MAKRO จับมือเดซแพค ปักธงผู้นำแพ็คเกจจิ้ง รับตลาด Food Delivery

นายยุทธนา เพียงสุนทร รองผู้อำนวยการ ฝ่ายบริหารสินค้าอุปโภค บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แม็คโคร ได้รับความไว้วางใจจากผู้ประกอบธุรกิจโฮเรก้า ผู้ที่อยู่ในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ทุกขนาดกว่า 200,000 ร้านทั่วประเทศ นอกเหนือจากความรู้ในการประกอบอาหาร ฝีมือ และการบริหารจัดการร้านที่มีประสิทธิภาพแล้ว สิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการกลุ่มนี้มีความต้องการเป็นอย่างยิ่งคือ การมีตัวช่วยในการพัฒนาแบรนด์ และบรรจุภัณฑ์ เพื่อสร้างความโดดเด่นแก่ร้านค้าและผลิตภัณฑ์ ให้สามารถยืนหยัดได้ท่ามกลางกระแสการค้าและบริการแบบ New Normal ภายใต้ข้อจำกัดด้านต้นทุน ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลวิจัยว่าตลาดฟู้ด เดลิเวอรี่มีอัตราการเจริญเติบโต ประมาณ ร้อยละ 10-15 อย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือระหว่างแม็คโครและเดซแพคจะเป็นการสร้างทางเลือกให้แก่ลูกค้าผู้ประกอบธุรกิจอาหารแบบ One Stop Solutions ในการบริหารต้นทุน และสร้างความแข็งแกร่งให้แบรนด์ผ่านบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการออกแบบ-พิมพ์โลโก้ อย่างสวยงาม โดยไม่จำกัดจำนวนการพิมพ์ อันเป็นการพัฒนาและยกระดับแบรนด์อย่างคุ้มค่า

 

นายปฐมพงศ์ ดีปัญญา Chief Executive Officer, Dezpax อธิบายถึงจุดแข็งของเดซแพคซึ่งเป็นสตาร์ทอัพที่เชี่ยวชาญด้านแพคเกจจิ้ง โซลูชัน (Packaging Solutions) สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม ว่า เดซแพคเห็นถึงความสำคัญของการสร้างแบรนด์และเพิ่มมูลค่าผ่านบรรจุภัณฑ์ รวมถึงเข้าใจเรื่องต้นทุนของผู้ประกอบการร้านอาหารและฟู๊ดเดลิเวอรีทั้งด้านเงินและเวลาในสภาวะที่ตลาดมีการแข่งขันสูง จึงได้พัฒนาโซลูชันด้านบรรจุภัณฑ์ครบวงจรบนระบบออนไลน์ ด้วยการนำเสนอบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่มีคุณภาพและหลากหลาย ให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกใช้ให้เหมาะสมกับอาหารและเครื่องดื่มแต่ละประเภท พร้อมบริการพิมพ์ตกแต่งบรรจุภัณฑ์ด้วยโลโก้ของร้านผ่านแพลตฟอร์ม www.dezpax.com ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวก ลดเวลาและต้นทุนในการเลือกและสั่งซื้อบรรจุภัณฑ์ทำให้ผู้ประกอบการมีเวลาไปบริหารจัดการในส่วนอื่น ๆ ได้มากขึ้น

 

ด้านนายประกิจ วรวัฒนนนท์ Head of Startup Studio, ZERO TO ONE by SCG กล่าวถึงเดซแพคว่า เดซแพค คือหนึ่งในสตาร์ทอัพจากโครงการ Internal Startup ของเอสซีจี ที่มีความพร้อมในการให้บริการสำหรับลูกค้าผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วประเทศ ซึ่งเอสซีจีได้เริ่มนำแนวคิดและวิธีการทำงานของสตาร์ทอัพมาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ธุรกิจมีโอกาสเติบโต
ในรูปแบบใหม่ได้เร็วยิ่งขึ้น จึงได้จัดตั้งสตาร์ทอัพสตูดิโอภายใต้ชื่อ “ZERO TO ONE by SCG” และเปิดรับพนักงานเข้าร่วมโครงการ โดยเน้นการสร้างธุรกิจในรูปแบบสตาร์ทอัพขึ้นมาจากไอเดียใหม่ ๆ ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจนถึงระยะที่เน้นการขยายฐานลูกค้า โดยสตาร์ทอัพสตูดิโอได้รวบรวมความรู้ กระบวนการทำงาน รวมถึงแนวทางการวัดผลที่เหมาะสมมาปรับใช้กับสตาร์ทอัพในระยะต่าง ๆ
ซึ่งเดซแพคเองก็ถือเป็นสตาร์ทอัพที่มีการเติบโตดีมาก อยู่ในระยะของการขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น

Share: