5 หุ้นกลาง - เล็ก หนีทรัมป์ ติด COVID

การติด Covid-19 ของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธบดีสหรัฐฯ เป็นเรื่องทุกคนกำลังจับตามอง เพราะส่งผลต่อความเชื่อมั่นตลาดหุ้นทั่วโลก โดย บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ประเมินตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ (5-9 ต.ค. 63) คาดกรอบดัชนีระหว่าง 1,200-1,270 จุด และแนะนำถือเงินไว้ราว 50%

โดยการติด Covid-19 ของ ทรัมป์กลายเป็นปัจจัยเสี่ยงตัวใหม่ หากไม่สามารถกลับมาทำงานหรือหาเสียงได้ อาจต้องมีการวิเคราะห์ทิศทางการเมืองสหรัฐฯ ว่าจะไปในทางใด แต่หากผ่านวิกฤตมาได้ ตลาดจะเบาใจขึ้น ส่วนการติดเชื้อรอบสองของอังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน และเมียนมา กระทบต่อนโยบายเปิดประเทศ เป็นลบต่อหุ้นท่องเที่ยวอยู่ต่อไป

 

ฝ่ายวิจัยกำลังรอดูงบเยียวยาเศรษฐกิจของสหรัฐฯ จะผ่านสภาฯ ด้วยตัวเลขใด (กรอบ $1.6 –$2.2 ล้านล้านเหรียญ) ถ้าจบได้ดี เชื่อว่าจะบวกต่อตลาด โดยตัวแปรในประเทศอยู่ที่การเมือง นโยบายของ “เพื่อไทย” หากนำไปสู่ทางออกที่ดีต่อประเทศ จะส่งผลบวกกับตลาดหุ้น ส่วนว่าที่รมว.คลัง คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ จะเป็นที่ยอมรับของตลาด

 

กลยุทธ์ลงทุนสัปดาห์นี้

 

ทิศทางของตลาดขึ้นอยู่กับอาการของประธานาธิบดีสหรัฐว่าจะเป็นไปในทิศทางใด ซึ่งจะมีผลมาถึงตลาดหุ้นไทย ถ้าแย่มากอาจเป็นปัจจัยฉุดดัชนีให้ปรับลงมาต่ำกว่า 1,200 จุดได้ รวมถึงการติดเชื้อรอบสองในหลายประเทศ ดังนั้น จึงแนะนำลดความเสี่ยงไปก่อน เน้นลงทุนกรอบสั้น เลี่ยงหุ้นใหญ่ เพราะมีความเสี่ยงที่นักลงทุนต่างชาติจะขาย และรอจังหวะซื้อกลับเมื่อปัจจัยลบคลายตัว

 

TACC เพิ่มสินค้า และโตไปพร้อม 7-11

 

  • ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเป็นบวกมากขึ้นจากยอดขายสินค้าเครื่องดื่มของ TACC จาก 7-11 ฟื้นตัวเร็วกว่าที่คาด โดยช่วงไตรมาส 3/63 กลับเข้าสู่ระดับปกติก่อน COVID-19 แล้ว และ Project upsize ของ All cafe มีสาขาร่วมขายเพิ่มขึ้นเป็น 7,800 (จากสาขา 2,000 สาขาในไตรมาส 2/63)

  • ประเมินกำไรสุทธิปี 2563 เพิ่มขึ้น 14% เป็น 201 ล้านบาท หรือเติบโต 24% จากปีก่อน และปี 2564 คาดกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 18% เป็น 233 ล้านบาท หรือเติบโต 16% จากการปรับ GPM ขึ้น โดยฝ่ายวิจัยได้รวมรายได้จากการขยาย 7-11 ไปยังประเทศกัมพูชาและลาวในปีหน้าที่ 12 ล้านบาท (เปิด 100 สาขาต่อประเทศ)


Share: