The Conversation EP.18 ไตรมาส 3 GDP ติดลบน้อยลง ไม่ได้หมายความว่าเศรษฐกิจจะฟื้น

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ หรือ สศช.จะประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 3/63 ติดลบน้อยลง จากการใช้จ่ายของรัฐบาลที่เพิ่มขึ้น และสถานการณ์การบริโภคภาคเอกชน การส่งออกที่ติดลบลดลง ตามที่นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ หรือสศช. รายงานตัวเลข GDP ไตรมาส 3/63 ติดลบ 6.4% ซึ่งเป็นการปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ที่ติดลบ 12.1% เนื่องจากการใช้จ่ายของรัฐบาลและการลงทุนภาครัฐขยายตัวเร่งขึ้น ขณะที่การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน การส่งออกสินค้าแม้จะปรับตัวลดลง แต่เป็นไปในอัตราที่น้อยลง ทำให้ทั้งปีสภาพัฒน์ฯ ประเมินว่า GDP ปีนี้จะติดลบ 6% แบ่งเป็น การส่งออก -7.5% การบริโภคภาคเอกชน และการลงทุน -0.9% และ 3.2% ตามลำดับ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยอยู่ที่ -0.9% และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 2.8% ของ GDP


แม้ตัวเลขจะดูดีแต่นักเศรษฐศาสตร์ยังไม่วางใจในเศรษฐกิจ เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวแรงไตรมาสต่อไตรมาส อาจจะเป็นแรงซื้อตุนสินค้าจากช่วง Lockdown จากความไม่เชื่อมั่นในเศรษฐกิจ The Conversation ในตอนนี้จึงได้สัมภาษณ์ ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย และรวบรวมมุมมองจากศูนย์วิจัยกสิกรมาฝากผู้อ่าน ก่อนที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะประกาศตัวเลขเศรษฐกิจ ประจำเดือนต.ค.63 ในเร็วๆ นี้ เพื่อทบทวนมุมมองเศรษฐกิจในช่วงที่เราเริ่มมีความหวังจากการใช้วัคซีน Covid-19


สำหรับ “ภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน” ดร.อมรเทพ ให้สัมภาษณ์กับ Wealthy Thai ว่า GDP ไตรมาส 3/63 ฟื้นตัวค่อนข้างแรงจากไตรมาส 2/63 ทั้งในด้านการบริโภคที่ใช้จ่ายของที่ใช้ในชีวิตประจำวันที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แต่มองว่าผู้บริโภค “ยังไม่มั่นใจ” ก็เพราะว่าทุกครั้งที่ต้องใช้จ่ายเงินเพื่อผ่อนสินค้าในระยะยาว พฤติกรรมผู้บริโภคจะค่อนข้างระมัดระวัง ดังนั้นยอดขาย “สินค้าคงทน” จึงยังไม่เพิ่มขึ้นมากนัก


“ความไม่มั่นใจในการจับจ่ายสินค้าคงทนที่เกิดขึ้น ถ้ายังเห็นแรงส่งดังกล่าวต่อเนื่องในไตรมาส 4/63 ก็อาจจะเป็นภาพคล้ายดังกล่าว ซึ่งผมยังเป็นห่วงการฟื้นตัวไตรมาสต่อไตรมาส แม้ตัวเลขจะปรับดีขึ้นก็ตาม และอีกประเด็นที่นักเศรษฐศาสตร์กังวลตัวเลขไตรมาส 3/63 อาจจะเป็นแรงซื้อตุนหลัง lockdown ซึ่งเป็นดีมานด์ในอนาคต ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ว่าจะเห็นสัญญาณแผ่วลงในไตรมาส 4/63 ไม่ได้เห็นการฟื้นแรงเหมือนกับไตรมาส 3/63” ดร.อมรเทพกล่าว

 

 

มาตรการคนละครึ่ง เฟส 2-3 จะช่วยให้การบริโภคฟื้นขึ้นแค่ไหน?

ดร.อมรเทพ ตอบในประเด็นนี้ ว่า มาตรการเหล่านี้เป็นมาตรการช่วยเพิ่มยอดขายสินค้าไม่คงทน ซึ่งก็ช่วยการจับจ่ายใช้สอยด้วย แน่นอนว่ามันก็ฟื้นขึ้น แต่วันนี้เองต้องสร้างความเชื่อมั่นให้คนกล้าใช้เงินก้อนใหญ่ได้มากขึ้นจะดีกว่า เนื่องจากมองว่ากลุ่มที่ฟื้นช้าคือ สินค้าคงทน ซึ่งเป็นสินค้าชิ้นใหญ่ อย่างมาตรการลดหย่อนภาษีมนุษย์เงินเดือน ก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ค่อนข้างจำกัด แต่ก็ต้องดูว่าจะสร้างการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะยาวได้อย่างไร จะเป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลมากกว่า อย่างไรก็ตาม CIMB Thai อยู่ระหว่างปรับมุมมองจีดีพีไตรมาส 4/63 และ GDP ปี 2564 เนื่องจากสภาพัฒน์ฯ รายงานตัวเลขดีกว่าที่คาดไว้ อย่างไรก็ตามประเมินไว้เบื้องต้นที่ -6-7% ไม่ได้ติดลบแรง

 

 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ห่วงวัคซีน Covid-19 กว่าจะได้ใช้ก็ปลายปีหน้า

ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4/2563 คาดว่าจะยังหดตัวอยู่ใกล้เคียงกับไตรมาสที่ 3 ท่ามกลางมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายครัวเรือนของภาครัฐเป็นปัจจัยสนับสนุน จึงประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2563 มีแนวโน้มหดตัวไม่ต่ำกว่า -7%


ส่วนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2564 ยังคงเผชิญปัจจัยความไม่แน่นอนหลายประการ จากความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก แรงกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น และการเมืองในประเทศ นอกจากนี้สำหรับประเด็น “ความคืบหน้าวัคซีน Covid-19” ศูนย์วิจัยฯ มองว่า การเข้าถึงวัคซีนในระดับประชากรโลกว่าจะเกิดขึ้นไม่เร็วไปกว่า “ช่วงปลายปี 2564” เนื่องจากยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงวัคซีนของประชากรโลก ทั้งในเรื่องการขนส่งที่ต้องใช้อุณหภูมิ -70 องศาเซลเซียส ความยินยอมรับเข้ารับวัคซีน และระยะเวลาที่วัคซีนสามารถสร้างภูมิคุ้มกัน


อย่างไรก็ตามยังต้องติดตามการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจจากกระทรวงการคลังและแบงก์ชาติอีกครั้ง แม้ในระยะสั้นมาตรการกระตุ้นการบริโภคผ่านนโยบายต่างๆ ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ไฟเขียวออกมาในช่วงนี้ ดูจะเป็นความหวังมากที่สุด แต่สิ่งที่จะทำให้คนกลับมาเชื่อมั่นในเศรษฐกิจได้เหมือนเดิม ยังเป็นเรื่องที่ยากอยู่

Share: