“กองทุนเปิดบัวหลวงทศพล (BTP)”…กองหุ้นไทยที่คัดเฉพาะหุ้นพื้นฐานดี

 

“ตลาดหุ้นไทย” ในปัจจุบันได้มีบริษัทจดทะเบียนไม่น้อยที่มีพื้นฐานที่แข็งแกร่งเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ว่าจะเป็นขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ทำให้เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ดึงดูดนักลงทุนในการลงทุนตราสารทุน

           

แต่การจะลงทุนตราสารทุนที่มีให้ครบทุกตัวที่มีพื้นฐานที่ดีนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป ด้วยจำนวนเงินที่จะต้องใช้ในการลงทุนค่อนข้างสูงหากจะต้องลงทุนให้ครอบคลุมแล้ว

 

“กองทุนรวม”จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับนักลงทุนที่มีเงินจำกัดและต้องการจะกระจายการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยง

 

แต่ยังมีกองหุ้นอีกประเภทที่ลงทุนค่อนข้างโฟกัส คัดเลือกหุ้นที่มั่นใจแล้วถือลงทุนในน้ำหนักในพอร์ตที่ค่อนข้างสูงกว่ากองหุ้นโดยทั่วไป

 

ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากนำเสนอข้อมูลกองทุนดีๆที่ได้รับการจัดอันจาก ‘มอร์นิ่งสตาร์ 5ดาว’ อย่าง “กองทุนเปิดบัวหลวงทศพล (BTP)” ซึ่งเป็นหนึ่งในกองหุ้นประเภทนี้มาแชร์ให้แก่นักลงทุนกัน

 

“กอง BTP” โชว์ผลตอบแทนย้อนหลัง 10 ปี 9.19% ต่อปี

 

โดย “กองทุนเปิดบัวหลวงทศพล (BTP)”ได้จดทะเบียนในวันที่  7 ตุลาคม 2537 จน ถึงปัจจุบัน(ณ วันที่ 15 ตุลาคม 63) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองอยู่ที่ 10,504,696,514 บาท ภายใต้กลยุทธ์การลงทุนมุ่งหวังให้ผลประกอบการเคลื่อนไหวสูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active Management)ซึ่งกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุดในช่วงเวลา  5 ปีอยู่ที่ -36.54%

 

สำหรับนโยบายกองทุนจะเน้นลงทุนระยะปานกลางและระยะยาวในหลักทรัพย์ประเภทตราสารแห่งทุนของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และมีปัจจัยพื้นฐานดี ซึ่งผู้จัดการกองทุนคาดหมายว่าจะให้ผลตอบแทนรวมสูงสุด ‘10 อันดับแรก’

 

“นี่คือเหตุผลหนึ่งอันเป็นที่มาของชื่อ ‘กอง BTP’ นี้เช่นกัน ที่เลือกลงทุนในหุ้นที่คัดมาอย่างดีแล้วประมาณ  10 ตัว เพื่อลงทุน ทำให้น้ำหนักของหุ้นในพอร์ตแต่ละตัวจะสูงกว่ากองหุ้นปกติทั่วไปจะเห็กองนว่าแต่ละตัวใกล้ 10% ซึ่งถือว่าเป็นผลมาจากการทำการบ้านมาอย่างดีของทีมงานการลงทุนแล้ว จึงลงทุนด้วยความมั่นใจประมาณนั้น ในช่วงย้อนหลัง 10 ปี ที่ผ่านมา (ณ วันที่ 30 ก.ย. 63) กองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนได้ 9.19% ต่อปี ซึ่งสามารถทำให้เงินลงทุนของคุณโตเป็น 2 เท่าได้ในระยะเวลาประมาณ 7.83 ปี เท่านั้น”

 

  

 

ซึ่งกองทุนจะลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80%ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลือจะลงทุนในตราสารหนี้เงินฝาก หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นตามที่สํานักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)กําหนด ทั้งนี้กองทุนจะไม่ลงทุนใน Derivatives และ Structured Note แต่ประการใด

 

โดยสัดส่วนการลงทุนตามประเภทการลงทุน ณ ปัจจุบัน(วันที่31 สิงหาคม 63) ประกอบไปด้วย

 

-พลังงานและสาธารณูปโภค              25.09%

-วัสดุก่อสร้าง                                  18.80%

-พาณิชย์                                        18.57%

-การแพทย์                                     8.88%

-ขนส่งและโลจิสติกส์                        7.20%

-ส่วนที่เหลือจะเป็นตราสารหนี้ภาครัฐ และเงินฝากหรือบัตรเงินฝาก

 

          

 

“สิ่งที่นักลงทุนควรรู้เกี่ยวกับกองทุนดังกล่าว เป็นกองทุนที่‘ไม่มีนโยบายจ่ายปันผล’ รวมไปถึงเป็นกองทุนรวมตราสารทุนที่ไม่มีการลงทุนในต่างประเทศจึงเป็นกองที่ไม่มีความเสี่ยงต่างประเทศอย่างอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามากวนใจ แต่ทำให้รูปแบบการลงทุนจะเป็นการกระจุกตัวอยู่แต่ภายในประเทศ”

           

สำหรับนักลงทุนที่สนใจกองทุนดังกล่าว มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรกจะอยู่ที่ 500 บาทเช่นเดียวกันกับมูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไปอยู่ที่  500 บาท ขณะที่มูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนไม่มีกําหนดเช่นเดียวกันกับยอดคงเหลือขั้นต่ำไม่กําหนดโดยระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนภายใน 4 วันทําการนับตั้งแต่วันทําการถัดจากวันทําการขายคืนหน่วยลงทุน

           

“การลงทุนในตราสารทุนบริษัทจดทะเบียนไทยที่มีพื้นฐานที่ดีและให้ผลตอบแทนจากการลงทุนที่สูง การคัดเลือกเป็นรายตัวก็ถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยาก และใช้จำนวนที่ค่อนข้างสูงหากจะต้องการลงทุนอย่างครอบคลุม การลงทุนใน ‘กองทุนเปิดบัวหลวงทศพล (BTP)’ จึงถือเป็นอีกหนึ่งทางที่ตอบโจทย์นักลงทุนได้ไม่มากก็น้อย”

Share: