ทำนายผลเลือกตั้งสหรัฐครั้งประวัติศาสตร์ หุ้นนอกหุ้นไทยใครได้ใครเสีย ?

สำหรับการเลือกตั้งสหรัฐ Election Presidential Debate of 2020 ระหว่างผู้ลงสมัครเลือกตั้ง นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐคนปัจจุบัน จากพรรคริพับลิกัน กับนายโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต ที่ล่าสุดแม้จะยกเลิกการดีเบตครั้งที่ 2 ออกไป หลังทรัมป์ติด Covid-19 แต่สถานการณ์ก็ยังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ โดยโพล BBC ระบุว่าทางผู้ท้าชิง โจ ไบเดนได้คะแนนนำ 52% ส่วนทรัมป์ 42% แล้วในภาวะดังกล่าว ส่งผลอย่างไรต่อบรรยากาศการลงทุนบ้าง จะมีหุ้นกลุ่มไหนที่ได้รับประโยชน์ – เสียประโยชน์?


ทาง Morgan Stanley รายงานว่า ช่วงการเลือกตั้งไม่ได้ทำให้ผลตอบแทนของตลาดหุ้นแย่ลงหรือผันผวนมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต ส่วนนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บัวหลวง) จำกัด (มหาชน) รายงานว่า การเลือกตั้งสหรัฐ ไม่ว่าทรัมป์หรือไบเดนชนะการเลือกตั้ง จะส่งผลโดยตรงต่อหุ้น 3 กลุ่มคือ เทคโนโลยี การแพทย์ และพลังงานทางเลือก

 

 

ถ้าทรัมป์ชนะเลือกตั้ง จะส่งผลลบกับหุ้นเทคฯ จีน

หากทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง นักวิเคราะห์ บล.บัวหลวงมองว่าจะส่งผลดีต่อภาพรวมตลาดหุ้น โดยการขยายระยะเวลาลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 21% จะส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นมากกว่า เนื่องจากบริษัทจดทะเบียนจะมีกำไรมากขึ้น หนุนการจ่ายปันผล การซื้อหุ้นคืน รวมถึงมูลค่าของบริษัท สอดคล้องกับผลสำรวจของ Morgan Stanley ที่ระบุว่า 50% ของนักลงทุนสถาบัน (จากทั้งหมดประมาณ 350 แห่ง) มองตลาดหุ้นจะขึ้นในช่วง 3 เดือนแรก หลังเลือกตั้งหากทรัมป์ชนะ ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าสถานการณ์นี้จะช่วยลดความเสี่ยงขาลงของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในช่วงเวลาที่เหลือของปี


แต่ถ้ามองเป็นราย “เซ็คเตอร์” หากทรัมป์ชนะเลือกตั้ง จะส่งผลกลางๆ กับหุ้นสหรัฐทั้ง 3 กลุ่ม แต่จะส่งผลลบต่อตลาดหุ้นจีน -ฮ่องกง - ตลาดหุ้นเกิดใหม่มากกว่า จากการทำสงครามการค้ากับจีนยาวนานหลายปี อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงถือว่าแข็งแกร่ง จากแรงซื้อของนักลงทุนภายในประเทศ นอกจากนี้ผลกระทบจากความเข้มงวดต่อบริษัทจดทะเบียนต่างชาติของตลาดหุ้นสหรัฐ ทำให้บริษัทจีนหันมาจดทะเบียนในตลาดฮ่องกงเป็นแห่งที่ 2 มากขึ้น ยิ่งเพิ่มวอลลุ่มการซื้อขายให้กับตลาดฮ่องกง โดยหุ้นเทคโนโลยีจีนที่เทรดอยู่ในตลาดฮ่องกง ยังมี Valuation น่าสนใจ เช่น ALIBABA (9988), JD.com (9618), XIAOMI (1810) เมื่อเทียบกับหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ

 

 

ถ้าไบเดนชนะเลือกตั้ง หุ้น APPLE กระทบหนักสุด!!!!!!  

แต่หากผลเป็นไปตามโพลคือ ไบเดนชนะเลือกตั้ง มองว่าจะส่งผลลบต่อ “หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี” เนื่องจากไบเดนมองบริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่อย่าง AMAZON,APPLE,GOOGLE และ FACEBOOK มีอำนาจผูกขาด ซึ่งทางไบเดนต้องการที่จะควบคุมอำนาจของบริษัทเทคฯ เหล่านี้ ผ่านการแก้ไขกฏหมายควบคุมการผูกขาดทางการค้าให้เข้มงวดยิ่งขึ้น รวมการแก้กฎหมายการนำเข้าชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์จากต่างประเทศ จึงมองว่านโยบายดังกล่าวของไบเดน จะส่งผลกระทบเชิงลบต่อหุ้นเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่ม IT Hardware อาจได้รับผลกระทบมากที่สุด เช่น APPLE เนื่องจากมีสัดส่วนการนำเข้าชิ้นส่วนจากจีนเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามในช่วงนี้หากราคาหุ้น APPLE ปรับฐานจากประเด็นดังกล่าว ทางบล.บัวหลวงมองว่าเป็นโอกาสสะสม


ส่วนหุ้นที่จะได้ประโยชน์ หากไบเดนชนะเลือกตั้งคือ “หุ้นกลุ่มการแพทย์” จากการที่ไบเดนจะนำนโยบาย Obamacare หรือกฎหมาย Affordable Care Act (ACA) กลับมาใช้อีกครั้ง จะช่วยให้ชาวอเมริกันสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างทั่วถึงและราคาไม่แพง ขณะที่ทรัมป์คัดค้านนโยบายดังกล่าวเต็มที่ จึงมองว่านโยบายของไบเดน จะส่งผลบวกต่อหุ้นการแพทย์มากกว่า เช่น JOHNSON&JOHNSON, CVS HEALTH


อีกกลุ่มคือหุ้น “กลุ่มพลังงานทางเลือก” ได้รับผลบวก หากไบเดนชนะการเลือกตั้ง โดยเฉพาะหุ้น Green Energy เช่น Lithium Americas Corp (LAC) หรือผู้ผลิตรถ EV เช่น TESLA (TSLA), NIO จะได้รับอานิสงส์ หากไบเดนชนะการเลือกตั้ ขณะที่ทรัมป์สนับสนุนการใช้พลังงานฟอซซิลมาตลอด

 

 

มองสวน! หากไบเดนชนะเลือกตั้ง หุ้นพลังงานจะลง

ด้านนายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการอาวุโสและนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์ Wealthy Thai ว่า ปัจจุบันยังเห็นสัญญาณนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยต่อเนื่อง แต่มีจุดที่พอจะลุ้นได้คือ ช่วงหลังเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ หากไบเดนได้รับเลือกฯ นโยบายการขึ้นภาษีนิติบุคคลมีโอกาสทำให้นักลงทุนลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นสหรัฐ แล้วมาเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นอื่นแทน ดังนั้นหลังจากนี้จึงน่าจะเห็น “ฟันด์โฟลว์” ไหลกลับเข้ามาในตลาดเกิดใหม่และตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น


“ในช่วงก่อนเลือกตั้งสหรัฐ ตลาดหุ้นโลกและตลาดหุ้นไทยจะผันผวนค่อนข้างมาก แต่หลังจากวันเลือกตั้ง 3 พ.ย. หากไบเดนชนะการเลือกตั้งตามโพลที่ประเมินไว้ จะส่งผลลบต่อหุ้นพลังงาน เนื่องจากทรัมป์สนับสนุนการใช้พลังงานในรูปแบบเดิม เช่น ถ่านหิน และสนับสนุนการขุดเจาะต่างๆ ขณะที่ไบเดนเน้นกลุ่มพลังงานสะอาด ส่วนหุ้นที่จะได้ผลบวกจากการเลือกตั้ง ซึ่งไม่ว่าใครจะชนะมองว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจะเป็นหุ้น “ดาวเด่น” จากการเข้าสู่ช่วงหน้าหนาว ทำให้การควบคุมโรค Covid-19 ทำได้ยากมากขึ้น หุ้นเทคโนโลยีจึงยังโดดเด่น เมื่อเทียบกับหุ้นบริการ-ท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบโดยตรง” นายกิจพณกล่าว

Share: