รู้หรือไม่ว่า…เก็บเงินให้ลูก ‘เดือนละ 500 บาท’ ก็มี “เงินล้าน” ให้ลูกได้ !!!

มีบ้างบางคน ทำเพื่อตัวเองไม่ได้ ให้เก็บเงินเพื่อตัวเอง ลงทุนเพื่อตัวเอง กลับเป็นเรื่องยากเย็นยิ่งนัก แต่ถ้าเก็บเงิน ‘เพื่อลูก’ อันเป็นที่รักยังสามารถกระทำได้

 

แค่เดือนละ 500 บาท (วันละ 16.67 บาท) สำหรับค่าแรงขั้นต่ำปัจจุบันก็เป็นสัดส่วนเงินเก็บให้ลูกแค่ 5.13% ของรายได้ทั้งเดือนเท่านั้น

 

ถ้าเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ฐานขั้นต่ำ 15,000 บาท ก็แค่ 3.33% ของรายได้เช่นกัน ไม่มากไม่มายอะไร หรือคุณว่าไม่จริง?


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ จะพาคุณไปดูกันว่าถ้าเก็บเงินให้ลูกเดือนละ 500 บาท จะมีเงินให้ลูกเท่าไรกัน?

 

“เดือนละ 500 บาท” ...ไม่ใช่ปัญหา ถ้าลงทุน ‘ถูกที่-ถูกทาง’ เงินก็งอกเงยได้เช่นกัน

           

ตัวเลข 500 บาทต่อเดือน ถือว่าอยู่ในวิสัยที่คนทำงานทั่วไปเก็บได้ ตัวเลขนี้อาจดูไม่มาก ดังนั้น ผลต่อขนาดของเงินเก็บของคุณที่เตรียมไว้ให้กับลูก จะขึ้นกับ ‘ระยะเวลา’ ในการเก็บ และ ‘ผลตอบแทน’ จากการเก็บเงินของคุณเป็นสำคัญ ที่จะเป็นตัวแปรกำหนดผลลัพธ์ในบั้นปลายของเงินเก็บเพื่อลูกของคุณในครั้งนี้

 

เมื่อสมมติฐานนี้ ทุกคนเท่าเทียมกันในแง่ของขนาดเงินที่เก็บต่อเดือน คือ 500 บาท เสมอเหมือนกัน ถ้าคุณเริ่มเก็บเงินให้ลูกตั้งแต่เขาเกิดเดือนละ 500 บาท (เก็บอย่างเดียว) เลยใส่กระปุกออมสินไว้ที่บ้าน คุณจะมีเงินให้ลูก ดังนี้

 

-ลูกอายุ 12 ปี (จบ ป.6)                              72,000 บาท

-ลูกอายุ 18 ปี (จบ ม.6)                               108,000 บาท

-ลูกอายุ 24 ปี (จบ ป.ตรี)                            144,000 บาท

-ลูกอายุ 30 ปี (แต่งงาน)                             180,000 บาท

 

“ตัวเลขอาจดูไม่เยอะ (ด้วยสมมติฐานให้เก็บแค่ 500 บาท ต่อเดือนเท่านั้น) ครบ 30 ปี มีเงินให้ลูก 180,000 บาท ก็ถือว่าเป็นเงินก้นถุงล่ะกัน หลังลูกแต่งงานก็คงปล่อยให้เขาสร้างชีวิตครอบครัวของเขาเองแล้วล่ะ เราผู้เป็นพ่อแม่ก็คอยสนับสนุนเท่าที่ทำได้ แล้วก็เพียงรอส่งมอบความมั่งคั่งที่เราสร้างไว้ตลอดชีวิตสู่ลูกอีกครั้งเมื่อต้องจากโลกนี้ไปเท่านั้นเอง เรียกว่าได้ทำหน้าที่บุพการีในส่วนของการอนุเคราะห์บุตรในเรื่องทรัพย์สินได้อย่างครบถ้วนทีเดียว”

 

         

 

           

แต่ถ้าคุณอยากให้เงินที่เก็บให้ลูก ‘งอกเงยมากกว่านี้’ ก็ต้องอาศัย ‘เวลา’ กับ ‘ผลตอบแทน’ แต่เมื่อเงินออมต่อเดือนไม่มาก 500 บาทต่อเดือน เก็บเต็มที่ให้นานจนลูกแต่งงาน 30 ปี ก็โตได้ 180,000 บาท เท่านั้น ก็ต้องไปมองหาอีกทางเลือกหนึ่งนั่นคือ ผลตอบแทนจากการลงทุนนั่นเอง

           

“ถามว่า ผลตอบแทน 10% ต่อปี หาได้มั้ย? ถ้าในปีเดียวหาไม่ได้ แต่เฉลี่ยในระยะยาวอาจพอหาได้นะ อย่างกลุ่ม ‘กองทุนหุ้น’ เป็นต้น ซึ่งดอกเบี้ยเงินฝาก 0.5% ต่อปี ‘ให้ไม่ได้’ แน่นอน อย่าลืมว่า...นี่เป็นเงินเก็บให้ลูก เป็นของขวัญจากคุณผู้เป็นแม่พ่อ จะเก็บตั้งแต่ลูกยังไม่เกิด หรือเกิดแล้วก็ตาม อีกนานมากกว่าจะได้ใช้...จริงมั้ย? ก็คุณเก็บไว้ให้ลูกๆ ไม่ได้ใช้ มีแต่เงินเข้า ระยะเวลานาน ไม่มีเงินออก การลงทุนใน ‘หุ้น’ จึงตอบโจทย์คุณที่สุดแล้ว และก็เป็นทางเลือกที่ผลตอบแทนเฉลี่ยในระยะยาวน่าจะตอบโจทย์ที่สุดด้วยเช่นกัน”

 

ด้วยการเก็บเงินให้ ‘ถูกที่ถูกทาง’ อย่างมีเป้าหมายที่ชัดเจนนี้ โดยอ้างอิงผลตอบแทนจากการลงทุนใน ‘กองหุ้นไทย’ ที่สามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ต่อปี ถ้าคุณเริ่มต้นทำตั้งแต่ลูกเกิด คุณจะมีเงินให้ลูกจำนวนประมาณนี้

 

            -ลูกอายุ 12 ปี (จบป.6)                          138,219 บาท

            -ลูกอายุ 18 ปี (จบ ม.6)                         300,282 บาท

            -ลูกอายุ 24 ปี (จบ ป.ตรี)                      594,846 บาท

            -ลูกอายุ 30 ปี (แต่งงาน)                       1.13 ล้านบาท

 


“พระเจ้าช่วยกล้วยทอด...ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ด้วยเงินออมต่อเดือน 500 บาท เท่ากัน แต่ไปลงทุนผ่าน ‘กองทุนหุ้น’ ที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ต่อปี ผ่านไป 30 ปี ตอนลูกคุณแต่งงาน คุณจะมีเงินให้ลูกแตะหลักล้านบาท เป็นเงิน 1.13 ล้านบาท เลยทีเดียว มากกว่าเก็บหยอดกระปุกให้ลูกที่บ้านถึง 5.28 เท่า เลยทีเดียว”

           

มาถึงตรงนี้ หลายคนบอกว่าสังคมยุคใหม่ ไม่อยากมีลูก ไม่อยากมีภาระผูกพัน ขออยู่ตัวคนเดียว ‘เป็นโสด’ สบายใจกว่าเยอะ หรือแต่งงานแต่ของแบบ ‘ไม่มีลูก’ ล่ะกัน ไม่เป็นไร แนวคิดนี้ก็เปลี่ยนเป็นเงินเก็บไว้ให้ตัวเองแทนไม่เสียหายอะไร ไม่มากไม่มายอะไร แค่เดือนละ 500 บาท เท่านั้น ถ้าคุณมีลูก อยากมีเงิน ‘ให้ลูก’ ขนาดไหนล่ะ เลือกเส้นทางเก็บออมของคุณได้เลยในตอนนี้

Share: