“ธุรกิจทำกับเพื่อน”...อย่าลืมเตือน ‘ให้ทำประกัน’ !!!

เรา “ทำประกันชีวิต” เพื่อป้องกันความเสี่ยงในด้านต่างๆ ของชีวิต เช่น การจากไปก่อนวัยอันควร การเจ็บไข้ได้ป่วย การมีอายุยืนยาวการทำประกันชีวิตเพื่อวัตถุประสงค์ และความคุ้มครองที่เหมาะสมจะช่วยให้เราสามารถบริหารความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกเหนือจากความเสี่ยงที่กล่าวมา การทำประกันชีวิตเมื่อทำธุรกิจกับ ‘บุคคลนอกครบครัว’ ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเช่นกัน


ใน “การทำธุรกิจ” ความเสี่ยงที่เราต้องคำนึงถึง นอกจากความเสี่ยงในการทำธุรกิจแล้ว ยังมีความเสี่ยงในเรื่องผู้บริหารจากไปก่อนวัยอันควรด้วย เนื่องจากเป็นผู้ดำเนินกิจการเป็นหลัก หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น การดำเนินกิจการอาจสะดุดลงได้ นอกจากนั้น หุ้นในส่วนที่ตนถืออยู่จะตกไปสู่ทายาทตามกฎหมาย หรือผู้รับมรดกตามพินัยกรรม


“ประเด็นที่ต้องจับตามองคือ ถ้าในอนาคตผู้ถือหุ้นที่เหลือต้องการหุ้นดังกล่าวคืนเพื่ออำนาจในการบริหาร พวกเขาจะสามารถซื้อหุ้นคืนได้หรือไม่ เนื่องจากต้องใช้เงินสดเพื่อได้หุ้นนั้นมา ถ้าเงินสดของกิจการ หรือเงินส่วนตัวไม่พอ อาจไม่สามารถซื้อหุ้นดังกล่าวมาได้”


นอกจากนั้น ผู้รับมรดกซึ่งได้หุ้นจำนวนดังกล่าว ถ้าไม่มีความสามารถในการบริหารธุรกิจ หรือไม่มีความสนใจในธุรกิจ อาจต้องการขายหุ้นดังกล่าวเพื่อนำเงินสดมาเพื่อใช้จ่าย ดังนั้น วิธีการแก้ปัญหานี้คือ ‘การให้ผู้บริหารทำประกัน’ และ ‘หุ้นส่วนทางธุรกิจเป็นผู้รับประโยชน์’ จากนั้นให้ทำสัญญาจะซื้อจะขายหุ้นไว้ เพื่อนำเงินจากประกันมาซื้อหุ้นคืน ในกรณีที่มีผู้บริหารคนใดคนหนึ่งเสียชีวิต ซึ่งเบี้ยประกันบริษัทสามารถเป็นผู้ออก โดยนำไปเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทได้อีกด้วย

 

 

“วิธีนี้มักใช้กับธุรกิจที่มีหุ้นส่วนเป็น ‘บุคคลนอกครอบครัว’ เพราะหุ้นส่วนที่ยังมีชีวิตอยู่ย่อมต้องการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารงานต่อไปได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องมีข้อตกลงกันก่อนตัดสินใจทำประกันว่าต้องการซื้อหุ้นคืนหรือไม่ หรือต้องการให้ทายาทมารับช่วงต่อกิจการนี้”


อีกวิธีหนึ่งคือการ ‘ทำประกันให้บุคคลสำคัญของบริษัท’ หรือ ‘Keymaninsurance’ โดยบุคคลสำคัญของบริษัทคือบุคคลที่มีอิทธิพลในการสร้างผลกำไรให้บริษัท ไม่ว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในงานเฉพาะด้าน หรือผู้บริหารที่มีความสามารถในการตัดสินใจและบริหารที่ดี การทำประกันให้บุคคลเหล่านี้ก็ถือเป็นหนึ่งในวิธีการรับมือกับความเสี่ยงถ้าหากเกิดเหตุไม่คาดฝันกับบุคคลเหล่านี้


“ส่วนใหญ่จะ ‘ทำเป็นประกันชีวิต’ โดยทุนประกันจะคำนวณมาจากความเสียหายของกิจการหากขาดบุคคลดังกล่าว หรือจะ ‘ซื้อประกันสุขภาพ’ เพื่อเป็นสวัสดิการเพิ่มเติมให้บุคคลดังกล่าวก็ได้ วิธีการดังกล่าวจะช่วยบรรเทาความเสียหายของกิจการหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันกับบุคคลเหล่านี้ได้ และเป็นแรงจูงใจให้พนักงานคนสำคัญของบริษัทสามารถทำงานอยู่กับเราได้นาน นอกจากนี้การทำประกันให้บุคคลสำคัญดังกล่าวยังช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับคนเหล่านี้ได้ เนื่องจากจะทำให้เค้ารู้ว่าเป็นคนสำคัญของกิจการ”


จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าเราจะดำเนินธุรกิจอะไรก็ตาม นอกจาก ‘ความเสี่ยงทางด้านธุรกิจ’ ที่เราต้องบริหารให้ดีแล้ว ยังมีความเสี่ยงที่สำคัญอีกอย่างคือ ‘การจากไปของหุ้นส่วนทางธุรกิจ’ หรือ ‘บุคคลสำคัญ’ ดังนั้นการทำประกันเพื่อปกป้องความเสี่ยงทางการเงินที่อาจตามมาจะช่วยให้เราบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นได้  ทั้งยังเป็นแรงจูงใจ ขวัญกำลังใจ และสวัสดิการเพิ่มเติมให้คนเหล่านี้


“ส่วนการตกลงทำหรือไม่ทำประกันชีวิตนั้น ควรพิจารณาจากปัจจัยหลายๆ ด้าน เช่น ความพร้อมกระแสเงินสดของกิจการว่ามีเพียงพอในการจ่ายเบี้ยประกันหรือไม่ การรับช่วงต่อของทายาทหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นของหุ้นส่วน การตัดสินใจในการบริหารต่อ หรือเลิกกิจการ”


ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนดำเนินการทำประกัน และควรหารือกันตั้งแต่เริ่มกิจการ หากท่านใดมีข้อสงสัยหรือต้องการการวางแผนสำหรับปกป้องความเสี่ยงในด้านผู้ถือหุ้นที่กล่าวมา สามารถใช้บริการ ‘นักวางแผนการเงิน’ ที่เชี่ยวชาญในการจัดการเรื่องนี้ได้


ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ [email protected],สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ  www.tfpa.or.th

Share: