“PE Trust”…นักลงทุนต่างประเทศนิยมใช้ในการ ‘จัดสินทรัพย์ลงทุน (Asset Allocation)’

การเลือกสินทรัพย์ลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดีในเวลานี้อาจจะไม่ง่ายนัก อีกทั้งยังมีปัจจัยการลงทุนที่ทำให้ผลตอบแทนมีความผันผวนมากและจับจังหวะลงทุนได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้นที่เห็นได้ชัดเลยว่า ปรับตัวขึ้นลงตามปัจจัยข่าวสารต่างๆ ตลอดเวลา หรือแม้กระทั่งสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำอย่างตราสารหนี้ ก็อาจมีผลตอบแทนที่ไม่น่าสนใจเนื่องจากความเสี่ยงจากภาวะทางเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้นขณะที่ภาวะอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ 


“แต่ในภาวะที่มูลค่าสินทรัพย์ปรับตัวลง แน่นอนหลายคนคงมองเป็นโอกาสในการเข้าไปจังหวะลงทุน หรือเรียกกันว่า ‘ซื้อของถูก’ แต่จะได้ของถูกจริงหรือไม่ ต้องพิจารณาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน และวางแผนลงทุนให้ดี ซึ่งนอกจากการกระจายลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายที่นักลงทุนทำกันอยู่แล้ว  การลงทุนอีกอย่างหนึ่งที่อยากแนะนำนักลงทุนนั่นคือ การแบ่งลงทุนในสินทรัพย์ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์และนอกตลาดหลักทรัพย์  ซึ่งกำลังเป็นที่น่าสนใจในเวลานี้ ซึ่งก็คือ ‘Private Equity Trust  (PE Trust)’ หรือ กิจการเงินร่วมลงทุน

 

 

Private Equity Trust (PE Trust) คืออะไร

PE Trust”  คือ สินทรัพย์ประเภทตราสารทุนนอกตลาด ที่กำลังได้รับความสนใจในฐานะที่เป็นสินทรัพย์ทางเลือก (Alternative Asset Class) ที่เป็นที่นิยมในต่างประเทศ สำหรับในประเทศไทย PE Trust เป็นรูปแบบการลงทุนที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในปี 2557 ให้จัดตั้งขึ้น ภายใต้มีเงื่อนไขการลงทุนที่ยืดหยุ่น


“เพื่อให้ธุรกิจที่อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์รวมถึงธุรกิจเกิดใหม่ได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับกิจการที่อยู่ระหว่างการบ่มเพาะก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จากผู้ลงทุนสถาบันหรือผู้ลงทุนรายใหญ่ในการพัฒนากิจการให้เติบโตขึ้นจนกระทั่งมีความพร้อมที่จะเข้าถึงเงินทุนโดยการระดมทุนจากประชาชนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในอนาคตต่อไป”

 

 

ทำไม PE Trust จึงน่าสนใจลงทุน

PE Trust” มีกลยุทธ์การลงทุนในช่วงเศรษฐกิจถดถอย เช่น การลงทุนในสินทรัพย์หรือบริษัทที่ประสบปัญหา (Distressed Assets) และสินทรัพย์หรือบริษัทที่มีความสามารถในการฟื้นตัวกลับมา (Turnaround) ทำให้มีค่าสหสัมพันธ์ (Correlation) ของอัตราผลตอบแทนที่ต่ำเมื่อเทียบกับการลงทุนหุ้นที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์  ขณะเดียวกันยังให้อัตราผลตอบแทนคาดหวังที่ค่อนข้างสูง


“ดังนั้น PE Trust จึงเป็นที่นิยมสำหรับนักลงทุนต่างประเทศในการจัดสรรสินทรัพย์ลงทุน (Asset Allocation)”

 

 

โครงสร้างของ PE Trust” เป็นอย่างไร

โครงสร้างของ PE Trust” ประกอบด้วย ‘ทรัสตี (Trustee)’ ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลทรัพย์สินและกำกับดูแลให้การบริหารงานของทรัสต์เป็นไปตามสัญญาก่อตั้งทรัสต์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมี ‘ผู้จัดการทรัสต์ (Trust Manager)’ ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากทรัสตีให้บริหารจัดการกองทรัสต์และจัดหาผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่กองทรัสต์

 

 

ใครสามารถลงทุนใน “PE Trust” ได้บ้าง

ผู้ลงทุนตั้งแต่ 2 รายขึ้นไป โดยจำกัดเฉพาะผู้ลงทุนตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต.  ได้แก่ ผู้ลงทุนสถาบัน ไม่จำกัดจำนวน หรือผู้ลงทุนรายใหญ่ไม่เกิน 10 ราย

  • ผู้ลงทุนสถาบัน เช่น ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ และกองทุนรวมเป็นต้น

  • ผู้ลงทุนรายใหญ่ เช่น นิติบุคคลที่มีส่วนของผู้ถือหุ้นตามงบการเงินปีล่าสุดที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบแล้วตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป และมีเงินลงทุนโดยตรงในหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไป ถ้านับรวมเงินฝากต้องมีเงินลงทุนตั้งแต่ 40 ล้านบาทขึ้นไป หรือ บุคคลธรรมดา ซึ่งนับรวมกับคู่สมรสแล้ว มีสินทรัพย์สุทธิตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป มีรายได้ต่อปีตั้งแต่ 4 ล้านบาทขึ้นไป และมีเงินลงทุนโดยตรงในหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป ถ้านับรวมเงินฝากต้องมีเงินลงทุนตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไป เป็นต้น

 

 

โอกาสการลงทุนใน “PE Trust” ธุรกิจโรงแรม

ทั้งนี้สถานการณ์การระบาด COVID-19 ทำให้ ธุรกิจโรงแรมได้รับผลกระทบอย่างหนัก และกำลังต้องการเงินทุนเพื่อฟื้นฟูธุรกิจอย่างมาก เพื่อรองรับการท่องเที่ยวซึ่งประเทศไทยได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก   ดังนั้นโรงแรมที่ตั้งอยู่บนทำเลท่องเที่ยวในประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก จึงเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจสำหรับการเข้าไปลงทุนในแบบรูปแบบ Private Equity Trust 


“ด้วยโมเดลและกลยุทธ์การร่วมลงทุนเพื่อซื้อกิจการ รีสอร์ท และโรงแรม นำมาปรับปรุงตกแต่งใหม่ (Renovate) เปลี่ยนตำแหน่งทางการตลาด (Reposition) และเปลี่ยนชื่อแบรนด์ (Rebrand)  ทำให้สินทรัพย์เกิดมูลค่าเพิ่มและสามารถขายโรงแรมออกเพื่อทำกำไร และจ่ายผลตอบแทนให้กับผู้ลงทุน”


แม้ในตอนนี้การท่องเที่ยวของประเทศไทยจะยังไม่ฟื้นตัวกลับมา และอาจต้องใช้เวลาอีกระยะจนกว่า COVID-19 จะหายไป แต่ธุรกิจโรงแรมมีความต้องการเงินทุนเพื่อฟื้นฟูเพื่อให้โรงแรมพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย  ดังนั้น ช่วงนี้ KTBST SEC” จึงเห็นโอกาสการลงทุนที่สามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการและธุรกิจให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน และในฐานะผู้ก่อตั้งกองทรัสต์และผู้จัดการกองทรัสต์


KTBST SEC ได้ร่วมกับ บริษัท เดซติเนชั่น แคปปิตอล พีทีอี จำกัด (DC) ผู้บริหารทรัพย์สินที่เชี่ยวชาญธุรกิจโรงแรมโดยมีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด(มหาชน) หรือ MFC เป็นทรัสตี(Trustee) ได้ร่วมกันจัดตั้งกองทรัสต์  DESCAP 1 Private Equity Trust’ หรือ ‘DESCAP1’ เพื่อระดมทุนจากนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ที่สนใจจองซื้อหน่วยทรัสต์ได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายน”


‘DESCAP1’ จึงถือเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจภายใต้ความเสี่ยงที่เหมาะสม และมีความผันผวนของราคาที่ต่ำ หากเทียบกับการลงทุนอื่น ๆ ที่ผลตอบแทนอาจผันผวนมากในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจาก COVID-19 ดังนั้น จึงเป็นจังหวะในการลงทุนที่อาจเรียกได้ว่าเป็น “โอกาสครั้งเดียวในชีวิต” ที่จะสามารถเข้าลงทุนในโรงแรมและรีสอร์ทที่ตั้งอยู่ในสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมของโลกในแบบนี้ เมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ


นอกจากการลงทุนนี้ จะสามารถสร้างโอกาสผลตอบแทนที่สูงให้กับผู้ลงทุนได้  แล้วยังเป็นการสนับสนุนให้ธุรกิจโรงแรมกลับมาดำเนินการ และช่วยกระตุ้นการจ้างงาน ซึ่งทำให้ผู้ลงทุน นอกจากจะได้ผลตอบแทนในการลงทุนแล้ว ยังได้เป็นส่วนหนึ่งในการ ‘ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ’ ของประเทศไทยอีกด้วย

Share: