ทองคำ ปี 64 ลุ้นราคาแตะ 3.4 หมื่นบาท เศรษฐกิจโลกอ่อนแอทองคำยิ่งน่าลงทุน

ตั้งแต่ต้นปีราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้นกว่า 30% และทำจุดสูงสุดที่ระดับ 2,750 จุด และมีแนวโน้มจะเป็นขาขึ้นไปจนถึงต้นปี 2564 เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังอ่อนแอ และแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายยังอยู่ในระดับต่ำไปอีก 1-2 ปี


แม้ที่ผ่านมาราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมากแล้ว แต่ผู้ค้าทองยังมองว่าไตรมาส 4/63 ราคาทองคำยังมีโอกาสปรับขึ้นอยู่ แม้ราคาทองคำจะปรับลงมาก็มองเป็นการย่อในระยะสั้นเท่านั้น โดยนางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) ให้ความเห็นกับ Wealthy Thai ว่า ราคาทองคำในไตรมาส 4/63 อาจผันผวน จากปัจจัยการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่ต้องติดตามว่าใครจะเป็นผู้ชนะ ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาทองคำ


ซึ่งภาพรวมราคาทองคำยังเป็นบวก จากปัจจัยหนุน ทั้งตัวเลขการว่างงานที่ยังอยู่ในระดับสูง เศรษฐกิจหลายประเทศยังอ่อนแอ และดอกเบี้ยนโยบายที่คาดว่าจะอยู่ในระดับต่ำไปอีกนาน รวมถึงการอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ยังมีการอัดฉีดวงเงินกระตุ้นเศรษฐกิจของหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐ จะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ราคาปรับขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้นในช่วงสั้นๆ ถ้ามีการปรับตัวลดลงมา ยังแนะนำซื้อสะสม


สำหรับราคาทองคำมองแนวรับที่ราคา 1,800 เหรียญ ส่วนแนวต้านหากผ่านบริเวณ 1,935 เหรียญ ไปได้มีโอกาสที่ราคาทองคำจะกลับขึ้นไปแตะที่ระดับ 2,075 เหรียญ

 

 

ระยะยาวยังเป็นเทรนด์ขาขึ้น

ส่วนระยะยาวราคาทองคำยังเป็นขาขึ้น แต่อาจจะไม่ได้ปรับขึ้นแรงมากเหมือนปี 2563 คาดว่าอาจปรับขึ้นได้ประมาณ 5-10% ในแง่ของการลงทุนยังแนะนำให้มีทองคำในพอร์ตประมาณ 10% ของพอร์ตการลงทุนทั้งหมด และถ้าเห็นการปรับตัวลดลงที่ระดับตั้งแต่ 27,500 บาทต่อบาททองคำ ก็เริ่มทยอยสะสมได้ ขณะที่แนวต้านมองที่ระดับ 29,000 29,500 และ 30,000 บาทต่อบาททองคำ ตามลำดับ

 




ด้านนายณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ ประธานบริหารกลุ่มบริษัทในเครือ MTS Gold แม่ทองสุก กล่าวว่า ในระยะกลางถึงระยะยาวมีโอกาสที่ราคาทองคำจะปรับขึ้นจากมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน (QE) ที่ล้นตลาด เพราะคาดว่าปลายปีนี้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) น่าจะอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบอีก 1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หลังที่ผ่านมาการอัดฉีด QE ไปแล้วกว่า 7 ล้านล้านเหรียญ ซึ่งจะส่งผลให้ราคาทองคำในไตรมาส 4/63 มีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบ 2,000-2,070 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยที่ราว 30,000 บาทต่อบาททองคำ

 

 

ปี 64 ลุ้นราคาทองแตะ 34,000 บาท/บาททองคำ

แนวโน้มราคาทองคำในปี 64 มีโอกาสเห็นราคาทองคำขึ้นเหนือ 2,200 เหรียญขึ้นไปถึง 2,300 เหรียญ หรือขึ้นไม่น้อยกว่า 10% หากประเมินว่าราคาทองคำในช่วงสิ้นปี 63 จะจบที่ประมาณ 2,000 เหรียญหรือขึ้นมาประมาณ 28% โดยยังใช้ปัจจัยพื้นฐานเดิมจากปี 63 มาวิเคราะห์ เนื่องจากเฟดจะยังคงดอกเบี้ยใกล้ 0% ทั้งปี และยังไม่มีการอัดฉีดเงินและไม่สามารถลด QE ลงได้บ่งชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ซึ่งปัจจัยทั้งหมดเป็นตัวเกื้อหนุนทองคำและดอลลาร์อ่อนค่าได้ต่อเนื่อง ส่วนราคาทองคำไทยปีหน้าคาดว่าจะปรับขึ้น และโอกาสเห็นราคาทองคำแตะที่ระดับ 33,000 – 34,000 บาทต่อบาททองคำ ดังนั้นการลงทุนจึงยังแนะนำทำกำไรขาขึ้น


อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ต้องติดตาม คือ การเลือกตั้งสหรัฐ หากโจ ไบเดิน ชนะการเลือกตั้งและเข้ามาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ รวมถึงวัคซีนรักษา Covid-19 ยังไม่สำเร็จ มีโอกาสกดดันราคาทองคำให้ร่วงแรงประมาณ 50 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ โดยแนะนำให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำไทยที่ระดับ 27,000-27,500 บาท ส่วนทองโลกแนะนำซื้อที่ระดับ 1,800-1850 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์


ใครที่คิดว่าจะเข้าลงทุนทองคำตอนนี้ ยังมีโอกาส แต่ต้องติดตามข่าวสารและปัจจัยที่อาจกระทบต่อราคาทองคำเพื่อหาจังหวะเข้าลงทุนที่เหมาะสมกับตัวเอง

Share: