SCC จัดพอร์ตธุรกิจลุยบรรจุภัณฑ์ กูรูมองเข้าซื้อหุ้น AJ ผลดีระยะยาว

SCC หรือ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศข่าวดีออกมา 2 ต่อ โดยต่อแรกประกาศงบไตรมาส 3/2563 ออกมาเติบโตอย่างโดยเด่น โดยมีกำไรสุทธิ 9,741.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 6,204.39 ล้านบาท ซึ่งเป็นที่น่าจับตามอย่างมากเพราะธุรกิจที่ทำให้ผลประกอบการออกมาเติบโตจะเป็นธุรกิจเคมิคอลส์ และธุรกิจซีเมนต์ สวนทางกลับนักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์ว่าธุรกิจแพคเกจจิ้งจะเป็นตัวสนับสนุนหลัก


ขณะที่ข่าวดีที่ 2 คือรายงานออกมาว่า ที่ประชุมคณะกรรมการอนุมัติให้บริษัทเอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อ เข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนบริษัทเอ. เจ. พลาสท์ จำกัด (มหาชน) หรือ AJ จำนวน 40,560,773 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 9.22% ที่ราคาหุ้น 17.15 บาทต่อหุ้น คิดเป็นเงินลงทุนประมาณ 696 ล้านบาท ด้วยวิธีการเสนอขายหุ้นแบบเฉพาะเจาะจงให้แก่บุคคลในวงจำกัด (PP)


ไม่เพียงแค่เข้าซื้อหุ้นเท่านั้น แต่ยังมีการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับ AJ เพื่อผลิตและจำหน่ายฟิล์ม Biaxially Oriented (BO Film) ในประเทศเวียดนาม โดยมีทุนจดทะเบียนมูลค่าประมาณ 700 ล้านบาท โดย SCG Chemicals จะถือหุ้นในบริษัทร่วมทุน 45:55 ตามลำดับ หรือคิดเป็นเงินลงทุน 315 ล้านบาท


การลงทุนดังกล่าว เป็นการเข้าสู่ธุรกิจที่มีการเติบโตสูงจากความต้องการบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อผลิตและจำหน่าย BO Film ในประเทศเวียดนามและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีการขยายตัวของเศรษฐกิจที่สูง และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคสาหรับผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่ม


โดยการเข้าลงทุนใน AJ ทางนักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มองว่าเป็นการลงทุนที่ดีในระยะยาวแต่ขนาดของบริษัทยังเล็กเกินไปสำหรับ SCC เช่นเดียวกันกับบริษัท หลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่มองว่าไม่มีนัยยะมากต่อ SCC เนื่องจากมูลค่าต่ำกว่า 2% ของสินทรัพย์รวม SCC ส่วนนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ก็เช่นกันมองว่าไม่มีนัยสำคัญต่อผลประกอบการแต่อย่างใด

Share: