“บลจ.กรุงศรี” จับมือ “BlackRock” เปิดตัว ‘กอง KFCORE’ ขายวันนี้ – 27 ต.ค. 20

 

“บลจ.กรุงศรี”...จับมือ “BlackRock” ออก ‘กอง KFCORE’ คำตอบเดียวสำหรับทุกสภาวะการลงทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีสม่ำเสมอพร้อมลดความผันผวน  เป็นเอกสิทธิ์สำหรับลูกค้ากรุงศรีเท่านั้น  เสนอขายครั้งแรกวันนี้ – 27 ต.ค. นี้

 

นางสุภาพร  ลีนะบรรจง รักษาการกรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มการลงทุน บลจ.กรุงศรี จำกัด เปิดเผยว่า ‘กองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลคอร์อโลเคชั่น (KFCORE)’ สามารถใช้เป็นสินทรัพย์หลักในพอร์ตการลงทุนสำหรับทุกคน โดย ‘BlackRock’ จะบริหารกองทุนด้วยการเลือกลงทุนในหลายสินทรัพย์ทั่วโลกทั้งในส่วนของตราสารหนี้และตราสารทุนตามสภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา เน้นสร้างผลตอบแทนที่ดีพร้อมบริหารความเสี่ยงไม่ให้สูงมากเกินไป โดยใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ Tactical Asset Allocation ที่มีความยืดหยุ่น คล่องตัว ปรับพอร์ตในเชิงรุกตามปัจจัยที่เปลี่ยนแปลง เพื่อจัดสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆให้สอดคล้องกับสถานการณ์ กลยุทธ์นี้จึงเหมาะกับภาวะตลาดปัจจุบันที่มีความผันผวนสูงและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

 

      สุภาพร  ลีนะบรรจง

 

“จุดเด่นในแง่กลยุทธ์การบริหารกองทุนของ BlackRock คือ มีการใช้เทคโนโลยีมาช่วยวิเคราะห์ข้อมูล และใช้การวิเคราะห์แบบ Top-down approach โดยให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ปัจจัยมหภาคที่เป็นตัวขับเคลื่อนปัจจัยพื้นฐานของแต่ละสินทรัพย์  เพื่อเฟ้นหาสินทรัพย์ที่ราคาผิดไปจากที่ควรจะเป็น  และใช้ข้อมูลเชิงลึกจากผู้จัดการกองทุนและทีมนักวิเคราะห์ของ BlackRock ทั่วโลกควบคู่ไปกับ Tactical Asset Allocation”

 

นางสุภาพร ยังกล่าวอีกว่า กลยุทธ์ Tactical Asset Allocation จะเน้นการลงทุนในตราสารหนี้เป็นหลัก  โดยมีสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ประมาณ 50-80%  เพื่อช่วยสร้างความมั่นคงให้กับพอร์ตการลงทุนโดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมีความ ผันผวน โดยเน้นการลงทุนในตราสารภาครัฐจึงช่วยกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตการลงทุนได้เป็นอย่างดี ในส่วนของตราสารทุนนั้นจะมีสัดส่วนการลงทุนประมาณ 20-50% เพื่อเพิ่มโอกาสการสร้างผลตอบแทนรวมที่ดี โดยเน้นการลงทุนรายประเทศมากกว่ารายอุตสาหกรรม รวมทั้งมีการลงทุนผ่าน ETF ภายใต้การบริหารของ BlackRock ในชื่อ iShares” ซึ่งเป็นผู้ออก ETF ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมหลากหลายสินทรัพย์และภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งมีต้นทุนต่ำและสภาพคล่องสูง เหมาะสำหรับกลยุทธ์การลงทุนที่ต้องการการปรับพอร์ตอย่างรวดเร็ว

 

“ทั้งนี้ ประวัติผลตอบแทนย้อนหลังของกลยุทธ์การลงทุนแบบ  Tactical Asset Allocation จากการทำ Backtest ตั้งแต่ปี 2013 เฉลี่ยอยู่ที่ 5.90% ต่อปี และในปีที่ดีที่สุดอยู่ที่ 15.70% ในปีที่แย่ที่สุดอยู่ที่ -0.90% เท่านั้น”  

Share: