โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งสหรัฐฯ “โจ ไบเดน” - “โดนัลด์ ทรัมป์”

นับถอยหลังอีกไม่กี่วันก็จะถึงอีกเหตุการณ์สำคัญที่ตลาดเงินและตลาดทุนได้จับตามองอย่างใกล้ชิด อย่างการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายน นี้


แม้ว่าผลสำรวจจะมีทิศทางให้เราเห็นว่า “โจ ไบเดน” ตัวแทนจากพรรคเดโมแครต มีคะแนนเสียงที่เริ่มทิ้งห่างจาก “โดนัลด์ ทรัมป์” ตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน อย่างชัดเจน แต่ระยะเวลาการหาเสียงนั้นยังเหลืออยู่อีกหลายวัน


จึงยังมีโอกาสที่คะแนนเสียงจะพลิกกลับมาได้เช่นกัน ซึ่งในตลาดทุนนั้นย่อมมีผลไม่มากก็น้อย ด้วยนโยบายระหว่างประเทศที่อาจส่งผลให้เป็นปัจจัยลบหรือปัจจัยบวกแก่ตลาดนั้นๆ


ในวันนี้ทาง Wealthy Thai จึงอยากนำเสนอมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญในบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) อย่าง “คมสัน ผลานุสนธิ” กรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาดและผลิตภัณฑ์ บลจ. แอสเซท พลัส

 

(คมสัน ผลานุสนธิ)

 

ลุ้น “โจ ไบเดน” จะครองได้ทั้งสองสภาหรือไม่ หลังผลสำรวจเริ่มทิ้งห่างจาก “โดนัลด์ ทรัมป์”

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะเกิดขึ้นนั้น ผลการสรุปออกมาค่อนข้างชัดเจนว่า“โจ ไบเดน”ตัวแทนจากพรรคเดโมแครตจะเป็นผู้ชนะ จากผลสำรวจต่างๆที่ออกมา ซึ่งต่อจากนี้ต้องติดตามว่าพรรคเดโมแครตจะสามารถครองได้ทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรได้หรือไม่


โดยหากครอบครองได้ทั้งสองสภา ก็จะทำให้นโยบายต่างๆออกมาเร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนโยบายที่สนับสนุนเศรษฐกิจ นโยบายที่เกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสCOVID-19  รวมถึงนโยบายกระตุ้นทางการคลังจำนวน 7 ล้านล้านเหรียญ ในช่วงที่เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดสหรัฐฯเป็นอย่างมาก


แต่อย่างไรก็ดีปัจจัยการเลือกตั้งสหรัฐฯนั้น เรามองว่าในตอนนี้ไม่ใช่ปัจจัยที่สำคัญ เนื่องจากไม่ว่าใครจะผู้ชนะก็เป็นผลดีต่อตลาดทั้งคู่ เนื่องจากนโยบายส่วนใหญ่ยังคงเป็นนโยบายที่กระตุ้นเศรษฐกิจ นโยบายการคลังต่อ เพียงแต่ว่าจะมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไม่มากนัก

 

 

ระวังระยะสั้น ตลาดหุ้นสหรัฐฯอาจย่อตัว หาก“โจ ไบเดน”ชนะ

ซึ่งในระยะสั้นหาก “โจ ไบเดน” เป็นผู้ชนะ ประเด็นอย่างการปรับอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสู่ระดับ 28% จากเดิมที่ทรัมป์ปรับลดจาก 35% สู่ระดับ 21% ในปัจจุบันและปรับเพิ่มภาษีของครัวเรือนที่มีรายได้มากกว่า 400,000 ดอลลาร์ต่อปี ก็อาจจะมีตลาดบ้างแต่ไม่มากนัก เนื่องจากในช่วงเดือน 9 ตลาดได้รับรู้ปัจจัยลบดังกล่าวไปแล้วบางส่วน


รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯจะมีทิศทางที่ดีขึ้น เนื่องจากท่าทีของ “โจ ไบเดน” ไม่ได้แข็งกร้าวเช่นเดียวกับ“โดนัลด์ ทรัมป์” จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ตลาดหุ้นจีนในปีหน้าไปต่อได้ไกล นอกจากปัจจัยเศรษฐกิจในประเทศที่ติบโตได้ดีและสถานการณ์แพร่ของไวรัสCOVID-19ที่จบแล้ว

 

 

 

ตลาดหุ้นสหรัฐฯยังน่าสนใจ ชูเทคโนโลยี เฮลธ์ แคร์ คอนซัมชั่น เป็นคอร์พอร์ตได้

โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯยังถือเป็นตลาดหุ้นที่น่าสนใจและลงทุนได้ต่อเนื่อง แต่อาจจะต้องคัดเลือกเป็นกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งกลุ่มหุ้นที่แนะนำ ประกอบไปด้วย หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หุ้นกลุ่มเฮลธ์ แคร์ หุ้นกลุ่มคอนซัมชั่นหรือคอนซูมเมอร์ ที่ลงทุนเป็นคอร์พอร์ตได้ และกลุ่มที่น่าสนใจอีกกลุ่มอย่าง กลุ่มนิว อีโคโนมี่ ที่มีอยู่ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยุโรป และจีน

 

 

ถ้า “โจ ไบเดน” ชนะ...หุ้นเอเชียและตลาดเกิดใหม่จะกลับมา

"กุลฉัตร จันทวิมล" รองกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุน สายพัฒนาธุรกิจ บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด ได้ให้มองว่า ผลการเลือกตั้งจะมีผลกระทบเชิงบวกต่อตลาดเอเชียและตลาดเกิดใหม่ หากไบเดน ชนะ เพราะหลายนโยบายจะเกิดประโยชน์มากกว่า อาทิการขึ้นภาษี ที่แนวโน้มจะไม่ขึ้นในทันทีทันใด แต่จะขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปเพื่อไม่ให้กระทบเศรษฐกิจของสหรัฐฯ


นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจก็ยังคงมีมาต่อเนื่อง รวมไปถึงนโยบายที่ให้ความสำคัญถึง ESG นโยบายต่างประเทศเอง ทั้งในส่วน ตะวันออก เกาหลีเหนือ หรือความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีน ที่จะดำเนินนโยบายผ่านตัวกลางไม่ว่าจะเป็น UN หรือคณะกรรมการ ในการแก้ปัญหาเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะทำให้สถานการณ์โดยรวมคลี่คลายในทิศทางเชิงบวก

 

(กุลฉัตร จันทวิมล)

 

 

“ถ้าโจ ไบเดนเป็นผู้ชนะ ตลาดเอเชียและตลาดหุ้นเกิดใหม่จะได้ประโยชน์มากขึ้น หลังจาก4ปีที่ผ่านมาไม่ไปไหนเลยทั้งภูมิภาค แต่หาก โดนัลด์ ทรัมป์ชนะ เอเชียและตลาดเกิดใหม่จะเป็นเหมือน4ปีที่ผ่านมา เนื่องจากการดำเนินนโยบายส่วนใหญ่ไม่ได้ผ่านตัวกลาง ทำให้ตลาดคาดการณ์ได้ยากและจะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อตลาดเอเชียและตลาดหุ้นเกิดใหม่เหมือนช่วงที่ผ่านมา”


แต่โดยรวมตลาดหุ้นสหรัฐฯและโลกเองยังลงทุนได้ สำหรับคนที่รับความเสี่ยงได้สูงและปัจจุบันที่ยังไม่มีการลงทุนในหุ้น หากตลาดปรับลดลงก่อนเลือกตั้ง ถือเป็นจังหวะเข้าลงทุนแต่ไม่ควรให้น้ำหนักเกิน 25%ของพอร์ต ส่วนคนที่มีอยู่แล้ว ให้ถือต่อโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม รอดูตลาดหลังการเลือกตั้งก่อนว่าจะตอบรับในทิศทางใด


“ดูเหมือนว่าผลสำรวจจากหลายที่และผู้เชี่ยวชาญการลงทุนเอง ก็จะให้น้ำหนักการชนะการเลือกตั้งให้ครั้งนี้ไปที่ “โจ ไบเดน”เป็นส่วนใหญ่ซึ่งจากนโยบายต่างๆที่ นำออกมาหาเสียงนั้นจะช่วยสนับสนุนทั้งตลาดหุ้นสหรัฐฯและตลาดหุ้นประเทศอื่นๆเป็นอย่างดี แต่สุดท้ายในระยะสั้นๆตลาดก็อาจจะย่อตัวลงได้เพราะใช่ว่านักลงทุนทุกคนจะชอบนโยบาย “โจ ไบเดน” เสมอไป”

Share: