iPhone 12 หมดแรงดันหุ้นค้าปลีก นักวิเคราะห์มองกลุ่มสื่อสารอัพไซด์มากกว่า

สำหรับสาวก Apple เชื่อว่าการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในคืนวันที่ 13 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยเฉพาะ iPhone 12 น่าจะสร้างเซอร์ไพรส์ ทั้งในด้านบวกและลบให้หลายคนพอสมควร เพราะแม้สเปคเครื่องจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถรองรับเทคโนโลยี 5G ได้เต็มที่ ในราคาที่จับต้องได้ แต่ก็เป็นครั้งแรกเช่นกันที่ Apple จะไม่มีการแถมอะแดปเตอร์และหูฟัง ซึ่ง Apple ให้เหตุผลว่าเพื่อลดการใช้ทรัพยากรและลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ต้องรอติดตามว่าหลังวางขายผู้บริโภคจะให้การตอบรับเป็นอย่างไร  


กลับมาในฝั่งของตลาดหุ้น นักลงทุนคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วว่าไตรมาส 3 ของทุกปี จะเป็นช่วงที่ Apple เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ทำให้มีการเข้าเก็งกำไรหุ้นทั้งในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐและตลาดหุ้นไทย โดยกลุ่มที่ได้รับผลบวก คือ หุ้นที่จำหน่ายสินค้าของ iPhone และหุ้นที่ทำธุรกิจให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ แต่หุ้นตัวไหนจะได้ประโยชน์มากน้อยอย่างไร Wealthy Thai นำมุมมองของคุณประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ซึ่งให้ความเห็นว่า คืนวันจันทร์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐ ได้รับประเด็นบวกจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple ทำให้ราคาหุ้น AAPL ปรับขึ้นตอบรับประเด็นดังกล่าว ก่อนจะปรับตัวลง ซึ่งผมมองว่า Sell on Fact มาแล้ว ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่า iPhone 12 ที่เปิดตัวใหม่ อาจไม่สร้างความประหลาดใจให้ตลาดมากนัก


แต่ที่น่าสนใจคือสเปคเครื่องครั้งนี้สามารถรองรับเทคโนโลยี 5G ได้เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งจะทำให้หุ้นค้าปลีกอย่าง JMART และ COM7 ได้ประโยชน์ แต่ผมมองว่าราคาหุ้นทั้งสองตัว PE ปัจจุบันอยู่ในระดับที่ค่อนข้างเหนื่อย ดังนั้นผมมองว่าหุ้นกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์จากการเปิดตัว iPhone 12 จริงๆ น่าจะเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพราะนอกจากจะเป็นผู้ให้บริการเครือข่าย 5G แล้ว ยังมีการขายแพ็คเกจพ่วงไปกับโทรศัพท์ด้วย    

 

 

มอง ADVANC ราคาหุ้นถูก เหมาะลงทุนระยะยาว 

โดยปัจจุบัน ADVANC เป็นผู้ให้บริการที่มีจำนวนคลื่นความถี่ 2600 MHz ซึ่งสามารถรองรับการให้บริการ 5G ได้มากที่สุด รองมาคือ TRUE ในขณะที่ DTAC ไม่มีเคลื่อนความถี่ดังกล่าว ดังนั้นทำให้ ADVANC จะเป็นผู้ได้เปรียบสูงสุด จากรายได้จากการขายมือถือ และการขายแพ็คเกจพ่วงต่างๆ นอกจากนี้การขยายโครงข่ายก็ล้ำหน้าผู้ให้บริการอื่น จากงบลงทุนที่มีความพร้อม ส่วนราคาหุ้นปรับลงตอบรับผลประกอบการไตรมาส 2/63 ที่ปรับตัวลง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดว่าต้องใช้เวลาอีกนานกว่า Earning จะฟื้นตัว แต่หากดูภาระค่าใช้จ่ายจะพบว่าค่าเสื่อมของใบอนุญาต 3G มีการชำระครบแล้ว ทั้งในส่วนของใบอนุญาตและอุปกรณ์ ทำให้ภาระค่าใช้จ่ายลดน้อยลง เพียงแต่ว่าจะมีภาระค่าใช้จ่ายในส่วนของใบอนุญาตและค่าเสื่อมคลื่นความถี่ 2,600 MHz ซึ่งเป็นไปตามแผนการใช้จ่ายอยู่แล้ว


ดังนั้นปี 2564 จึงจะเริ่มเห็นภาพของ Earning ที่ดีขึ้นบ้าง แต่ปีนี้ยังมีปัจจัยหลายส่วนกดดันอยู่ ในด้านราคาหุ้นมองว่าที่ระดับ 170-180 บาท เป็นราคาที่น่าสนใจเข้าซื้อ เพื่อลงทุนระยะยาว ซึ่งปัจจุบันราคาหุ้นมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น ADVANC จึงเป็นหุ้นอีกตัวที่น่าสนใจเข้าลงทุน เพื่อรับผลบวกจากการเปิดตัว iPhone 12 นอกเหนือหุ้น COM7 และ JMART ที่ปัจจุบันราคาปรับขึ้นมาค่อนข้างมากแล้ว

Share: