ออมหุ้น SAWAD 5 ปี กำไรเป็นแสน!!

นาทีนี้คงไม่มีใครฮอตเท่า SAWAD หรือ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่มีข่าวใหญ่ออกมาไล่เลี่ยกันถึง 2 ข่าว ทั้งกรณีที่อนุมัติให้ธนาคารออมสินซื้อหุ้น บริษัท เงินสดทันใจ จำกัด (FN) จำนวน 49% คิดเป็นมูลค่า 1.5 พันล้านบาท เพื่อทำสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ และ อนุมัติให้ บริษัทโนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOBLE เข้าซื้อหุ้น บริษัท บริหารสินทรัพย์ เอส ดับบลิว พี จำกัด (SWP) ซึ่งทำธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL) และทรัพย์สินรอการขาย (NPA) จำนวน 20% คิดเป็นมูลค่า 300 ล้านบาท


โดยความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของ SAWAD ในระยะยาว ทั้งด้านสินเชื่อที่เป็นการขยายฐานลูกค้าและทำให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้นตามนโยบายของภาครัฐ และธุรกิจบริหารสินทรัพย์ฯ ที่ช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพการบริหารจัดการหนี้ที่มีหลักประกันให้ดียิ่งขึ้น


ขณะที่ผลประกอบการในปีนี้ SAWAD ยังรักษาการเติบโตได้ดีเช่นกัน แม้ไทยจะเผชิญแรงกดดันจากการระบาดของ Covid-19 ทำให้เศรษฐกิจในประเทศชะลอตัวลง แต่บริษัทยังมีกำไรสุทธิเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยล่าสุดไตรมาส 3/63 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,283.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  27.49% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/62  ที่มีกำไรสุทธิ 1,006.53 ล้านบาท 


จากข้อมูลข้างต้นแสดงให้เห็นว่า SAWAD เป็นอีกหุ้นที่สามารถสร้างการเติบโตได้ต่อเนื่องไม่เว้นแม้ในช่วงที่เกิดวิกฤติ ดังนั้น Wealthy Thai จึงอยากลองนำหุ้น SAWAD มาทำ DCA เป็นระยะเวลา 5 ปี เพื่อดูว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร

 

 

จากข้อมูล SETSMART พบว่า ถ้า DCA หุ้น SAWAD เป็นเวลา 5 ปี จะมีกำไร 116,039.31 บาท หรือ +33.32% โดยมูลค่าพอร์ตอยู่ที่ 348,246.19  บาท และเพิ่มเป็น 464,285.50 บาท ในปัจจุบัน โดยมีราคาเฉลี่ยต้นทุนที่ 40.88 บาท เมื่อเทียบกับราคาหุ้นปัจจุบัน (19 พ.ย. 63) ที่ 54.50  บาท และได้รับปันผลค่อนข้างสูงที่ 11,620.83 บาท


บล.เอเซีย พลัส ระบุถึงการเติบโตในอนาคตของ SAWAD ว่า ภาพรวมกำไรยังเติบโตต่อเนื่องในปี 2564 โดยฝ่ายวิจัยคงประมาณการ คาดกำไรสุทธิปี 2563-2564 จะเติบโต 12.1% และ 20.1% ตามลำดับ เนื่องจากคาดการณ์สินเชื่อสุทธิปี 2563-2564 เติบโต 14.0% และ 20.4% ซึ่งสอดคล้องกับการขยายสาขาต่อเนื่อง โดยคาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/63 จะทรงตัวสูงต่อเนื่องจากไตรมาส 3/63 จากการเข้าช่วงเทศกาลวันหยุดยาว หนุนความต้องการใช้สินเชื่อเติบโตต่อเนื่อง


ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยกำหนด FV ปี 2564 เท่ากับ 60 บาท อิง PBV 3.01 เท่า ตามวิธี GGM ภายใต้คาดการณ์ ROE เฉลี่ย 21.4% ราคาหุ้นปัจจุบันมี Valuation ที่น่าสนใจ โดยมีค่า PER ปี 2564 ที่ 14 เท่า และสามารถคาดหวัง dividend yield ราว 3% ต่อปี จึงยังแนะนำ ซื้อ

Share: