“ม็อบ” กด ‘หุ้นไทย’...ระยะสั้นเคลื่อนไหว 1,200 จุด บวกลบ 20 จุด !!!

ตลอดเส้นทางการเดินบนเส้นทางธุรกิจจัดการกองทุนกว่า 29 ปีของ “บลจ.วรรณ” ได้สร้างสรรค์โปดักต์และบริการที่เป็นผู้นำมามากมาย


ปัจจุบันเป็นบลจ.ที่ไม่ใช่ลูกแบงก์ ที่มีขนาดสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) มากสุดในอุตสาหกรรมกว่า 1.41 แสนล้านบาท ซึ่งมั่นใจว่าสิ้นปี20 นี้น่าจะขยับไปแตะระดับ 1.45 แสนล้านบาท ได้ตามเป้า


ในครั้งนี้ ยังคงมาพร้อมนวัตกรรมที่สะท้อนความเป็น ‘ผู้นำ’ ด้วยกองทุนที่ถอดแบบมาจากกองทุนที่เปิดให้ลูกค้ากองทุนส่วนบุคคลของบริษัทลงทุนมาก่อนหน้า


แต่ครั้งนี้ขยับมาสู่รูปแบบของกองทุนรวมสำหรับกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ ในชื่อ “กองทุนเปิดวรรณ ไลฟ์ เซทเทิลเมนท์ (ONE-LS-UI)” ซึ่งเป็นอุบัติการณ์ครั้งแรกในหน้าประวัติศาตร์กองทุนรวมของไทยในปัจจุบัน


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย

 

 

เปิดตัวการลงทุนทางเลือก...ในการซื้อขาย ‘ตลาดรองประกันชีวิต’

ในกลุ่มสินทรัพย์การลงทุน คุณอาจจะคุ้นเคยกับหุ้น, ตราสารหนี้ ,เงินฝาก หรือกลุ่มการลงทุนทางเลือกอย่างทองคำ และอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น แต่การลงทุนทางเลือกที่เรากำลังจะพูดถึงนี้ คือ การลงทุนใน ‘กรมธรรมประกันชีวิต’ ในตลาดรองที่มีขนาดใหญ่มาก เฉพาะในสหรัฐก็มีขนาดกว่า 17,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แล้ว และไม่ใช่ใครก็จะสามารถเข้าถึงการลงทุนประเภทนี้


“พจน์ หะริณสุต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ จำกัด บอกว่า ในปีที่แล้วเราได้นำเสนอการลงทุนทางเลือกประเภทนี้ให้กับกลุ่มลูกค้ากองทุนส่วนบุคคลของบริษัทมาแล้ว ตอนนั้นใครสนใจลงทุนต้องใช้เงินลงทุนขั้นต่ำ 10 ล้านบาท เพื่อลงทุน และได้รับกระแสตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี วันนี้บริษัทได้ปรับทางเลือกดังกล่าวมาสู่รูปแบบของกองทุนรวมแล้ว ในชื่อ ‘กองทุนเปิด วรรณ ไลฟ์ เซทเทิลเมนท์ ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (ONE-LS-UI)’ โดยจะเสนอขายระหว่างวันที่ 30 ต.ค. – 20 พ.ย. 20 นี้ ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำ 500,000 บาท เท่านั้น

 

(พจน์ หะริณสุต)

 

“กอง ONE-LS-UI เป็นทางเลือกการลงทุนที่ไม่อิงต่อการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจและตลาดหุ้น แต่จะเน้นการลงทุนจากการเข้าซื้อขายกรมธรรม์ประกันชีวิตในประเทศสหรัฐ (โดยทั่วไปเรียกว่า Life Settlement) ที่ออกโดยบริษัทประกันชีวิตในประเทศในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เป็นตลาดที่ใหญ่มาก มีนักลงทุนสถาบันชั้นนำของโลกลงทุน”

 

 

คาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ย 7 – 10% ต่อปี ในระยะเวลาลงทุน 3 ปี 1 เดือน

เมื่อพูดถึงการลงทุนในการซื้อขายประกันชีวิต นักลงทุนไทยอาจจะนึกภาพไม่ออกเพราะสภาพตลาดประกันชีวิตของไทยเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง แต่ในสหรัฐตลาดนี้กลับเป็นเหมือนอีกตลาดสำหรับคนที่มีกรมธรรม์ประกันชีวิตอยู่แล้วต้องการเปลี่ยนมาเป็นเงินเพื่อนำมาใช้จ่ายในชีวิต ด้วยรูปแบบของ ‘สังคมเดี่ยว’ ของสหรัฐ ทุกคนต้องดูแลตัวเองคงจะไปหวังให้ลูกหลานมาดูแลเหมือนไทยหรือเอเชียคงไม่ได้ แต่ละคนก็จะมีการซื้อประกันชีวิตไว้มากกว่า 1 กรมธรรม์ เฉลี่ย 2 – 3 กรมธรรม์


“แต่เมื่อมีความจำเป็นต้องใช้เงินจะทำยังไง ถ้าไปเวนคืนกรรมธรรม์กับบริษัทประกันชีวิตขายคืนอาจจะได้ 10% แต่ในสหรัฐมี ‘ตลาดรอง’ ที่สามารถนำกรมธรรม์มาซื้อขายได้ราคาดีกว่า เช่น 25% ราคาดีกว่าการเวนคืนกรมธรรม์ ไม่มีดอกเบี้ย ไม่เหลือภาระเบี้ยประกัน ก็มีเงินไปใช้ จึงเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มากในสหรัฐกว่า 17,000 ล้านดอลลาร์ ในปัจจุบัน”

 

 

“กอง ONE-LS-UI จะนำเงินไปลงทุนใน ‘BLACKOAK INVESTORS LIMITED PARTNERSHIP-UNIT CLASS I’ ซึ่งเป็นกองทุนหลัก มีนโยบายสร้างผลตอบแทนจากการซื้อขายกรมธรรม์ประกันชีวิตในสหรัฐ ที่ออกโดยบริษัทประกันชีวิตในสหรัฐ บริหารโดย ‘Blackoak Fund’ ประเทศอังกฤษ ซึ่งที่ผ่านมากองทุนหลักให้ผลตอบแทนที่เป็นบวกต่อเนื่องแม้ในช่วง COVID-19”


‘กอง ONE-LS-UI’ เป็นกองทุนปิด อายุ 3 ปี 1 เดือน คาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ย 7 – 10% ต่อปี ไม่มีการจ่ายผลตอบแทนระหว่างทาง มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 90% ขึ้นกับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน เหมาะที่จะใช้เป็น Satellite ในพอร์ตการลงทุนสำหรับนักลงทุนที่มีเงินเย็น สามารถแบ่งเงินมาลงทุนไม่เกิน 25% ของพอร์ตการลงทุน จะช่วยให้พอร์ตการลงทุนของคุณมีสุขภาพที่ดีขึ้นในระยะยาว”


กองทุนหลักมีอายุเฉลี่ยของผู้ขายกรมธรรม์ประกันชีวิต 82.5 ปี มีอายุเฉลี่ยของการคาดการณ์การถือกรมธรรม์ประกันชีวิต 5.8 ปี ซึ่งในปีหน้าจะมีกรมธรรม์บางส่วนครบอายุที่จะได้ประโยชน์จำนวนหนึ่ง ก็จะเป็นปัจจัยบวกหนุนเข้ามาในกองทุนด้วยเช่นกัน ส่วนปัจจัยเสี่ยงหลัก คือ หากอายุของผู้ขายประกันยืนยาวขึ้นเกิน 94.04 ปีขึ้นไป ก็จะทำให้กองทุนนี้เริ่มขาดทุนจากค่าเบี่ยประกันที่ต้องจ่ายได้เช่นกัน


“อย่างไรก็ตามจากสถิติแล้วประชากรสหรัฐจะมีอายุเฉลี่ยที่สั้นกว่านี้ และชายจะอายุสั้นกว่าหญิง โดยสาเหตุหลักของการเสี่ยชีวิตกว่า 2 ใน 3 ยังมาจากโรคหัวใจ, โรคเกี่ยวกับระบบประสาท และโรคมะเร็ง ดังนั้น ถ้า 3 โรคร้ายแรงนี้ยังหาทางรักษาไม่ได้ คนไม่ได้อายุยืนเกิน 94 ปี โดยเฉลี่ย ความเสี่ยงของกองทุนก็ถือว่าจำกัดเช่นกัน”

 

 

“กองทุน Flagship” โชว์ผลงานปีนี้ดี

ช่วงที่ผ่านมา บริษัทเน้นให้น้ำหนักการลงทุนใน ‘กองทุน ONE-UGG’, ‘ONE-DISCOVERY’ และนับว่าเป็นบลจ.รายแรกๆ ที่ให้คำแนะนำปรับพอร์ตลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี นวัตกรรม รวมถึงธุรกิจเมกะเทรนด์ที่มาพร้อมการเปลี่ยนแปลงของผู้คนในอนาคตมาโดยตลอด เพราะเราเล็งเห็นการเติบโตของหุ้นกลุ่มนี้ ก่อนเกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 นอกจากนี้บริษัทยังเน้นการลงทุนในหุ้นต่างประเทศอื่น เช่น ‘ONE-ALLCHINA’ (หุ้นจีน) จากมุมมองว่า เศรษฐกิจและตลาดหุ้นจีนจะมีโอกาสฟื้นตัวได้เร็วกว่าประเทศอื่น รวมถึงแนะนำการลงทุนหุ้นในกลุ่มธุรกิจออนไลน์ ‘ONE-GECOM’ ด้วยเช่นกัน

 

 

“ปัจจุบันนี้ ผลตอบแทนของกองทุนที่เราแนะนำทั้งหมดข้างต้นได้ติดอันดับหนึ่งของประเทศไทยในแทบทุกช่วงเวลาเช่น YTD 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี และ 3 ปี ซึ่งบริษัทมองว่าการใช้แผนกลยุทธ์การปรับตัวพอร์ตเชิงรุกดังกล่าวได้รับผลตอบรับที่ดีจากลูกค้าเป็นอย่างมาก”

 

 

มอง “หุ้นไทย” เคลื่อนไหว 1,200 จุด บวกลบ 20 จุด

ด้าน “มณฑล จุนชยะ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.วรรณ จำกัด มองว่า เศรษฐกิจโลกอยู่ในภาวะถดถอยจากการระบาดครั้งใหญ่ ขณะที่การฟื้นตัวยังมีความไม่แน่นอน โดยให้น้ำหนักปัจจัยที่ตลาดติดตาม ปัจจัยแรก คือ ผู้พัฒนาวัคซีน 9 รายที่อยู่ในขั้นตอน เฟส 3  ซึ่งคาดว่าจะรู้ผลประมาณช่วงปลายเดือนต.ค.นี้ ปัจจัยถัดมา คือ การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลต่อทิศทางเศรษฐกิจและการเงินของโลก ขณะที่เศรษฐกิจภายในประเทศมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างช้าๆ โดยมีการปรับคาดการณ์ GDP ปีนี้ อยู่ที่ประมาณ -7.8% แต่คาดว่าอัตราการเติบโตของ GDP ในปีหน้าจะเริ่มมีการขยายตัวได้ดีจากฐานที่ต่ำของปีนี้ อีกทั้งคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากถูกกดดันจากระดับราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับต่ำเช่นกัน

 

(มณฑล จุนชยะ)



“ในระยะสั้นหากแนวโน้มการชุมนุมของม็อบยืดเยื้อ เกิดความไม่แน่นอน นักลงทุนไม่ชอบ ตลาดหุ้นไทยน่าจะเคลื่อนไหวระดับ 1,200 จุด บวกลบ 20 จุด จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐบาลที่ได้ผลตอบรับที่ดีและไม่มีการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ระลอก2 ส่วนปีหน้าคาด EPS ที่ 76 บาท/หุ้น เป้าดัชนีที่ 1,400 -1,500 จุด เพราะยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยต้องติดตามดูปัจจัยทางการเมือง แต่เชื่อว่าจะดีขึ้นหากทำให้มีทางออกระดับหนึ่งทำให้เกิดความพอใจบ้าง”


สำหรับนักลงทุนที่มีความมั่งคั่งสูง ที่กำลังมองหาโอกาสกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ที่มีศักยภาพในการลงทุน ‘กอง ONE-LS-UI’ น่าจะเป็นทางเลือกที่น่าจะตอบโจทย์คุณได้ไม่มากก็น้อย สำคัญสุดควรทำความเข้าใจโปรดักต์ให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุน เพื่อจะได้ลงทุนด้วยความเข้าใจและสบายใจตลอดระยะเวลาที่คุณลงทุนนั่นเอง

Share: