คาดงบ Q3/63 “หุ้น 3 ค่ายมือถือ” ร่วงยกแผง! ลุ้นกลับมาสดใส คนซื้อมือถือใหม่ท้ายปี     

ปัจจุบันนักวิเคราะห์มองว่าทิศทางการเมืองและการแก้วิกฤติเศรษฐกิจได้ จะทำให้การประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/63 เป็นปัจจัยหลักที่มีผลกระทบต่อ SET INDEX มากกว่า โดยหลังจากที่งบกลุ่มแบงก์ประกาศกำไรจบไปแล้ว ในกลุ่มต่อมาที่มักจะเริ่มประกาศกันก่อนคือ “หุ้นค่ายมือถือ”  

 

สำหรับ 3 ค่ายมือถือ ADVANC , DTAC และ TRUE คาดการณ์จากนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินว่า ผลประกอบการงบไตรมาส 3 จะออกมาติดลบทั้งในแง่ QoQ และ YoY

 

โดย ADVANC พี่ใหญ่สุดในกลุ่ม นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่า ในไตรมาส 3/63 คาดว่ารายได้เฉลี่ยจากการให้บริการลูกค้า หรือ ARPU จะเพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนรวมจะคงตัว จากการเปิดสาขา การขยายโครงการและต้นทุนค่าเสื่อมที่ลดลงจากโครงข่าย 5G ที่ตัดจ่ายครบ จึงยังคงแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมาย 210 บาท

 

ความโดดเด่นคือ นอกจากความคืบหน้าการพัฒนา 5G แล้ว นักวิเคราะห์มองว่า ADVANC ยังเป็นหุ้นมั่นคง ที่มีความสามารถในการรักษาฐานกำไรและมีสถานะการเงินที่แข็งแกร่ง

 

ขณะที่บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดว่า ADVANC จะประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 3/63 ที่ 6,600 ล้านบาท ลดลง 25% YoY และ 5.7% QoQ โดยกำไรที่ลดลงนั้น หลักๆ เป็นผลจากรายได้ธุรกิจโทรศัพท์มือถือ ซึ่งมีสัดส่วน 90% ของรายได้ ส่วน ARPU ประเมินว่าจะลดลงเหลือ 240 บาทต่อเดือน จากสมมติฐานลูกค้าที่ลดลง 0.8% YoY และจากการที่ยังไม่สามารถเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับเข้ามาท่องเที่ยวได้ตามปกติ

 

มองอนาคตไตรมาส 4 สดใส โดยเฉพาะช่วงปีใหม่ที่คนใช้งานมือถือเยอะ

ส่วนภาพรวมในไตรมาสสุดท้ายของปี นักวิเคราะห์ประเมินว่า ADVANC จะปรับดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ บวกกับการปรับขึ้นราคา “แพ็คเก็จมือถือ” และอานิสงส์ประจำไตรมาส ที่คนมักจะใช้บริการมากกว่าปกติ ในช่วงปลายเดือนธ.ค. จึงแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาพื้นฐาน 230 บาท

 

 

ต่อมาหุ้น DTAC แม้ว่าจะมีฐานผู้ใช้บริการไม่เท่ากับ ADVANC แต่เป็นผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่มี ARPU สูงที่สุด โดยนักวิเคราะห์ บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า คาดกำไรสุทธิ DTAC ไตรมาส 3/63 อยู่ที่ 1,436 ล้านบาท ลดลง 24% YoY และ 18%QoQ จากการขาดทุนการขายเครื่องที่ลดลง และฐานลูกค้าที่ลดลง 1 แสนรายจากผลกระทบการแจกเน็ตฟรี 10GB เมื่อเทียบ QoQ แต่ ARPU ที่ดีขึ้นช่วยพยุงหุ้น ขณะเดียวกัน DTAC ยังควบคุมต้นทุนได้ดี 

 

เลื่อนเวลาใช้คลื่น ส่งผลดีต่อค่าใช้จ่าย DTAC ไตรมาส 4

 

สำหรับในไตรมาส 4/63 นักวิเคราะห์มองว่า แม้กำไรน่าจะอ่อนตัว จากศึกชิงลูกค้าพร้อมแพ็จเกจ iPhone12 แต่ DTAC ยังมีปัจจัยรองรับ จากค่าใช้จ่ายเลื่อนเวลาสับเปลี่ยนอุปกรณ์คลื่น 850 เป็น 900 MHz ออกไปเป็นปีหน้าแทน เพราะกสทช.ขยายเวลาในการใช้ 850 MHz จากเดิมถึงสิ้นปีนี้ออกไปอีก 6 เดือนนับจาก CAT ติดตั้ว Filter เสร็จ ซึ่งไม่น่าเกินสิ้นปีหน้า ขณะเดียวกันกสทช. ยังเลื่อนการส่งมอบคลื่น 700 MHz ที่จัดสรรให้ทุกค่าย 15 MHz จากเดิมต้นไตรมาส 4/63 ออกไปเป็น15 ม.ค. 64 แทน ทำให้ DTAC ไม่มีค่าตัดจำหน่ายคลื่น 700 MHz ไตรมาสละ 293 ล้านบาท ในงวดไตรมาส 4/63 และไม่ต้องลงทุนโครงข่าย 4G/5G บนคลื่น 700 MHz ในปีนี้ อย่างไรก็ตามแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” เท่านั้น โดยให้ราคาเป้าหมายปีหน้าที่ 38 บาท

 

ฐานะการเงิน TRUE จะทยอยดีขึ้น หลังผ่านไตรมาส 3

 

สุดท้าย TRUE แม้จะเล็กสุด แต่ TRUE เป็นผู้ให้บริการค่ายโทรศัพท์มือถือที่มีความหลากหลาย โดยเฉพาะการเก็บ Data การใช้งานของผู้บริโภค เช่น TRUE ID ซึ่งล่าสุดร่วมกับผู้จัดประกวด Miss Thailand Universe 2020 ถ่ายทอดสดการจัดประกวดในปีนี้ นอกจากนี้ยังมีโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมต่อกับธุรกิจอื่นๆ ของธุรกิจเครือซีพี ทำให้การพัฒนา 5G ของ TRUE มีความน่าสนใจ ขณะเดียวกันยังมีการร่วมทุนกับ China Mobile ผู้ให้บริการค่ายมือถือยักษ์ใหญ่จากจีน

 

สำหรับคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 3/63 นักวิเคราะห์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มองว่า ไตรมาส 3 จะเป็นอีกไตรมาสที่ TRUE จะขาดทุน โดยตลาดกังวัลกับฐานะทางการเงินที่ตึงตัวขึ้นของ TRUE หลัง Net debt to equity อยู่ที่ระดับ 2.2x เทียบกับ ระดับ ณ สิ้นปี 2562 ที่ 1.3x อย่างไรก็ดี TRUE ยังมีทางเลือกในการบริหารจัดการ จาก EBITDA ของ TRUE ไม่รวมผลกระทบของ TFRS16 ในไตรมาส 2/63 อยู่ที่ประมาณ 9,000 ล้านบาท หรือ 36,000 ล้านบาทต่อปี

 

ขณะที่ส่วนต่างระหว่าง EBITDA กับ Net Operating Cashflow ซึ่งเป็นปัจจัยที่ตลาดกังวล ลดช่วงห่างลง จาก working capital ที่ดีขึ้นเป็นลำดับ ทั้งนี้ “ภาระเงินสด” ที่ต้องจ่ายในระดับสูงในปี 2563 ของ TRUE เป็นภาวะชั่วคราว จาก Vendor Financing 4G ที่ครบกำหนดจ่าย แต่หลังจากปี 2563 ภาระจ่ายจะทยอยลดลง

 

ส่วนงบลงทุนลดลง 40,000-60,000 ล้านบาท ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า หรือ 12,000 ล้านบาทต่อปี เทียบกับช่วง 4 ปี หลังสุดที่ TRUE ลงทุนทั้งคลื่นและโครงข่ายระดับ 30,000-50,000 ล้านบาทต่อปี ลดภาระต่อ Free cash flow ในระยะสั้น ซึ่งคาด TRUE ยังบริหารจัดการกระแสเงินสดโดยเน้นไปที่ “การออกหุ้นกู้” เป็นหลัก

                

ดังนั้นจะเห็นว่าทั้ง 3 ตัว ADVANC,DTAC,TRUE มีปัจจัยบวกการเป็นไฮซีซั่นของการเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือ และการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ถูกเลื่อนออกไปก่อน ทำให้ในไตรมาสสุดท้ายของปี ผลประกอบการน่าจะดีขึ้น

 

Share: