เช็คสถิติปั๊มน้ำมันในประเทศไทย ปตท.ไม่ใช่เบอร์หนึ่ง แต่ยังอยู่ในใจเสมอ

ถ้าพูดถึงเรื่องของการขับรถเดินทางท่องเที่ยว อย่างแรกที่เราต้องคำนึงถึงคือ สถานีให้บริการน้ำมันหรือที่เราเรียกกันติดปาดว่าปั๊มน้ำมัน เพราะน้ำมันถือเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เราไปถึงจุดหมาย ยิ่งมีจำนวนปั๊มน้ำมันกระจายตัวทั่วประเทศ ยิ่งเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าถึงผู้บริโภคอย่างง่ายดาย

 

แม้ปัจจุบันเกิดการระบาดของ COVID-19 ทำให้การบริโภคน้ำมันปรับตัวลดลง แต่เราก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ประเทศไทย ส่วนมากพึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลัก ยิ่งมาตรการของภาครัฐที่ออกมาล่าสุดนั้น ส่วนใหญ่ก็จะกระตุ้นการบริโภค และการท่องเที่ยวด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่อผู้ค้าน้ำมัน เราเคยสงสัยกันหรือไม่ ในประเทศไทยมีปั๊มน้ำมันรวมกันทั้งสิ้นเท่าไหร่ ใครเป็นผู้ที่มีจำนวนปั๊มมากที่สุด วันนี้ Wealthy Thai จะพานักลงทุนมาหาคำตอบ

 

จากการตรวจสอบข้อมูลผ่านกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน พบว่า ณ สิ้นไตรมาส 2/63 ในประเทศไทยมีจำนวนปั๊มน้ำมันอยู่ที่ 29,596 แห่งทั่วประเทศ แบ่งเป็น กทม. 932 แห่ง จังหวัดรอบนอก 750 แห่ง ภาคกลาง 1,430 แห่ง ภาคเหนือตอนบน 4,529 แห่ง เหนือตอนล่าง 4,477 แห่ง อีสานตอนบน 5,232 แห่ง อีสานตอนล่าง 5,563 แห่ง ตะวันออก 2,000 แห่ง ตะวันตก 2,173 แห่ง ใต้บน 1,515 แห่ง ใต้ล่าง 995 แห่ง ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่าในภาคอีสานมีจำนวนปั๊มน้ำมันมากที่สุดของประเทศไทย

 

PT ปั๊มมากสุดของประเทศ

 

ขณะที่ข้อมูลดังกล่าวพบว่าปั๊มน้ำมัน ปตท.ภายใต้การให้บริการของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการที่มีปั๊มน้ำมันมากที่สุด โดยปั๊มน้ำมัน PT ภายใต้บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ในช่วงเวลาดังกล่าวมีจำนวนมากที่สุดอยู่ที่ 2,062 แห่ง

 

ขณะที่อันดับ 2 ก็คือ ปั๊มน้ำมัน ปตท.ภายใต้การให้บริการของ OR อยู่ที่ 1,999 แห่ง ตามด้วยอันดับ 3 คือ ปั๊มน้ำมันบางจาก ภายใต้บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP อยู่ที่ 1,212 แห่ง อันดับ 4 คือ เอสโซ่ ภายใต้บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ESSO อยู่ที่ 654 แห่ง ส่วนอันดับที่ 5 เป็นปั๊มเซลล์ 545 แห่ง

 

ขณะที่อันดับที่ 6 คือ บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด ผู้ให้บริการน้ำมันคุณภาพภายใต้ตรา “คาลเท็กซ์” อยู่ที่ 399 แห่ง และอันดับที่ 7 คือ ซัสโก้ ภายใต้บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SUSCO อยู่ที่ 211 แห่ง ส่วนที่เหลือจะเป็นแบรนด์อื่นๆ ที่กระจายตัวกันออกไป


 

ปตท.ยังได้รับความนิยมสูง

 

แม้ปั๊มน้ำมัน PT จะมีจำนวนสาขามากที่สุดในประเทศไทย แต่ความนิยมยังตกเป็นของปตท. ซึ่งจากข้อมูลภายในงาน "บริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน" (Opportunity Day) ของ PTG ได้บอกว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว ปตท.ยังคงได้รับความนิยมมากที่สุดของประเทศอยู่ที่ระดับ 46% แต่ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ระดับ 48.10%

 

ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่างบางจาก ที่ได้รับความนิยมที่ระดับ 13.30% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ระดับ 12.60% ตามมาติดๆ ด้วยอันดับ 3 อย่าง PT ที่มีความนิมยมระดับ 12.80% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ระดับ 10.80% ขณะที่อันดับ 4 คือ เซลล์ อยู่ที่ระดับ 11.40% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่อันดับ 5 ที่ 8.10% โดยเอสโซ่ได้ตกหล่นลงมาอยู่อันดับ 5 ตามระเบียบ อยู่ที่ 6.50% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 10%

 

แต่ที่น่าสนใจนั้น จากข้อมูลเดียวกันนี้ PT ติดโผความนิยมในเขตกทม. ด้วยอันดับที่ 5 อยู่ที่ 6.70% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ไม่ติดอันดับ นี่คงเป็นไปตามแผนของ PT ที่รุกขยายปั๊มในเขตกทม. หลังจากก่อนหน้านี้ที่รุกขยายปั๊มออกสู่ต่างจังหวัด จนกระจายสู่พื้นที่ระดับตำบลในช่วงที่ผ่านมา

 

อย่างที่เราทราบกันดี แม้ปตท.จะมีจำนวนสาขาที่ไม่มากเท่า PT แต่ความนิยมยังอยู่ที่ปตท.อยู่ดี เป็นเพราะอะไรกันแน่ หรือในปั๊มมีบริการอย่างครบวงจร ทั้งห้องน้ำสะอาด ร้านสะดวกซื้อที่ได้รับความนิยมสูงอย่าง เซเว่น-อีเลฟเว่น ที่ส่วนใหญ่ให้บริการในปั๊มปตท. รวมทั้งศูนย์อาหารที่ครอบคลุมเกือบทุกเมนู

 

เราก็คงต้องมาติดตามกันต่อไปว่า การขยายสาขาของแต่ละแบรนด์ จะสร้างการเติบโตได้มากน้อยเพียงไหน อย่างไรก็ตามธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน จะต้องดูที่ค่าการตลาดควบคู่กันไปด้วย ยิ่งของแต่ละบริษัทมีค่าที่สูง ย่อมส่งผลต่อกำไรสุทธิด้วย แต่ตัวเลขค่าการตลาดไม่สามารถความคุมได้ จึงเป็นเหตุทำให้แต่ละบริษัทขยายธุรกิจไปยังนอนออยส์ เพื่อสร้างมาร์จิ้นให้กับตนเอง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจร้านกาแฟ ร้านสะดวกซื้อ หรือแม้กระทั่งศูนย์บริการยานยนต์ เป็นต้น

Share: