10 หุ้นที่ต่างชาติโกยซื้อเข้าพอร์ต BBL แชมป์ซื้อสุทธิ 1.21 หมื่นล้าน

แม้ว่านักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิตลาดหุ้นไทยมากกว่า 2 แสนล้านบาท แต่ยังก็มีหุ้นที่ต่างชาติชื่นชอบ และปรับน้ำหนักการลงทุนเพิ่มขึ้น โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี (1 ม.ค.-30 ก.ย.63) หุ้นที่ต่างชาติเข้าซื้อมากที่สุด 10 ตัวแรก เป็นหุ้นแข็งแกร่ง แม้บางตัวราคาจะปรับลดลงหรือได้รับผลกระทบจากวิกฤติ Covid-19 พอสมควร

  

โดยบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี จำกัด (มหาชน) จัดลำดับหุ้นที่นักลงทุนต่างชาติ (Foreign Ownership) ซื้อสุทธิ (Net Buy) มากที่สุดตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) ประกอบด้วย

 

1.หุ้นธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ซื้อสุทธิ 12,186.6 ล้านบาท

 


2.บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ซื้อสุทธิ 10,683.1 ล้านบาท

 


3.บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หุ้น BTS ซื้อสุทธิ 6,572.0 ล้านบาท

 


4.บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC ซื้อสุทธิ 5,777.5 ล้านบาท



5.บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC ซื้อสุทธิ 4,130.1 ล้านบาท


 
6.บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA ซื้อสุทธิ 2,968.3 ล้านบาท



7.บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ซื้อสุทธิ 2,149.7 ล้านบาท


 

8.บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG ซื้อสุทธิ 2,021.2 ล้านบาท



9.บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TQM ซื้อสุทธิ 1,022.3 ล้านบาท

 

 

10.บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO ซื้อสุทธิ 929.7 ล้านบาท

 

 

แนวโน้มสินเชื่อ BBL ไตรมาส 3 ลดลงแค่ 1.5%

 

ด้านบล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดว่าสินเชื่อของ BBL ในไตรมาส 3/63 อยู่ที่ 7,100 ล้านบาท ลดลง 24.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว (YoY) และลดลง 1.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) จากการชำระคืนของลูกค้ารายใหญ่ แต่ NPL น่าจะยังเพิ่มขึ้นต่อหลังมาตรการช่วยเหลือลูกค้าทยอยหมด และเศรษฐกิจยังคงชะลอตัว ทั้งนี้นักวิเคราะห์ยังคงประมาณการกำไร 63 ของ BBL ไว้ที่ 29,000 ล้านบาท โดยกำไร 9 เดือนแรกที่คาดไว้ คิดเป็น 61% ของประมาณการทั้งปี อย่างไรก็ตามการตั้งสำรองที่ลดน้อยลงในครึ่งปีหลัง คาดว่าจะทำให้กำไรครึ่งปีหลังนี้เพิ่มขึ้นจึงแนะนำ "ซื้อ" โดยให้ราคาเป้าหมาย 124 บาท

 

AOT …ฆ่าไม่ตาย ติดอันดับ 2 ต่างชาติซื้อเข้าพอร์ต

 

ขณะที่บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินหุ้น AOT ว่า แม้ยังมีประเด็น Covid-19 ที่กระทบรายได้ในปี 63-64 โดยเฉพาะค่าเช่าส่วนพื้นที่ให้บริการเชิงพาณิชย์ แต่ยังมี “กระแสรายได้แข็งแกร่ง” จึงให้ราคาเป้าหมาย 55.50 บาท (จากเดิมที่เคยประมาณการ 58 บาท) ส่วนบล.บัวหลวง ประเมินว่า หุ้น AOT นอกจากมีมูลค่าซื้อขาย Block Trade สูงที่สุดในช่วงสิ้นเดือนก.ย.ที่ผ่านมาแล้ว ราคาและวอลลุ่มการซื้อขายเพิ่มขึ้นจากมาตรการภาครัฐที่เตรียมเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเร็วๆ นี้

 

 

Share: