“กองทุนรวมใหม่ 2020”…ลดหย่อนภาษีได้-กระจายการลงทุนเด็ด

ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป เราต้องโบกมือลากองทุนประหยัดภาษียอดฮิตอย่าง LTF และเปิดประตูให้กับ กองทุนประหยัดภาษีตัวใหม่ “กองทุนรวมเพื่อการออม” หรือ Super Savings Fund : SSF” นั่นเอง หลายๆ ท่านอาจจะเคยได้ยินกันมาบ้างแล้วหรือบางท่านยังไม่ทราบว่า SSF คืออะไร มีกฎเกณฑ์ นโยบายการลงทุนอย่างไรบ้าง วันนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีเราจะมาทำความรู้จัก SSF ไปพร้อมๆ กันแล้วทุกท่านจะเห็นประโยชน์ของ SSF มากกว่าแค่การนำไปลดหย่อนภาษีอย่างแน่นอน

           

“จากการไม่ต่อสิทธิในการลดหย่อนภาษีของ LTF ในปีที่ผ่านมา ทำให้รัฐบาลมีนโยบายออกกองทุนใหม่มาทดแทนในทันที โดย SSF บางส่วนได้ทำการ IPO (Initial Public Offering) หรือออกเสนอขายแก่ประชาชนทั่วไปเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2563 ที่ผ่านมา (และน่าจะมีกอง SSF ทยอยออกมาเรื่อยๆ) เนื่องจากที่ผ่านมากองทุนรวมเพื่อการลดหย่อนภาษีเหล่านี้มีส่วนช่วยทั้งในด้านการส่งเสริมการออมการลงทุนระยะยาวของประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ SSF ที่ออกมาใหม่นั้นมีกฎเกณฑ์ที่จะเน้นไปในทางการส่งเสริมการออมและลงทุนระยะยาวนั่นเอง”

 

                

 

           

โดยกฎเกณฑ์และคุณลักษณะของ SSF ค่อนข้างแตกต่างไปจาก LTF เดิมอยู่มาก เรียกว่าแทบไม่เหมือนกันเลยครับ เราลองมาดูกัน

 

  • นโยบายการลงทุน : หลากหลาย สามารถลงทุนในสินทรัพย์ได้ทุกประเภท
  • การลดหย่อนภาษี : ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึ่งประเมิน แต่ไม่เกิน 200,000บาท (รวม PVD, RMF, กบข, กอช และเบี้ยประกันบำนาญ แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท)
  • ความต่อเนื่องและวงเงิน : ไม่จำเป็นต้องลงทุนต่อเนื่อง และไม่มีขั้นต่ำ
  • ระยะเวลาถือครอง : 10ปีขึ้นไป (นับจากวันที่ซื้อกองทุน)


“เมื่อดูจากคุณลักษณะของ SSF จะเห็นได้ชัดเลยใช่ไหมครับว่าค่อนข้างจะยืดหยุ่นมากขึ้นในแง่ของทางเลือกในการลงทุน เพราะสามารถเลือกลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท ต่างจาก LTF ที่ต้องลงในหุ้นไทยอย่างน้อย 65% ตรงนี้คือข้อดีของ SSF ที่ช่วยให้หลายๆ ท่านสามารถเลือกกระจายการลงทุนตามความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้ ต่อให้ระยะเวลาในการลงทุนจะเป็น 10 ปีเป็นต้นไป และการนับเป็นแบบวันชนวัน แต่ถ้าหากพอร์ตการลงทุนมีการกระจายการลงทุนไว้อย่างดีแล้ว เชื่อได้เลยครับว่ายิ่งระยะเวลาการลงทุนนานยิ่งจะช่วยลดความผันผวนของพอร์ต และสร้างผลตอบแทนได้เป็นอย่างดี”

 

อีกหนึ่งประโยชน์ของการลงทุนใน ‘กองทุน SSF’ ที่ไม่เพียงแต่จะนำมาลดหย่อนภาษีในปีนั้นๆ อยากให้หลายๆ ท่านลองมองในมุมของกองทุนการเกษียณดูครับ ด้วยกฎเกณฑ์ที่ต้องถืออย่างน้อย 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ ทำให้บางท่านสามารถนำ SSF มาเป็นส่วนหนึ่งของกองทุนเกษียณเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตหลังเกษียณได้

           

“เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับอีกหนึ่งทางเลือกของการลงทุน พ่วงมากับ ‘ประโยชน์ในการลดหย่อนภาษี’  ครบจบในที่เดียวกับ SSF ท่านที่สนใจสามารถศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมในหนังสือชี้ชวนการลงุทนของ SSF แต่ละกองทุน เพราะมีนโยบายการลงทุนที่แตกต่างกันไป หากไม่มั่นใจสามารถปรึกษา ‘นักวางแผนการเงิน CFP® ‘ ถึงความเหมาะสม และทางเลือกในการลงทุน”

 

และอย่าลืมเตรียมตัววางแผนจัดการภาษีกันล่วงหน้าโดยสามารถซื้อ ‘กองทุน SSF’ ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ อย่าปล่อยให้ถึงวันสุดท้ายของสิ้นปีเพราะตอนนั้นอาจจะสายเกินไปหรือไม่มีเงินสดในมือเพียงพอก็เป็นได้

 

ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ [email protected],สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ  www.tfpa.or.th

Share: