“กองทุนทองคำ”...หนึ่งในสินทรัพย์ทางเลือก...‘เติมเต็ม’ พอร์ตการลงทุน

 “ทองคำ” ถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่อีกหนึ่งทางเลือกที่นักลงทุนให้น้ำหนักการลงทุนเป็นอันดับต้นๆ ในยามที่สินทรัพย์เสี่ยงอย่าง ตราสารทุน มีความผันผวนสูง หรือเจอปัจจัยลบจำนวนมาก


ซึ่งในช่วงที่ผ่านมานี้เอง ตั้งแต่ต้นปี 63 ราคาทองคำในประเทศได้ปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่องตามทิศทางของทองโลก หรือราว 6,700 บาท/1บาททองคำ โดยไต่ระดับขึ้นมาสูงสุดที่ 30,400 บาท/1บาททองคำ ก่อนที่ปัจจุบัน (27 ตุลาคม 63) จะชะลออยู่ที่ 28,250 บาท/1บาททองคำ


ใครที่ลงทุนทองคำในประเทศก็ได้รับผลตอบแทนในปีนี้ไปในระดับที่น่าพอใจ ส่วนใครที่ลงทุนในทองคำโลกผลตอบแทน “กองทุนทองคำ” ซึ่งอิงกับราคาทองคำโลกก็ปรับตัวขึ้นตามด้วยเช่นกัน โดยขึ้นไปทะลุ 2,000 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ช่วงต้นเดือนส.ค. ก่อนจะปรับฐานลงมาอยู่บริเวณ 1,900 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ในปัจจุบัน ทำให้นักลงทุนไม่น้อยมีความสนใจและเริ่มน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์ดังกล่าว


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงมีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับกองทุนทองคำตั้งแต่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ถึงความเคลื่อนไหวของผลตอบแทนของกองทุนที่อันดับสูงสุด 5 อันดับแรกให้แก่ผู้ที่สนใจ

 

 

“กอง TGoldBullion-UH” แชมป์ผลงานดีสุดตั้งแต่ต้นปี ด้วยผลตอบแทน 31.10%

โดยผลตอบแทนของ “กองทุนทองคำ” ส่วนใหญ่มีผลตอบแทนเป็นบวกทุกกอง แต่จะผลตอบแทนแต่ละกองจะต่างกันไม่นัก ซึ่งกองที่มีผลตอบแทนสูงที่สุดเป็นกองทุนจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธนชาต จำกัด (Thanachart Fund Eastspring) หรือคือ “กองทุนเปิดธนชาตทองคำแท่ง-UH (TGoldBullion-UH)”


ที่มีนโยบายมุ่งเน้นลงทุนโดยตรงในทองคําแท่ง (Physical gold หรือ Gold bullion) ในต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งกองทุนนี้จะลงทุนในทองคําแท่งผ่านเงินสกุลดอลล่าร์สหรัฐฯ และจะไม่มีการป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่เกิดขึ้นจากการลงทุนในต่างประเทศด้วยเช่นกัน


“จึงทำให้ในบางครั้งนักลงทุนอาจมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน สำหรับมูลค่าการลงทุนขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรกและครั้งถัดไปจะอยู่ที่ 1,000 บาท”


ถัดมากองทุนจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด ที่มีชื่อกองว่า “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์โกลด์-ชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (SCBGOLDE)” ซึ่งมีจดที่น่าสนใจอย่างมูลค่าการลงทุนขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรกและครั้งถัดไปจะอยู่ที่เพียง 1 บาทเท่านั้น ทำให้นักลงทุนทั่วไปสามารถเข้าถึงไปง่าย ในส่วนนโยบายนั้น กองทุนจะเน้นสร้างผลตอบแทนตามความเคลื่อนไหวของราคาทองคำแท่งที่เปิดเผยไว้อย่างแพร่หลาย โดยหน่วยงานซึ่งเป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมผู้ค้าทองคำในประเทศไทยหรือในระดับสากล


“รวมถึงกองทุนจะสร้างผลตอบแทนโดยอ้อมผ่านการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอีทีเอฟทองคำต่างประเทศ คือ ‘SPDR Gold Trust’ ซึ่งกองทุนดังกล่าวจัดตั้งและจัดการโดย World Gold Trust Services, LLC ที่ถือหุ้นโดย World Gold Council (WGC) ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ โดยกองทุนมี net exposure ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนซึ่งกองทุน SCBGOLDE เองก็ถือเป็นอีกกองที่ไม่มีการป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา”

 

 

ลำดับที่ 3 “กองทุนเปิดธนชาตทองคำแท่งเพื่อการเลี้ยงชีพ-UH (TGOLDRMF-UH)” ที่ตัวนโยบายของกองทุนมีความคลึงกับกอง TGoldBullion-UH ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนโดยตรงในทองคำแท่ง (Physical gold หรือ Gold bullion) ในต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน


“การไม่ป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่เกิดขึ้นจากการลงทุนในต่างประเทศ จึงมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงิน อาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ รวมไปถึงมูลค่าการลงทุนขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรกและครั้งถัดไปจะอยู่ที่ 1,000 บาท”


ต่อมา “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์โกลด์ (SCBGOLD)” ซึ่งเป็นกองทุนที่มีนโยบายลงทุนไม่ได้แตกต่างจาก ‘กอง SCBGOLDE’ เลยก็ว่าได้ ทั้งตัวนโยบายที่มีกองทุนหลักอย่างกองทุนรวมอีทีเอฟทองคําต่างประเทศ คือ SPDR Gold Trust ซึ่งกองทุนดังกล่าวจัดตั้งและจัดการโดย World Gold Trust Services, LLC ที่ถือหุ้นโดย World Gold Council (WGC) และมูลค่าการลงทุนขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรกและครั้งถัดไปจะอยู่ที่เพียง 1บาทเท่านั้น ที่ยังคงเน้นให้นักลงทุนทุกคนนั้น เข้าถึงได้ง่ายและลงทุนด้วยจำนวนเงินที่จำกัด


สุดท้าย “กองทุนเปิดทหารไทย โกลด์ ฟันด์ (TMBGOLD)” จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทหารไทย จำกัด (TMBAM Eastspring) ซึ่งกองทุนดังกล่าวมีนโยบายในการบริหารเชิงรับ (Passive Investment Strategy) โดยจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ‘SPDR Gold Trust’ (เป็นกองทุนที่ลงทุนในทองคำแท่ง Gold Bullion) ซึ่งกองทุนดังกล่าวจัดตั้งและจัดการโดย World Gold Trust Services, LLC ที่ถือหุ้นโดย World Gold Council(WGC) โดยอัตราส่วนการลงทุนในกองของนั้น จะเฉลี่ยในรอบบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน


และ ‘กอง TMBGOLD’ ก็มีจุดน่าสนใจอีกหนึ่งจุด อย่างมูลค่าการลงทุนขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรกและครั้งถัดไปจะอยู่ที่เพียง 1บาทเท่านั้น ที่เป็นจุดเด่นของบลจ.ทหารไทยนั่นเอง


“กองทุนทองคำ ถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่เหมาะกับการลี้ภัยอีกหนึ่งช่องทางสำหรับนักลงทุนที่ยังกังวลหรือไม่มั่นใจในตราสารทุน สะท้อนจากผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันที่ราคาทองคำได้ปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่อง ซึ่งหากสถานการณ์ตลาดสารทุนยังคงผันผวน ทองคำ ก็ยังถือเป็นทางเลือกที่ดี”

Share: