‘พลิกความท้าทาย’ สู่ ‘โอกาส’…เพื่อความอยู่รอดและการเติบโตอย่างยั่งยืน!!!

การดำเนินธุรกิจในปัจจุบันย่อมไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ในการพัฒนาธุรกิจให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปหรือการทำให้การผลิต/บริการสามารถควบคุมต้นทุนให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากที่สุดหรือการพัฒนาประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เพื่อสร้างศักยภาพในการแข่งขันทางธุรกิจ

 

“การรักษาหรือเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด รวมถึงความอยู่รอดและความสามารถในการปรับตัวไปตามสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป องค์กรจึงมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาและส่งเสริมนวัตกรรมทางธุรกิจเพื่อช่วยให้องค์กรเกิดการพัฒนาและสร้างความแตกต่างจากองค์กรอื่นๆ”

 

รู้จัก... “นวัตกรรมทางธุรกิจและสังคม/สิ่งแวดล้อม”

 

“นวัตกรรมทางธุรกิจ” คือ การสร้างสรรค์เชิงบวกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และมูลค่าเพิ่มให้แก่บริษัทและผู้มีส่วนได้เสียทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์ในเชิงสินค้า บริการ กระบวนการขั้นตอนการทำงาน ทั้งที่เป็นเรื่องใหม่ การพัฒนาต่อยอด หรือปรับปรุงเรื่องเดิมให้ดีขึ้น

 

อย่างไรก็ดี เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนที่ไม่ใช่แต่เพียงขับเคลื่อนธุรกิจให้เดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง นวัตกรรมนั้นควรเอื้อต่อการสร้างคุณค่าต่อสังคมและ/หรือสิ่งแวดล้อมด้วยให้เกิดเป็น “นวัตกรรมทางธุรกิจและสังคม/สิ่งแวดล้อม”

 

OECD (Organization for Economic Co-operation and Development)” ได้แบ่งนวัตกรรมออกเป็น 4 ประเภท คือ

 

  • นวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ (Product Innovation) การพัฒนาสินค้าหรือบริการขึ้นใหม่ หรือปรับปรุงสินค้าหรือบริการเดิมให้มีคุณสมบัติหรือคุณลักษณะแตกต่างไปจากเดิม เช่น การพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่ใช้พลังงานน้ำมัน, การใช้แชตบอตเพื่อให้บริการด้านข้อมูลและตอบคำถามแก่ลูกค้า 24 ชั่วโมง, การใช้เทคโนโลยี AI ในวงการแพทย์เพื่อประสิทธิภาพในการวินิจฉัยและรักษาพยาบาล, การพัฒนาเพื่อเพิ่มผลผลิตของผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรโดยใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เป็นต้น


  • นวัตกรรมด้านกระบวนการ (Process Innovation) การพัฒนากระบวนการหรือปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตหรือบริการที่มีอยู่เดิมให้มีวิธีการดำเนินงานใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นซึ่งอาจช่วยลดระยะเวลา ลดการซ้ำซ้อน ลดการสูญเสีย ช่วยทุ่นแรง สร้างความปลอดภัยในการทำงานมากขึ้น หรือทำให้ได้ผลิตภัณฑ์มากขึ้นในช่วงเวลาเท่ากัน


ตัวอย่างเช่น การปรับใช้อุปกรณ์/เครื่องมือ/หุ่นยนต์ในกระบวนการผลิต การปรับกระบวนการโลจิสติกส์และจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าได้รับสินค้ารวดเร็วขึ้นหรือสามารถขนส่งได้ในปริมาณที่มากขึ้นแต่ยังคงความปลอดภัย การปรับกระบวนการผลิตให้ลดการใช้พลังงาน/ทรัพยากรธรรมชาติและลดการเกิดของเสีย/ขยะ รวมถึงลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) การใช้ application เพื่อลดการใช้กระดาษ เป็นต้น”

 

  • นวัตกรรมด้านการตลาด (Marketing Innovation) การเปลี่ยนแปลงวิธีการทางการตลาดรูปแบบใหม่ซึ่งอาจครอบคลุมถึงการใช้กลยุทธ์ทางการตลาดการออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ การจัดวางสินค้า และการกำหนดราคาสินค้าหรือบริการ เช่น การจำหน่ายสินค้า/บริการรูปแบบ Omni channelผ่านทั้งในระบบออนไลน์และออฟไลน์ การปรับรูปแบบการขายจากขายสินค้าเป็นครั้งมาเป็นการขายด้วยระบบสมาชิก การออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ การใช้ Big Data ช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภค เป็นต้น


  • นวัตกรรมองค์กร (Organization Innovation) การปรับเปลี่ยนแนวทางดำเนินงานในระดับองค์กร โครงสร้างองค์กรและกระบวนการปฏิบัติงานในรูปแบบใหม่ เช่น การปรับเปลี่ยน Business Model จากธุรกิจร้านหนังสือเป็นธุรกิจอีคอมเมิร์ซ การลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพ การตั้งบริษัทย่อยเป็นฟินเทค การร่วมมือกับธุรกิจเพื่อสังคมในการตอบโจทย์ใหม่ๆ ทางธุรกิจ เป็นต้น

 

 

“อย่างไรก็ตาม หลายองค์กรต้องเผชิญกับ ‘ความท้าทาย’ ในการพัฒนานวัตกรรมทางธุรกิจในระดับองค์กร เช่น ยังไม่เห็นถึงความสำคัญของนวัตกรรม ขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนวัตกรรม ขาดทรัพยากรเพื่อสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมหรือคิดว่าการพัฒนานวัตกรรมต้องลงทุนสูง การมีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ไม่เอื้อต่อความคิดสร้างสรรค์หรือการริเริ่มนวัตกรรม เป็นต้น”

 


ดังนั้น การพัฒนานวัตกรรมให้ประสบความสำเร็จในองค์กรควรดำเนินการ ดังนี้

 

  • การสนับสนุนจากคณะกรรมการ ผู้นำ และผู้บริหารระดับสูงขององค์กร ให้พนักงานมีทัศนคติที่ดีต่อการเปลี่ยนแปลงและการแสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงสื่อสารให้ชัดเจนถึงความสำคัญและบทบาท/หน้าที่ความรับผิดชอบของพนักงานทุกคนร่วมกันที่มีส่วนช่วยในการพัฒนาและปรับปรุง ตลอดจนอาจกำหนดให้นวัตกรรมเป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม กลยุทธ์ เป้าหมายขององค์กร เพื่อสะท้อนถึงความสำคัญของนวัตกรรมที่มีต่อการดำเนินงานและความสำเร็จของธุรกิจ

  • การส่งเสริมวัฒนธรรมและกระบวนการที่ส่งเสริมการคิดค้นหรือพัฒนานวัตกรรมให้เกิดขึ้นภายในบริษัทเช่น สนับสนุนให้พนักงานทุกระดับได้เรียนรู้/ทำความเข้าใจ/พัฒนาทักษะเกี่ยวกับนวัตกรรม ส่งเสริมการคิดริเริ่มและสร้างสรรค์สิ่งใหม่จนเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร เป็นต้น 

  • การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างเหมาะสม เช่น บุคลากร งบประมาณ เทคโนโลยี และเวลา
    เป็นต้น ให้เหมาะสมเพื่อสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาต่อยอดเป็นนวัตกรรม ซึ่งนวัตกรรมบางประเภท ไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณสูง แต่สามารถสร้างประโยชน์ให้แก่องค์กร ผู้ใช้ และสังคม/สิ่งแวดล้อมได้

  • การสร้างมูลค่าและคุณค่าจากนวัตกรรม ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความแตกต่างของสินค้า/บริการ การแก้ไขปัญหาหรือตอบสนองได้ตรงต่อความต้องการของผู้บริโภค การพัฒนาประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ซึ่งบริษัทควรสามารถวัดประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากนวัตกรรมทั้งในเชิงการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ธุรกิจและคุณค่าต่อสังคมและ/หรือสิ่งแวดล้อม และจะยิ่งดีหากบริษัทสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณเปรียบเทียบผลลัพธ์ที่ได้ก่อนและหลังการนำนวัตกรรมที่คิดค้นขึ้นไปใช้ เพื่อพิจารณาถึงความคุ้มทุนจากทรัพยากรต่างๆที่บริษัทได้ลงทุนไป

  • การสร้างการรับรู้และเผยแพร่นวัตกรรมบริษัทควรเผยแพร่หรือเปิดเผยนวัตกรรมที่บริษัทพัฒนาขึ้นสำหรับช่วยให้ผู้อื่นได้เรียนรู้และปฏิบัติตาม เพื่อขยายประโยชน์จากการพัฒนานวัตกรรมให้แผ่กว้างในสังคมอันอาจนำไปสู่การต่อยอดและพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป 

 

ในยุคที่สภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ธุรกิจควรประเมินบริบทขององค์กรให้ได้ว่า ‘Megatrends’ ทิศทางของอุตสาหกรรม และปัจจัยความเสี่ยงใหม่ ๆ ที่อาจมีผลกระทบต่อธุรกิจ และธุรกิจควรปรับตัวและสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างไรในการ ‘พลิกความท้าทาย’ ให้กลายเป็น ‘โอกาส’ เพื่อความอยู่รอดและการเติบโตได้อย่างยั่งยืน ในขณะเดียวกันก็สามารถส่งมอบคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียและสร้างประโยชน์ต่อสังคม/สิ่งแวดล้อมไปด้วย

Share: