ไม่มี “วิธีการลงทุน” ใดๆ ในโลก...ที่ทำให้ ‘ความเสี่ยง’ กลายเป็น 0 ได้ !!!

แม้ว่า “กองทุนรวม” จะเป็นเครื่องมือในการลงทุนที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย แต่ก็ยังมีคนจำนวนมากที่ยังมี ‘ความเข้าใจที่ผิดพลาด’ เกี่ยวกับการลงทุนในกองทุนรวมกันอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวละครับ เพื่อให้เข้าใจในเรื่องกองทุนรวมมากยิ่งขึ้น ในที่นี้จึงจะขอยกประเด็นที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดกัน มาอธิบายให้เข้าใจได้ถูกต้องยิ่งขึ้นครับ

 

ประเด็นแรก ก็คือ หลายๆ คนชอบคิดว่า กองทุนรวมเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ออกและเสนอขายโดยธนาคารพาณิชย์ ซึ่งถือเป็นความเข้าใจที่ผิด ทั้งนี้ก็เพราะ ในความเป็นจริงแล้ว  ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)’ ต่างหาก ที่เป็นผู้จัดตั้ง และออกหน่วยลงทุนมาเสนอขายเพื่อระดมเงินทุนเข้าสู่กองทุนรวม

 

“ในขณะที่ธนาคารพาณิชย์ทำหน้าที่เป็นเพียงตัวแทนสนับสนุนการขาย และรับซื้อคืนหน่วยทุนของกองทุนรวมเท่านั้น ไม่ได้จัดตั้ง หรือผลิตหน่วยลงทุนขึ้น นอกจากนี้ ผู้ที่ทำหน้าที่บริหารจัดการกองทุนรวมให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนที่ระบุอยู่ในหนังสือชี้ชวน ก็คือ บลจ. ไม่ใช่ ธนาคารพาณิชย์เหมือนอย่างที่หลายๆ คนเข้าใจกันแต่อย่างใด”

 

ประเด็นที่สอง มีหลายคนเข้าใจผิดว่า กองทุนรวมเป็นตราสารหนี้ประเภทหนึ่งซึ่งให้ผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย แต่ในความเป็นจริงแล้ว กองทุนรวมจัดเป็น “ตราสารทุน” ประเภทหนึ่ง แม้ว่าตัวกองทุนจะมีนโยบายการลงทุนที่หลากหลาย  แต่ก็เป็นเพียงการนำเงินที่ระดมได้จากการขายหน่วยลงทุนไปลงทุนต่ออีกทีหนึ่ง ตามนโยบายที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนเท่านั้น

 

 

“ผู้ลงทุนในกองทุนรวมจะมีฐานะร่วมกันเป็น ‘เจ้าของ’ ทรัพย์สินในกองทุนรวมนั้นๆ ไม่ได้มีฐานะเป็น ‘เจ้าหนี้’ แต่อย่างใด ผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุนในกองทุนรวมจึงอยู่ในรูปของกำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุน และเงินปันผลเท่านั้น ไม่ใช่ดอกเบี้ยอย่างที่หลายๆ คนเข้าใจกันครับ”

 

ประเด็นที่สาม คือ ผู้ลงทุนหลายๆ คนมักคิดว่า หากบลจ. ผู้ทำหน้าที่บริหารกองทุนรวมปิดตัวลง กองทุนรวมที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบลจ. ดังกล่าวก็ต้องปิดตัวลงตามไปด้วย ประเด็นนี้ก็ไม่ได้เป็นความจริงแต่อย่างใด เนื่องจาก กองทุนรวมเองเป็น ‘นิติบุคคลแยกต่างหากจาก บลจ.’ อย่างชัดเจน โดยบลจ. มีหน้าที่ต้องนำกองทรัพย์สินที่เกิดจากการขายหน่วยลงทุนไปจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลกับสำนักงาน ก.ล.ต.

 

“ดังนั้น เมื่อต่างก็เป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากกัน ผลประกอบการของบลจ. ไม่ว่าจะมี ‘กำไร’ หรือ ‘ขาดทุน’ จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกองทุนรวมแต่อย่างใด หากบลจ. ปิดตัวลง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม กองทุนรวมที่ บลจ. นั้นบริหารจัดการอยู่ก็จะไม่ได้รับผลกระทบ เพราะเป็นคนละนิติบุคคลกัน”

 

โดยกองทุนรวมดังกล่าวอาจถูกโอนย้ายไปให้ บลจ. อื่นทำหน้าที่บริหารจัดการกันต่อไป หรือไม่ก็อาจขอมติเสียงข้างมากของผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อยกเลิกกองทุนรวมก็ย่อมได้ ในทางกลับกัน หากกองทุนรวมปิดตัวลง ก็ไม่ได้หมายความว่า บลจ. ผู้บริหารจะต้องปิดตัวลงตามไปด้วยเช่นกัน

 

ประเด็นสุดท้าย หลายคนชอบคิดว่า กองทุนรวมมี ‘มืออาชีพบริหารจัดการ’ ลงทุนให้ และมีการกระจายการลงทุนที่กว้างขวางเพียงพอ จึงไม่น่าจะมีความเสี่ยงจากการลงทุนแต่อย่างใด ดังนั้น การเลือกลงทุนในกองทุนรวมจึงให้ดูแต่เฉพาะอัตราผลตอบแทนเป็นหลักก็เพียงพอแล้ว ตรงนี้เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่เข้าใจผิดกันมาก เนื่องจากการลงทุนผ่านกองทุนรวมไม่ว่าจะเป็นนโยบายการลงทุนแบบใดก็ยังคงมี ‘ความเสี่ยงแฝง’ อยู่เสมอ

 


“แน่นอนว่า ไม่มีวิธีการลงทุนใดๆ ในโลกที่สามารถทำให้ความเสี่ยงกลายเป็น
0 ได้ นอกจากนี้ แม้ว่ากองทุนรวมจะมีการกระจายการลงทุนเป็นอย่างดีแล้วก็ตาม แต่ก็ยังคงต้องเผชิญกับความเสี่ยงในระดับมหภาคที่ส่งผลกระทบต่อตราสารทุกตัวในท้องตลาดอยู่ดี ดังนั้น จึงต้องพิจารณาเรื่อง ‘ความเสี่ยง’ ควบคู่ไปกับ ‘อัตราผลตอบแทน’ ที่คาดว่าจะได้รับจากการลงทุนนั้นๆ เสมอครับ”

         

ทิ้งท้าย การลงทุนใน “กองทุนรวม” นั้น ‘ไม่ใช่การฝากเงิน’ แต่เป็นเครื่องมือในการลงทุนรูปแบบหนึ่งที่ให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก และยัง ‘มีความเสี่ยง’ จากการลงทุน ดังนั้น ก่อนที่จะลงทุนในกองทุนรวม จึงควรศึกษา และทำความเข้าใจในลักษณะ และความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ให้ดีเสียก่อนนะครับ

Share: