกหลาน


3) อยู่ในชุมชนหรือสถานดูแลผู้เกษียณอายุโดยเฉพาะ ปัจจุบันมุมมองผู้สูงอายุที่อยู่ในสถานที่ดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง จากเป็นผู้ที่ถูกทอดทิ้งเป็นผู้ที่พึ่งพาตนเองรักชีวิตอิสระ ประเทศไทยเริ่มมีธุรกิจให้บริการดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นมาก  มีบริการทั้งผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงและผู้ที่ต้องการคนดูแลใกล้ชิด ในประเทศที่มีสวัสดิการสังคมที่ดี คนเริ่มมองหา ‘ที่อยู่หลังเกษียณนอกประเทศ (retiring overseas)’ ทั้งอยู่กันเป็นชุมชนใช้ภาษาเดียวกันจัดสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมที่ตนคุ้นเคยและอยู่กระจายตัวกลมกลืนไปกับคนในท้องถิ่น


“ทั้งนี้ เพื่อใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างมีคุณภาพภายใต้เงินสวัสดิการที่ได้รับจากประเทศแม่ (home country) ซึ่งไทยเองก็ติดอันดับต้นๆ ประเทศปลายทางที่ต่างชาตินิยมใช้ชีวิตหลังเกษียณ เพราะค่าครองชีพไม่สูง อากาศดีทั้งปี มีบริการรักษาพยาบาลที่มีมาตรฐานสูงแต่ราคาย่อมเยาเมื่อเทียบกับบริการในประเทศของตน”


เป็นที่คาดการณ์ว่าในอีก 20 ปีข้างหน้า โลกจะมีประชากรที่อายุเกิน 65 ปี จะเพิ่มจาก 7% เป็น14% หรือเป็น 1,300 ล้านคนและกลุ่มคนที่จะมีอัตราการเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดคือ คนที่อายุ 80 ปี คำถามคือ เมื่อถึงช่วงเวลานั้นจะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทยและกับตัวเรา และ ณ วันนี้ท่านที่มีอายุขึ้นเลขสี่ ท่านได้เตรียมตัวสำหรับ “เรือนเกษียณสุข” ไว้มากน้อยเพียงใด


ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ [email protected],สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ  www.tfpa.or.th

 

Share: