“กอง SSF” หุ้นไทย...ผลงานฟื้นตัวตามทิศทางเศรษฐกิจ !!!

นับว่าเป็นช่วงระยะเวลาพอสมควรแล้ว หลังจาก “กองทุนรวมเพื่อการออมแบบพิเศษ (SSF Extra)” และ “กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)” ได้คลอดออกเพื่อทดแทน “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)”


ซึ่งหากโฟกัสกันในกลุ่ม ‘SSF-หุ้นไทย” ด้วยสถานการณ์ตลาดหุ้นทั่วโลกได้เจอกับวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ทำให้บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกไม่สู้ดีนัก


แต่หลังจากสถาการณ์ต่างๆ เริ่มคลี่คลายก็ได้เห็นการฟื้นตัวของตลาดหุ้นทั่วโลกไม่เว้นตลาดหุ้นไทย ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับผลงานของกองทุน SSF Extra และ SSF ที่เน้นลงทุนในหุ้นไทยมาฝากกัน

 

 

“กอง SSF” หุ้นไทย ผลงานดีสุด 5 อันดับแรก โชว์ผลตอบแทนย้อนหลัง 6 เดือน 7.01 – 14.95%

ช่วง 11 เดือนแรกของปี2563 “ตลาดหุ้นไทย (SET)” ยังมีผลตอบแทนติดลบ -10.86% ส่วนผลตอบแทนรวมตลาดหุ้นไทย (SET TRI) -7.97%


ส่วนผลงานของ ‘กอง SSF’ ที่เน้นลงทุนในตลาดหุ้นไทย (ณ วันที่ 30 พ.ย. 20) ย้อนหลัง 6 เดือนที่มีผลงานดีสุด 5 อันดับแรก ให้ผลตอบแทน 7.01 – 14.95% ซึ่งกองที่มีผลงานดีสุดยังคงเป็นกองที่เน้นลงทุนในหุ้นจนาดกลาง-เล็ก โดย ‘กอง SSF’ ที่ลงทุนในหุ้นไทยที่มีผลงานดีสุด 5 อันดับแรก ได้แก่


1.กองทุนเปิด แอสเซทพลัส สมอล แอนด์ มิด แคป อิควิตี้ เพื่อการออม ชนิดเพื่อการออมพิเศษ (ASP-SME-SSFX) ด้วยผลตอบแทนย้อนหลัง 6 เดือน 14.95% มีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก โดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งรวมถึงหุ้นสามัญที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ และ/หรือหุ้นที่อยู่ระหว่าง IPO เพื่อจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์


2.กองทุนเปิด ทิสโก้ หุ้นทุน เพื่อการออม ชนิดเพื่อการออมพิเศษ (TEG-SSFX) และ 3.กองทุนเปิด ทิสโก้ หุ้นทุน เพื่อการออม (TEG-SSF) ผลตอบแทนย้อนหลัง 6 เดือน เท่ากันที่ 8.11% ทั้ง 2 กองมีนโยบายเหมือนกันเน้นลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีความมั่งคง มีแนวโน้มการเจริญเติบโตทางธุรกิจ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน


“ทั้งนี้ การนับสัดส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ ไม่รวมถึงการลงทุนในหุ้นที่อยู่ในระหว่าง IPO เพื่อการจดทะเบียน ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ดังกล่าว”

 

 

4.กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นไทยแอคทีฟ เพื่อการออม ชนิดเพื่อการออมพิเศษ (SCBEQ-SSFX ) ผลตอบแทนย้อนหลัง 6 เดือน 7.99% มีนโยบายเน้นลงทุนในตราสารทุนโดยมี net exposure ในตราสารดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนรวม โดยจะลงทุนในหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เช่น หุ้น หน่วยลงทุนของกองทุนอีทีเอฟ (ETF) หน่วย private equity หน่วย infra หน่วย property เป็นต้น โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน


“ทั้งนี้ การนับสัดส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ไม่รวมถึงการลงทุนในหุ้น IPO ที่รอจะจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ดังกล่าว”


5.กองทุนเปิดกรุงไทย ก่อการดี เพื่อการออม ชนิดเพื่อการออมพิเศษ (KTESGS-SSFX) มีผลตอบแทนย้อนหลัง 6 เดือน 7.01% มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนโดยมี net exposure ในตราสารดังกล่าว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนรวม โดยจะใช้กลยุทธ์การบริหารกองทุนเชิงรับ (Passive Management Strategy)


“เน้นลงทุนในตราสารแห่งทุนของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ และ/หรือตลาดรองอื่นๆ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใดที่เป็นส่วนประกอบชอง ‘ดัชนีผลตอบแทนรวม อีเอสจี ไทยพัฒน์ (Thaipat ESG Index (TR))’ โดยกองทุนจะเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance) ในสัดส่วนที่เท่าหรือใกล้เคียงกับน้ำหนักที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีดังกล่าว ซึ่งรวมถึงหุ้นที่อยู่ระหว่างการเข้าหรือออกจากการเป็นหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีดังกล่าวด้วย เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกับดัชนีผลตอบแทนรวม อีเอสจี ไทยพัฒน์ (Thaipat ESG Index (TR))”


ในส่วนของพอร์ตหุ้น นอกจาก ‘หุ้นต่างประเทศ’ แล้ว ก็ยังมี ‘หุ้นไทย’ ที่นักลงทุนไม่ควรละเลยเช่นกัน ด้วยเป้าหมายการลงทุนระยะยาว 10 ปี ในตลาดหุ้นไทย ยังสามารถคาดหวังผลตอบแทนที่ดีได้ และมาคู่กับ ‘ประโยชน์ทางภาษี’ ใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท เชื่อว่า ‘กอง SSF’ ที่เน้นลงทุนในหุ้นไทยน่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับคุณได้ไม่มากก็น้อย

Share: