“หุ้นญี่ปุ่น” ฟื้นตามเศรษฐกิจ...แนะมีติดพอร์ต 15 – 20% หวังผลระยะยาว !!!

“ญี่ปุ่น” เศรษฐกิจใหญ่อันดับ4 ของโลกที่ติดหล่มภาวะเศรษฐกิจซบเซามาอย่างยาวนาน ล่าสุดไตรมาสที่3/63 ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ยังหดตัว -5.80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน


แต่ที่ทำให้ตลาดเซอร์ไพรส์คือ GDP ในไตรมาสล่าสุด (ก.ค. – ก.ย.) ที่เพิ่มขึ้น 21.4% มากที่สุดในรอบ 40 ปี ตั้งแต่ปี2523 เลยทีเดียว


หลังจากเศรษฐกิจญี่ปุ่นได้รับผลกระทบอย่างมากจากการระบาดของ  COVID-19 ในช่วงไตรมาสที่2/63 (เม.ย. – มิ.ย.) หดตัวหนัก -28.8% จะเห็นว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นเป็นการดีดกลับจากฐานที่ต่ำในไตรมาสที่2 ซึ่งหากคำนวณเฉพาะไตรมาสที่3 (ก.ค. – ก.ย.) อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นจะอยู่ที่ 5.0% ถือว่าญี่ปุ่น ‘พ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย’ แล้ว จึงทำให้ตลาดตื่นเต้นพอสมควร


อย่างไรก็ตามนี่เป็นการมองเพียง ‘ระยะสั้น’ ลักษณะ ‘Snapshot’ เท่านั้น ส่วนโมเมนตัมเศรษฐกิจจะต่อเนื่องไปได้หรือไม่ จะกลับมามีความน่าสนใจอีกครั้งได้หรือไม่นั้น


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้มีมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญในสายงานบริษัทหลักทรัพยจัดการกองทุน(บลจ.) อย่าง “คมสัน ผลานุสนธิ” กรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาดและผลิตภัณฑ์ บลจ. แอสเซท พลัส จำกัด มาแชร์ให้แก่ผู้ที่สนใจกัน

 

 

 

แม้จะขึ้นมาต่อเนื่องแต่ “หุ้นญี่ปุ่น” ยังถูก...เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่นทั่วโลก

“หุ้นญี่ปุ่น” เป็นอีกหนึ่งตลาดที่ปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง หลังจากมีการประกาศความคืบหน้าการพัฒนาไวรัสต้าน COVID-19 ซึ่งการปรับขึ้นมานั้นก็อาจจะมีการย่อตัวลงบ้างเพื่อทำกำไร แต่การปรับขึ้นในครั้งนี้ไม่ได้น่ากังวลนักเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ฟองสบู่ในอดีต

 

(คมสัน ผลานุสนธิ)

 

“เนื่องจากตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังถือว่าค่อนข้างถูก เมื่อเปรียบเทียบกับตลาดทั่วโลกที่ได้ปรับขึ้นตัวมาเช่นกัน ทำให้ตลาดยังมีอัพไซด์ที่ไปต่อได้อีกยาว ด้วยสัญญาณค่าเงินเยนทีแข็งค่าไปพร้อมกับการปรับตัวขึ้นของตลาดซึ่งต่างจากในอดีตที่สองอย่างนี้จะมีทิศทางการเคลื่อนไหวที่สวนทางกันตลอด จึงทำให้ตลาดมองว่าหุ้นญี่ปุ่นดีกว่าที่คาด”

 

 

“วัคซีนต้าน COVID-19” และ “นโยบายการเงิน-การคลัง” ที่ผ่อนคลายจะช่วยเศรษฐกิจฟื้น

สำหรับปัจจัยสนับสนุนที่จะช่วยให้เศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวได้ จะมาจากนโยบายการเงินการคลังในประเทศผ่อนคลายขึ้นมาก หลังจาก “โยชิฮิเดะ ซูงะ” เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อจาก “ชินโซ อาเบะ” ซึ่งนโยบายส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศมากกว่า ทำให้เราจะเห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ


“รวมไปถึงปัจจัยความคืบหน้าการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัส COVID-19 ซึ่งญี่ปุ่นก็ถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่จะได้รับประโยชน์เมื่อเริ่มมีการใช้วัคซีนต้านไวรัส COVID-19 ยิ่งมีการใช้งานได้เร็วเท่าไหร่ก็จะช่วยทำให้เศรษฐกิจจะกลับมาได้เร็วเท่านั้น”

 

 

“หุ้นญี่ปุ่น” ปีหน้ายังไปต่อได้...แนะนักลงทุนควรมีติดพอร์ตไว้ 15-20%

จากปัจจัยบวกเราเชื่อว่า “ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” มีความน่าสนใจ เนื่องจากเป็นตลาดที่ยังมีโอกาสปรับตัวได้ดีในปีหน้า จากปัจจัยเศรษฐกิจที่จะฟื้นตัวกลับมาตามนโยบายการเงินและการคลังที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง และการให้ความสำคัญต่อตลาดหุ้นของรัฐบาลโดยให้ธนาคารกลางประเทศญี่ปุ่นสามารถเข้าซื้อหุ้นและกองทุนหุ้น (ETFs)ได้ ทำให้เราจะยังคงการปรับตัวขึ้นของตลาดได้


รวมไปถึงการผลักดันให้บริษัทจดทะเบียนเห็นความสำคัญของราคาหุ้นบริษัท จากในอดีตที่บริษัทส่วนใหญ่ไม่ได้คำนึงถึงราคาหุ้นมากนัก ด้วยความกังวลเหตุการณ์ฟองสบู่ในอดีตจึงตุนเงินสดเป็นจำนวนมาก ซึ่งหลังจากนี้คาดว่าจะเห็นบริษัทจดทะเบียนออกเครื่องมือทางเงินมากขึ้นและจะส่งให้นักลงทุนได้ผลตอบแทนจากลงทุนหุ้นมากขึ้น จึงอยากแนะนำนักลงทุนที่ลงทุนในหุ้นต่างประเทศให้น้ำหนักในตลาดหุ้นญี่ปุ่นราว 15-20%


“จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ ‘ตลาดหุ้นญี่ปุ่น’ ถือเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีความน่าสนใจไม่น้อย ด้วยปัจจัยพื้นฐานอย่างตัวเศรษฐกิจที่มีทิศทางการฟื้นตัว ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและความคืบหน้าการพัฒนาวัคซีน รวมไปการให้ความสำคัญของรัฐบาลต่อตลาดหุ้น ในระยะยาวจึงค่อนข้างเหมาะนักลงทุนที่รับความผันผวนได้น้อย”

Share: