5 เหตุผลที่ควร “คงเงินและขอรับเป็นงวด”...ใน ‘กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ’

การตัดสินใจเรื่องเงิน “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” ตอนเกษียณอายุนอกจากการขอรับเป็นเงินก้อนทั้งจำนวนหรือการคงเงินไว้ในกองทุนเพื่อลงทุนต่อแล้ว “การคงเงินและขอรับเป็นงวด” ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยทำให้การบริหารจัดการเงินในช่วงวัยเกษียณเป็นเรื่องง่ายช่วยให้สามารถใช้ชีวิตในวัยเกษียณได้อย่างมีความสุขโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการบริหารเงิน


“การคงเงินและรับเงินเป็นงวด” คือการถอนเงินออกมาใช้เพียงบางส่วนเป็นรายงวดตามแผนที่วางไว้ โดยสามารถเลือกที่จะถอนได้เป็นรายเดือน ราย 3 เดือน ราย 6 เดือน หรือรายปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้เงิน โดยเงินส่วนที่เหลือยังคงอยู่ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเหมือนเดิม ซึ่งวิธีการนี้มีข้อดีเมื่อเทียบกับวิธีอื่นอยู่หลักๆ 5 ข้อ ดังนี้


1. ช่วยสร้างระเบียบวินัยในการใช้เงิน

การใช้เงินอย่างไม่ระมัดระวังมักจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เงินไม่พอใช้ในช่วงวัยเกษียณซึ่ง “การคงเงินและขอรับเป็นงวด” จะช่วยสร้างระเบียบวินัยในการใช้เงินในรูปแบบคล้ายกับเงินบำนาญ ทำให้สามารถควบคุมเรื่องค่าใช้จ่ายได้ง่าย โอกาสที่จะใช้เงินเกินตัวก็มีน้อยลง


2.ทำให้การลงทุนมีความต่อเนื่อง

“เงินเฟ้อ” จะส่งผลกระทบอย่างมากสำหรับช่วงเวลาที่ยาวนานในช่วงเกษียณ เงินที่เตรียมไว้อาจไม่พอสำหรับใช้จ่ายเนื่องจากราคาสินค้าและบริการต่างๆ แพงขึ้นทุกปี เงินส่วนที่เหลือจากการถอนรายงวดจำเป็นที่จะต้องมีการลงทุนต่อเนื่องไปตลอดโดยแผนการลงทุนควรเป็นแผนที่มีความเสี่ยงตั้งแต่ ระดับความเสี่ยงต่ำ เน้นการรักษาเงินต้นจนไปถึงระดับปานกลางค่อนไปทางต่ำเพื่อให้ผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อในระยะยาว

 

 

3.มีผู้เชี่ยวชาญทำหน้าที่ลงทุนแทนเรา

การลงทุนให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีกระบวนการหลายอย่างเริ่มตั้งแต่การเลือกสินทรัพย์ การจัดพอร์ตการลงทุนการปรับกลยุทธ์ในระยะสั้น การควบคุมความเสี่ยงให้เหมาะสมไปจนถึงการติดตามพอร์ตลงทุนอย่างสม่ำเสมอ ถ้าหากเราไม่มีความเชี่ยวชาญทางด้านนี้ การตัดสินใจคงเงินไว้ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยมีผู้จัดการกองทุนทำหน้าที่บริหารเงินให้เหมือนเดิมจึงนับว่าเป็นทางเลือกที่ดี


4.ค่าธรรมเนียมต่ำ

ค่าธรรมเนียมสำหรับการคงเงินและขอรับเป็นงวดจะมี 3 ส่วน คือ ‘ส่วนแรก’ จะเป็นค่าธรรมเนียมในการคงเงิน 500 บาท ครั้งเดียวในปีแรก ‘ส่วนที่สอง’ เป็นค่าธรรมเนียมในการถอนเงินงวดละ 100 บาท และ ‘ส่วนที่สาม’ เป็นค่าธรรมเนียมในการบริหารจัดการลงทุน ซึ่งจะสูงหรือต่ำขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ประเภทสินทรัพย์ลงทุนกลยุทธ์การลงทุน เป็นต้น โดยทั่วไปจะต่ำกว่าการนำเงินไปลงทุนเองเพราะเป็นค่าธรรมเนียมที่เกิดจากข้อตกลงร่วมกันระหว่างนายจ้างและบริษัทจัดการกองทุน


5.ผลตอบแทนยกเว้นภาษี

สินทรัพย์ลงทุนในช่วงวัยเกษียณส่วนใหญ่มักเป็นตราสารหนี้ไม่ว่าจะเป็นตราสารหนี้ภาครัฐหรือภาคเอกชน เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำกว่าเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ลงทุนประเภทอื่น ซึ่งในปัจจุบันผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้จะต้องเสียภาษี 15% แต่มีข้อยกเว้นในกรณีที่ลงทุนผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ทำให้การเลือกคงเงินและขอรับเป็นงวด จะได้รับผลตอบแทนมากกว่าการถอนเงินออกมาแล้วนำไปลงทุนในตราสารหนี้เอง


สุดท้ายอยากจะฝากคำแนะนำสำหรับการบริหารเงิน “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” ในช่วงวัยเกษียณ ไม่ว่าจะมีเงินในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจำนวนมาก หรือมีเงินน้อยจากการออมที่ไม่เพียงพอในช่วงก่อนเกษียณ สิ่งสำคัญที่สุดในการบริหารเงินก็คือ “การบริหารจัดการเพื่อให้มีเงินใช้ไปตลอดชีวิต” และมีชีวิตหลังเกษียณอย่างมีคุณค่า มีคุณภาพชีวิต ไม่แตกต่างไปจากเดิมเมื่อก่อนเกษียณซึ่ง “การคงเงินและขอรับเป็นงวด” จะเป็นทางเลือกที่ดีที่จะช่วยทำให้สามารถใช้ชีวิตในช่วงวัยเกษียณได้อย่างมีความสุขตามแบบที่ตั้งใจไว้

 

ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่[email protected], สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ www.tfpa.or.th

 

Share: