JR หุ้นIPO น้องใหม่พร้อมเข้าเทรด บล.ฟินันเซีย โวเป็นหุ้น 5 ดาวแห่งปี

นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินในการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไป (IPO) ของบริษัท เจ.อาร์.ดับเบิ้ลยู. ยูทิลิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ JR เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้อนุมัติแบบคำขอเสนอขายหุ้นไอพีโอเรียบร้อยแล้ว


โดยบริษัทมีแผนจะเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 200 ล้านหุ้น คิดเป็น 26.32% ของทุนชำระแล้ว โดยคาดว่าจะเสนอขายให้สถาบันประมาณ 40%ของหุ้น IPO ดังกล่าว และคาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ภายในปี 2563


ทั้งนี้ประเมินว่าช่วงปลายเดือน ต.ค.จะเดินสายให้ข้อมูล (โรดโชว์) ให้กับนักลงทุนสถาบัน ส่วนช่วงปลายเดือน ต.ค.-เดือน พ.ย.จะเดินสายโรดโชว์ให้นักลงทุนรายย่อย ทั้ง กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และอำเภอหาดใหญ่ และคาดว่าจะเสนอขายหุ้น IPO ในช่วงปลายเดือน พ.ย. ถึงเดือน ธ.ค.63 นี้


สำหรับจุดเด่นของ JR คือเป็นผู้ให้บริการงานวิศวกรรมที่สามารถให้บริการทั้งงานระบบไฟฟ้าและระบบสื่อสารโทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้ JR สามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างครอบคลุม รวมทั้งเป็นการกระจายความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ


ในขณะที่ลูกค้าส่วนใหญ่ เป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการพื้นฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าและระบบ ICT ของประเทศ


นอกจากนี้ ณ สิ้นไตรมาส 2 บริษัทฯ ยังมีงานในมือที่ลงนามในสัญญาแล้ว (Back Log) อยู่ประมาณ 6,400 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ไปจนถึงปี 2566 โดยส่วนใหญ่จะรับรู้รายได้ในปี 2564-65


โดยส่วนใหญ่เป็นงานโครงการเปลี่ยนสายไฟฟ้าอากาศ เป็นสายไฟฟ้าใต้ดินตามแนวรถไฟฟ้าสายสีเหลือง และสายสีชมพู ส่งผลให้รายได้ของ JR จะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและแน่นอนในอีก 2-3 ปีข้างหน้า


นอกจากนี้ โดยการบริหารงานด้วยความระมัดระวังทำให้ JR มีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Interest Bearing D/E Ratio) อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 0.2 เท่า มาโดยตลอดตั้งแต่ปี 2560 ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับฐานะการเงินของบริษัทฯ และรองรับการเติบโตในอนาคตอย่างยั่งยืน


"JR เราให้เรตติ้ง 5 ดาวของเรา ถือเป็นหุ้น Growth Stock ที่กำลังจะเติบโต เป็นช่วงทะยานขึ้น โดยเชื่อหลังจากนี้จะเห็นโอกาสการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และจะเติบโตก้าวกระโดดในปี 65-66 สะท้อนจากจำนวน Blacklog ดังกล่าวที่อยู่ในระดับที่สูง นอกจากนี้ยังมีสถานะการเงินที่แข็งแกร่ง” นายสมภพกล่าว


ขณะที่ JR ประกอบธุรกิจให้บริการออกแบบ จัดหา ก่อสร้างและติดตั้งงานระบบไฟฟ้า (Electrical Power System) และระบบสื่อสารโทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ (Telecommunication and Information Technology System) แบบครบวงจร นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้บริการจำหน่ายอุปกรณ์ (Supply) และให้บริการบำรุงรักษา (Maintenance) สำหรับอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าและระบบสื่อสารโทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ


ปัจจุบันบริษัท มีทุนจดทะเบียนจำนวน 380 ล้านบาท และมีทุนที่ออกและเรียกชำระแล้วจำนวน 280 ล้านบาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 560 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ภายหลังการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนในครั้งนี้ บริษัทฯ จะมีทุนที่ออกและเรียกชำระแล้วจำนวน 380 ล้านบาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญ จำนวน 760 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท


นายจรัญ วิวัฒน์เจษฎาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JR เปิดเผยว่า การระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ จะช่วยให้บริษัทมีฐานทุนเพิ่มขึ้น จะทำให้สามารถรับงานที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ และยกระดับศักยภาพในการดำเนินธุรกิจสามารถก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำของอุตสาหกรรมธุรกิจวิศวกรรมระบบไฟฟ้า ระบบสื่อสารโทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างครบวงจร รวมถึงเพิ่มศักยภาพในการบริหารงานและสามารถสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นในระดับที่ดี


โดย JR เป็นบริษัทที่มีศักยภาพ และเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจภายใต้แผนงานของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจจากแผนแม่บทโครงการเปลี่ยนระบบสายอากาศเป็นสายใต้ดิน ปี 2551-2565 รวมทั้งแผนงานเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน เพื่อรองรับการเป็นมหานครแห่งอาเซียน


ดังนั้นจากการที่บริษัทมีความพร้อมในการให้บริการออกแบบ จัดหา ก่อสร้างและติดตั้งแบบครบวงจรทั้งงานด้านระบบไฟฟ้า และระบบสื่อสารโทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ ส่งผลทำให้บริษัทได้รับงานที่เกี่ยวเนื่องต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และเมื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แล้ว จะทำให้มีโอกาสในการขยายฐานลูกค้ามากขึ้น ทั้งภาครัฐ และเอกชน รวมถึงการขยายขอบเขตงานให้หลากหลายสนับสนุนการเติบโตในอนาคต


"JR ปัจจุบันเรามีเงินสดกว่า 400 ล้านบาท มีสถานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดยเรายังมีโอกาสทั้งจาก EEC โครงสร้างพื้นฐาน รถไฟฟ้า สายไฟฟ้าลงดิน เป็นต้น ซึ่งเราเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เขาเรียกเข้าไปคุย นอกจากนี้ช่วงที่เหลือของปีนี้ยังมีแผนเข้าประมูลงานใหม่ 500-800 ล้านบาทอีกด้วย" นายจรัญกล่าว


ด้านภาพรวมผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ในปี 2560 บริษัทฯมีรายได้รวม 967.60 ล้านบาท ปี 2561 อยู่ที่ 934.17 ล้านบาท ปี 2562 อยู่ที่ 848.90 ล้านบาท และงวด 6 เดือนแรกปี 2563 อยู่ที่ 464.78 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิเท่ากับ 41.25 ล้านบาท 82.93 ล้านบาท 60.75 ล้านบาท และ 29.93 ล้านบาท ตามลำดับ

Share: