SO เข้าเทรดเหนือจอง 3.08% ย้ำเข้าตลาดหุ้นเพื่อสร้างการเติบโต

วันนี้ถือเป็นฤกษ์งามยามดีของบริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO ผู้ประกอบธุรกิจการจ้างเหมาบริการครบวงจรชั้นนำระดับประเทศ ที่เข้าเทรดเป็นวันแรกในวันนี้ โดยเปิดการซื้อขายที่ระดับ 6.70 บาท เพิ่มขึ้น 3.08% จากราคาราคา IPO ที่ 6.50 บาทต่อหุ้น

 

“ราคาเราไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ เราเข้ามาในตลาดหุ้นเพื่อที่จะทำงานอย่างจริงจัง มีแผนนำเงินไปใช้เพื่อให้มีงานมากขึ้น รับลูกค้าได้มากขึ้น รวมทั้งพัฒนาเทคโนโลยี และทำให้ลูกค้าแฮปปี้กับเรา ซึ่งผมทำงานมาเท่าๆ กับบริษัทเกิด ผมมั่นใจมาก เราทำมันได้ดี และจะดีมากกว่านี้ สิ่งที่เราดำเนินธุรกิจมา ลูกลูกมีการต่อสัญญาเกือบ 100% ซึ่งในจำนวนที่ไม่ต่อสัญญานั้น ส่วนใหญ่เป็นฝ่ายเราเองที่ไม่ต้องการต่อสัญญา ซึ่งเราเลือกลูกค้าที่เข้ากับเราได้” คำกล่าวของนายจิรณุ กุลชนะรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO

             

สำหรับทิศทางการเติบโตของปี 63 คาดว่าจะเติบโตได้ดีกว่าเป้าหมาย และคาดหวังว่าหลังจากเข้าตลาดหุ้นรายได้จะมีอัตราการเติบโตมากกว่าค่าเฉลี่ยนในอดีต และมีโอกาสเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก หลังจากในอดีตที่ผ่านมาการเติบโตของรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 7%

             

“เราผ่านมาทุกวิกฤติแล้ว ทั้งต้มยำกุ้ง แฮมเบอร์เกอร์ ซึ่งถ้าเราทำงานอย่างจริงจัง ปัจจัยเสี่ยงจะน้อยลง เราจะไม่ทำอะไรผลีผลามที่จะทำ เราจะทำอย่างระมัดระวัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเสนอราคา และการควบคุมต้นทุน โดยปัจจุบันเรามี D/E ที่ระดับ 3 เท่า ซึ่งหลังเข้าเทรดคาดว่าจะอยู่ในระดับต่ำกว่า 1 เท่า”

             

แม้ปัจจุบันจะมีหลายๆบริษัทลดพนักงานจำนวนมาก แต่ SO เองก็ยังเพิ่มคนอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อว่าวิกฤติจะเป็นโอกาส ซึ่งจากหลายๆ บริษัทมีการปลดพนักงาน ทำให้ SO หาพนักงานได้ง่ายขึ้น และคาดว่าลูกค้าจะหันมาใช้บริการ outsource มาขึ้น เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย และต้นทุนคงที่ โดยปัจจุบันบรริษัทมีพนักงานกว่า 1.2 หมื่นราย คาดว่าปี 2564 จะเพิ่มเป็น 1.5 หมื่นราย เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันมีสัดส่วนลูกค้าจากภาครัฐ 63% ภาคเอกชน 17% มีสัญญากว่า 600 สัญญา

 

สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนขายหุ้น IPO ครั้งนี้ จำนวนสุทธิ 527.23 ล้านบาท ส่วนหนึ่งจะนำมาใช้เป็นเงินหมุนเวียนและลงทุนขยายกิจการ เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต โดยมีเป้าหมายก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบธุรกิจการจ้างเหมาบริการครบวงจร อันดับ 1 ของประเทศ พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจ โดยมุ่งพัฒนาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ ความต้องการลูกค้าที่ไม่หยุดนิ่ง ใน 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 1.SO People บริการจัดการด้านบุคลากร 2.SO Green บริการดูแลภูมิทัศน์ 3.SO Wheel บริการรถยนต์ให้เช่า และ 4.SO Next บริการจัดการงานบันทึกข้อมูล

 

โดยบริษัทจะมุ่งขยายฐานลูกค้า ให้มีความหลากหลายและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้การบริหารธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล โปร่งใส มีความรับผิดชอบต่อสังคม และมุ่งสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าให้แก่ลูกค้า คู่ค้า พนักงาน องค์กร และผู้ถือหุ้น รวมทั้งช่วยสร้างประโยชน์ให้กับเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม

 

ขณะที่แผนขยายการลงทุนปี 2564-2566 จะพัฒนาการให้บริการทั้งในส่วนของธุรกิจให้บริการจัดหาบุคลากรและธุรกิจให้เช่าและบริการ เพื่อรองรับการเติบโตของบริษัทอย่างมั่นคงและยั่งยืน ดังนี้ 1.การเพิ่มจำนวนพนักงานที่ส่งไปปฏิบัติงานกับลูกค้า เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจบริการจัดหาบุคลากร และเพื่อให้สามารถขยายการให้บริการไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมากยิ่งขึ้น โดยมีแผนที่จะเพิ่มจำนวนพนักงานในส่วนของพนักงานขับรถยนต์และพนักงานสำนักงาน เช่น พนักงานธุรการ และพนักงานช่าง เป็นต้น โดยมีกลุ่มลูกค้าหลัก คือ หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ และบริษัทเอกชน

 

2.การขยายการลงทุนในธุรกิจบริการรถยนต์ให้เช่า เช่น รถยนต์ดัดแปลง เพื่อรองรับความต้องการและการบริการ ให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ ได้แก่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล และบริษัทเอกชนอื่น ๆ ทั้งการให้เช่ารถยนต์ดัดแปลงและการซื้อรถยนต์มาดัดแปลงเพื่อขายให้กับลูกค้า

 

นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายบริการรถยนต์ให้เช่าพร้อมคนขับแบบรายชั่วโมงหรือรายวัน เนื่องจากบริษัทเล็งเห็นว่าลูกค้ากลุ่มนิติบุคคลมีการเช่ารถเป็นรายปี แต่มีการใช้จริงค่อนข้างน้อย บริษัทจึงมีโครงการ Cab on Call โดยค่าใช้บริการถูกคำนวณ จากการใช้งานตามจริงของลูกค้า (Pay Per Use) ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการใช้งานเป็นช่วงเวลา หากลูกค้าไม่จำเป็นต้องใช้รถจึงไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายให้ลูกค้า โดยกลุ่มลูกค้าหลักคือ บริษัทเอกชนและหน่วยงานราชการ รวมทั้งโครงการเพิ่มจำนวนรถยนต์ให้เช่า เพื่อขยายการให้บริการไปยังกลุ่มลูกค้าปัจจุบัน และกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมากยิ่งขึ้น

 

3.โครงการพัฒนาด้าน Technology โดยสร้างระบบ Automation สำหรับการบริหารงาน ซึ่งจะมีการลงทุนทั้งในส่วนซอฟท์แวร์และการพัฒนา รวมถึงฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุง เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการให้บริการ กับลูกค้าและใช้เทคโนโลยี เพื่อทำให้บริการง่ายขึ้น โดยระบบดังกล่าวจะเชื่อมข้อมูลทั้งหมดตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ช่วยลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน ตรวจสอบข้อมูลและยืนยันความถูกต้อง และช่วยติดตามงานและเตือนก่อนเกิดปัญหาต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้บริษัทลดความผิดพลาดในการทำงานจากบุคลากร และสามารถเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน มั่นใจว่าการพัฒนาดังกล่าวจะสร้างความ พึงพอใจให้กับลูกค้าเดิมและสามารถเพิ่มลูกค้าใหม่ได้เป็นอย่างมาก



4.โครงการ HRM Solutions บริษัทมีแผนขยายบริการด้านการบริหารจัดการบุคลากร (HRM Solutions) เพื่อให้บริการ กับลูกค้าในส่วนงานทรัพยากรบุคคล (HR) ทั้งหมด ที่ลูกค้าต้องดูแลและบริหารจัดการด้านบุคลากรเอง ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทให้บริการด้าน HR ควบคู่ไปกับส่วนงาน Outsource อยู่แล้ว โดยจะพัฒนาระบบต่างๆ ให้รองรับการใช้งานแบบราย Module อาทิระบบ Payroll, ระบบรับสมัคร คัดกรอง และติดตามสถานะการจัดส่งพนักงาน (iRecruit), ระบบ E-Slip,ระบบระบบลงเวลาเข้า - ออกงาน การลางาน และการเบิกค่าล่วงเวลาทำงาน (Tik track) และระบบบริหารและจัดการประวัติพนักงาน เป็นต้น โดยลูกค้าสามารถเลือกใช้งานบริการต่างๆ ได้ตามความต้องการของลูกค้า หรือสามารถใช้งานทุกบริการได้

 

Share: