ทรัมป์ยังนอนโรงพยาบาล!!!!!! COVID-19 ดัน STGT ทำ All Time High

ข่าวที่เกี่ยวกับ Covid-19 สามารถสร้างความกังวลและเซอร์ไพร้ส์ตลาดได้ตลอด ล่าสุดหลัง “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐและภริยา ติด Covid-19 นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส มองว่าการเข้ารพ.ของทรัมป์ ส่งผลต่อรีเทิร์นตลาดหุ้น -0.48%

 

ทั้งนี้ล่าสุดเมื่อเช้า (5 ต.ค.63) สื่อต่างประเทศรายงานว่า ทรัมป์น่าจะออกจากโรงพยาบาลได้ภายในสัปดาห์นี้ และสุดท้ายไม่น่าจะกระทบกับการเลือกตั้งสหรัฐ 3 พ.ย.นี้ เป็นโมเมนตัมสำคัญที่ทำให้ดัชนีตลาดหุ้นปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหุ้น STGT ที่วันศุกร์ที่ผ่านมา ราคาหุ้นทุบสถิติ All Time High ที่ 88.50 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 160.29% นับตั้งแต่เข้าไอพีโอในตลาดหลักทรัพย์ฯ

 

โดยล่าสุดหุ้น STGT เปิดตลาดภาคบ่ายที่ราคา 88.75 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือเพิ่มขึ้น 0.28% จากราคาวันก่อนหน้า 

 

 

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ประเมินหลังหุ้น STGT ทำออล ไทม์ ไฮ ว่ามีแนวโน้มจะให้ผลตอบแทนเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นที่ควรจะดีกว่าสมมติฐานของตลาด (นโยบายไม่ต่ำกว่า 30%) เพื่อให้สอดคล้องกับปัจจัย ดังนี้

 

  1. กำไรที่แข็งแกร่งและดีกว่าคาด
  2. ฐานะการเงินดีเงินสดสูงถึง 10 บาท/ หุ้น net D/E เพียง 36 เท่า
  3. ผู้เล่นระดับโลกอันดับ 1 -2 ที่จ่าย Dividend Payout สูง ระดับ 50-60%
  4. ส่วนการจะให้ Bonus share คล้าย Top Glove ที่ 2 ต่อ 1 นั้นเรามองว่ายังไม่จำเป็น เพราะ STGT เพิ่งผ่านพ้นการ IPO ทำให้มีเงินสดมากเพียงพอ

ในประเด็นแตกพาร์หุ้น นักวิเคราะห์ เมย์แบงก์มองว่าการแตกพาร์ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะราคาหุ้นที่สูงมากนี้ เริ่มทำให้มูลค่าการซื้อขายต่อวันในเดือน ก.ย.ลดลง แล้ว -19.8 % เทียบกับเดือน ส.ค. การแตกพาร์ จะทำให้ผู้ลงทุนรายบุคคลเข้าถึงหุ้นได้ง่ายกว่า ซึ่งบริษัทเผยกับเราว่ากำลังอยู่ในระหว่างพิจารณาหลายๆทางเลือกข้างต้นนี้ ระหว่างนี้จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมายที่ 90.00 บาท

 

ส่วนผลประกอบการปีนี้ คาดว่า STGT จะรายงานกำไรสุทธิที่ 2,722 ล้านบาท ขยายตัวแรง +15.8% QoQ และ +2,500 YoY สนับสนุนจากปริมาณส่งมอบถุงมือราว 7,400 ล้านชิ้น ทรงตัวจากไตรมาสก่อน ซึ่งเต็มกำลังการผลิตแล้ว แต่ทว่าราคาขายเฉลี่ย (ASP) คาดเร่งขึ้น 70% QoQ และ +78% YoY หักล้างต้นทุนราคาน้ำยางข้นที่ดีดตัวขึ้น +8% QoQ และ +5% YoY ตามอุตสาหกรรมยานยนต์เป็น 42.9 บาท/ กก. ได้ไม่ยาก

 

ด้านนักวิเคราะห์ บล.กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มองว่า STGT มีปัจจัยสนับสนุนจากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นและคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่ง โดยราคาขายเฉลี่ยในไตรมาส 3/63 จะเพิ่มขึ้นสูงตามราคาตลาด โดยจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 70% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) เป็น USD35/carton และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นต่อในไตรมาส 4/63 โดยจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 12%qoq ก่อนเป็น USD39/carton โดย STGT มีแผนจะใช้ราคาขายเฉลี่ยในไตรมาส 4/63 เป็นราคาอ้างอิงในครึ่งปีแรกของปีหน้า นอกจากนี้คำสั่งซื้อมีมากพอไปถึงเดือนธันวาคม 2564 สำหรับถุงมือยางธรรมชาติและกลางปี 2565 สำหรับถุงมือยางไนไตรต์

 

ทั้งนี้ราคาหุ้น STGT ที่ทำสถิติใหม่ล่าสุด ได้ทะลุราคาเป้าหมายที่ทางบล.กรุงศรีประเมินไว้ ซึ่งต้องติดตามว่าทางนักวิเคราะห์จะปรับราคาเป้าหมายใหม่ที่เท่าไหร่ ซึ่งอาจจะต้องรอประเมินปัจจัยในช่วงนี้เพิ่มเติม

 

ขณะที่บล.เอเซีย พลัส จำกัด ยังคงเป้าหมายราคาหุ้น STGT ที่ 100 บาท โดยประเมินว่าความต้องการยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และทางตัวบริษัทเองสามารถปรับราคาขายถุงยางได้เพิ่มขึ้นด้วย คาดกำไรสุทธิปีนี้โตถึง 1,435.5% จากความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้น 52.3% ในปีนี้

 

ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าทุกครั้งที่มีข่าว Covid-19 เช่นหากวัคซีน Covid-19 ได้ใช้จริงๆ และสามารถใช้ป้องกันโรคได้จริง ก็ยิ่งเป็นปัจจัยบวกหนุนหุ้น STGT  

 

 

Share: