4 ยักษ์โรงแรมไทย ใหญ่แค่ไหนในเวทีโลก

ในภาวะที่เกิดการระบาดของไวรัสโควิด 19 ที่เป็นเรื่องใหม่สำหรับมวลมนุษยชาติ ในขณะนั้นเองหลายคนบนโลกยังสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น และอีกหลายคนบนฝั่งซีกโลกยังคงสงสัยเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับซีกโลกฝั่งนั้น รัฐบาลหลายประเทศต่างหาทางวิธีป้องกันแบบด้วยความไม่รู้ว่าจะป้องกันการระบาดของไวรัสได้อย่างไร

 

โดยเริ่มจากมาตรการเบาไปหามาตรการหนักที่ถึงขั้นต้องปิดประเทศ เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสชนิดนี้ และสั่งให้ประชาชนในประเทศหยุดการออกจากบ้าน เพื่อลดโอกาสในการแพร่ระบาดหรือลดการติดเชื้อ ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทางคมนาคม การท่องเที่ยว ต้องปิดตัวแบบเรียกได้ว่าฉับพลัน ซึ่งไม่เคยมีใครคิดมาก่อนว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นบนโลก สิ่งที่ประชากรทั่วโลกทำได้ขณะนั้น แค่เพียงรอแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ หลังจากที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ได้ศึกษาและหาวิธีผลิตวัคซีนเพื่อควบคุมและกำจัดไวรัสนี้

             

หากฉายภาพกลับมาที่ประเทศไทย คงจะบอกได้ว่าไทยเป็นหนึ่งในประเทศของโลกที่สามารถสกัดกั้นการระบาดของเชื้อไวรัสนี้ได้ดีเป็นอันดับต้นๆ ของโลกเลยก็ว่าได้ ถึงขั้นที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกโรงชมประเทศไทยว่า เป็นประเทศแรกๆ ที่สามารถสกัดกั้นการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 ได้เป็นอย่างดี แม้ยังไม่มีการผลิตวัคซีนออกมา แต่ยอดผู้ติดเชื้อในประเทศไทย กลับมีผู้ติดเชื้อต่ำกว่า 4,000 ราย และมียอดผู้เสียชีวิตเพียง 60 ราย ทั้งๆ ที่มีประชากรมากถึง 70 ล้านคน สาเหตุหลักมาจากวินัยการใส่ใจและให้ความร่วมมือของประชาชนในประเทศที่กักตัวอยู่บ้าน

 

รวมถึงในภาคธุรกิจเองก็ยอมอนุญาตให้พนักงานทำงานแบบ work from home แต่ส่วนของธุรกิจที่ได้รับผลกระทบๆ หนักเลยก็คงจะเป็นธุรกิจสายการบิน และธุรกิจโรงแรมที่นักท่องเที่ยวไม่ได้เดินทางข้ามประเทศ โรงแรมไม่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าพัก ก็ขาดสภาพคล่องในการหมุนเวียนต้นทุนรายจ่ายที่มีอยู่ ซึ่งไม่ใช้แค่เพียงโรงแรมในประเทศไทยเท่านั้น บริษัทจดทะเบียนในประเทศไทยที่มีธุรกิจโรงแรมในเครืออยู่ที่ต่างประเทศก็ได้รับผลกระทบจากการปิดประเทศ ห้ามการเดินทางระหว่างประเทศ ซึ่งก็คือได้รับผลกระทบถึง 2 เด้ง โดยในวันนี้ wealthy Thai จะพานักลงทุนมาสำรวจกันว่าบริษัทผู้ประกอบการไทยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เครือโรงแรมในต่างประเทศที่ไหนกันบ้าง และได้รับผลกระทบอย่างไร

 

โดยมาเริ่มทำความรู้จักกับบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT ไมเนอร์ โฮเทลส์ดำเนินธุรกิจโรงแรมและเซอร์สวิส สวีท ทั้งในรูปแบบเป็นเจ้าของ บริหารจัดการ และร่วมลงทุน โดยมีโรงแรมในเครือทั้งสิ้นกว่า 530 แห่งและมีจำนวนห้องพักรวมกว่า 76,000 ห้อง ภายใต้เครื่องหมายการค้าอนันตรา, อวานี, โอ๊คส์, ทิโวลี, เอเลวาน่า, เอ็นเอช คอลเลคชั่น, เอ็นเอช โฮเทลส์, นาว, แมริออท, โฟร์ซีซั่นส์, เซ็นต์ รีจิส, เรดิสัน บลู

 

 

 

และโรงแรมในกลุ่มไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ปัจจุบัน ไมเนอร์ โฮเทลส์มีกลุ่มโรงแรมและสปาในเครือใน 56 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง แอฟริกา คาบสมุทรอินเดีย ยุโรปและอเมริกา นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ประกอบการธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงแรม ได้แก่ ธุรกิจศูนย์การค้าและบันเทิง ธุรกิจพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อขาย ในช่วงวิกฤติการระบาดของไวรัสโควิด 19 MINT จำเป็นที่จะต้องปิดการให้บริการโรงแรมที่มีอยู่ ซึ่ง MINT มีโรงแรมอยู่ทั่วทุกมุมโลกรวมกว่า 56 ประเทศ ซึ่งประเทศที่ได้รับผลกระทบก็เป็นกลุ่มโรงแรมในแถบประเทศยุโรป และสหรัฐ

 

ขณะที่บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ U บริษัทผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมภายใต้เครือ BTS ก็เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่หลายคนไม่รู้ว่าได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสนี้เช่นกัน เพราะโรงแรมที่มีอยู่ของ U จะอยู่ในกลุ่มประเทศทวีปยุโรปด้วยเช่นกัน ภายใต้ชื่อ โรงแรมเวียนนา เฮ้าส์ ซึ่งเครือโรงแรมตั้งอยู่ ในเยอรมันนี, ฝรั่งเศส, ออสเตรีย, โปแลนด์, สาธารณรัฐเช็ก, สวิตเซอร์แลนด์, สโลวาเกีย, รัสเซีย, โรมาเนีย

 

 

บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจบริหารจัดการโรงแรมและลงทุนในธุรกิจโรงแรมระดับนานาชาติที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2562 บริษัทฯ มีโรงแรมทั้งสิ้นจำนวน 39 แห่ง 4,647 ห้อง ซึ่งตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่นสาธารณรัฐมัลดีฟส์ สาธารณรัฐหมู่เกาะฟิจิ สาธารณรัฐมอริเชียส สหราชอาณาจักร และประเทศไทย จากสถานการณ์การระบาดของโควิดำให้เห็นได้ว่า SHR ได้รับผลกระทบอย่างมาก เพราะส่วนใหญ่มีโรงแรมตั้งอยู่ที่สหราชอาณาจักรกว่า 29 แห่ง หรือกว่า 3,115 ห้อง ส่วนที่เหลือกระจายอยู่ในมัลดีฟ ฟิจิ และมอริเชียส

 


 

ปิดท้ายกันที่บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL หนึ่งในกลุ่มธุรกิจเครือของโรงแรมของเครือเซ็นทรัล ที่ได้รับผลกระทบจากโควิดไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะถึงแม้จะมีโรงแรมอยู่ในประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบจากการที่ไม่มีนักท่องเที่ยวไทยเข้ามาพักส่วนโรงแรมในต่างประเทศเองอย่างที่ศรีลังกา ดูไบ ดัลมีฟส์ ต่างก็ได้รับผลกระทบจากนักท่องเที่ยวจากยุโรปไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ โดยปัจจุบัน CENTEL มีโรงแรมภายใต้การบริหารทั้งสิ้น 81 แห่ง คิดเป็นจำนวน 17,146 ห้อง ซึ่งเปิดดำเนินการแล้ว 43แห่ง คิดเป็นจำนวน 7,908 ห้องและกำลังพัฒนาอีกกว่า 38แห่ง

 

Share: