“กลุ่มประเทศ G-20”…จะฟื้นตัวกลับมาได้เร็วกว่า ‘กลุ่มประเทศเกิดใหม่’ !!!

 

เต็มไปด้วย ‘ความเสี่ยง’ และ ‘ความผันผวน’ สำหรับเศรษฐกิจและการลงทุนในตลอดปี 2020  นับตั้งแต่เรื่องสงครามการค้าของสหรัฐฯ กับจีนที่สร้างความหวั่นไหวต่อตลาดเงินตลาดทุน และตามมาด้วยการระบาดของโควิด19 ที่ทำให้เศรษฐกิจโลกทรุดอย่างรุนแรง นโยบายการเงิน การคลังที่นำออกใช้ก็ยังไม่ได้ผลมากนัก ขณะเดียวกันปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่างๆ ที่มีก่อนหน้านี้เหลือเพียงการบริโภคในประเทศที่มาจากการอัดฉีดเงินของรัฐบาล 

 

“ไม่เพียงเท่านั้นยังมีปัจจัยที่มีเปลี่ยนแปลงทิศทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งสหรัฐฯ ที่พลิกความคาดหมายนโยบายการเงินที่ต้องเปลี่ยนแปลงมาสู่ภาวะ ‘ดอกเบี้ยต่ำ’ เพื่อพยุงเศรษฐกิจและรับมือกับการระบาดของโควิด และสงครามการค้าของสหรัฐฯ กับจีน ที่เริ่มกลับมาให้ต้องกังวลอีกครั้งในรัฐบาลของโจ ไบเดน”

 

การได้ “วัคซีนโควิด” ออกมาเป็นจุดเริ่มต้นต่อความคาดหวังว่าธุรกิจต่างๆที่เริ่มฟื้นกลับมา แม้ว่าต้องรอเวลากว่าวัคซีนจะใช้ได้ทั่วถึง แต่ก็นับเป็นสัญญาณบวกกับเศรษฐกิจโลกและการลงทุนในปี 2021

 

ดังนั้นในปีหน้าหากจะพิจารณาเศรษฐกิจและการลงทุน คงต้องเริ่มมองไปที่กลุ่มตลาดประเทศพัฒนาแล้ว (Developed Market) อย่างสหรัฐฯ, ญี่ปุ่น ,ยุโรป และยักษ์ใหญ่อย่างจีน ว่าจะเป็นอย่างไรฟื้นตัวขึ้นได้แค่ไหนในปี 2021”

 

ส่องเศรษฐกิจหลักโลกปี2021...กับ “KTBST SEC”

 

เริ่มกันที่ “สหรัฐฯ” ในปี 2021 เศรษฐกิจสหรัฐฯ ภายใต้การนำของพรรคเดโมแครต ที่ดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวน 1.1 ล้านล้านเหรียญฯ และนโยบายอื่นๆ ‘KTBST SEC’ คาดว่า จีดีพี สหรัฐฯ ในปี 2021 จะเติบโตที่ระดับ 4.51% โดยการบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชนจะเติบโตต่อไปได้ จากนโยบายของ “โจ ไบเดน” โดยเฉพาะนโยบายพลังงานสีเขียว (Green energy) ส่วนภาคการส่งออกและการนำเข้าคาดว่ายังเติบโตได้ช้าตามสถานการณ์ของประเทศคู่ค้าอื่นๆ ที่ยังไม่ฟื้นตัว

 

ขณะที่ “ยุโรป” ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2021 ยังคงเผชิญแรงกดดันจากการระบาดโควิดและกระทบการลงทุนภาคเอกชน แต่การบริโภคในประเทศปรับตัวขึ้นหลังคลายมาตรการล็อกดาวน์  ขณะเดียวกันการส่งออกมีสัญญาณฟื้นตัวจากนโยบายการค้ากับยุโรปของประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ ทำให้ จีดีพียุโรปในปีหน้าจะเติบโตได้ที่ระดับ 4.09% อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจยุโรปในปี 2021 อาจมีปัจจัยถ่วงจากการต้องใช้งบประมาณจัดซื้อวัคซีนโควิด

 

         

 

 

ด้าน “ญี่ปุ่น” ปัจจัยสำคัญคือ การจัดโอลิมปิก หากกลับมาจัดการแข่งขันได้จะเป็นผลบวกต่อเศรษฐกิจ โดยในส่วนการบริโภคในประเทศนั้นสามารถฟื้นได้หลังจากไม่มีการใช้มาตรการลอกดาวน์ แต่การนำเข้าและส่งออกมีแนวโน้มเติบโตตามสถานการณ์การค้าโลก ซึ่งเริ่มมีการเพิ่มสต็อกสินค้าคงคลังสำหรับในปี 2021-2022  ‘KTBST SEC’ คาดว่าจีดีพีในช่วงครึ่งปีแรกจะกลับมาฟื้นตัวดีขึ้น

 

ส่วน “จีน” ในปี 2021 ด้วยมาตรการจากรัฐบาลที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2020 ยังหนุนภาคการบริโภคของจีนกลับมาเติบโตได้เป็นปกติเหมือนในช่วงก่อนหน้าปี 2020  แต่การลงทุนของภาคเอกชนต้องจับตาดูมาตรการสนับสนุนของรัฐบาล ‘KTBST SEC’ ประเมินว่าจีดีพี ของจีนในปี 2021 อาจเติบโตที่ระดับ 6.4% ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีหลังของปี 2020 ขณะที่ภาคการส่งออกของจีนมีแนวโน้มดีขึ้น โดยเฉพาะการส่งออกผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพที่เติบโตต่อเนื่องไปอีก 1 ปี 

 


“สำหรับ ‘เศรษฐกิจไทย’ ซึ่งคงไม่พูดถึงไม่ได้ แน่นอนว่าน่าจับตามองเป็นอย่างมาก เราจะเห็นแนวโน้มความพยายามในการกระตุ้นการท่องเที่ยวด้วยการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ หลังจากวัคซีนโควิดจะเริ่มใช้ไปทั่วโลกในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2021  ขณะที่การใช้จ่ายของภาครัฐคาดว่าจะไม่เพิ่มขึ้นในระยะสั้น ส่วนการส่งออกยังยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การค้าของโลก ส่วนการลงทุนภาคเอกชน อาจไม่ขยายตัวเนื่องจากปัจจัยด้านการเมืองซึ่งจะเป็นประเด็นสำคัญในปี 2021 ‘KTBST SEC’ ประเมินในเบื้องต้นว่า จีดีพีของไทยจะเติบโตได้ที่ระดับ 3.36% ในปี 2021”

 

แม้ว่าโดยภาพรวมจะเห็นว่า “ประเทศเศรษฐกิจหลัก” มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้น เนื่องจากวัคซีนโควิดเริ่มใช้ แต่ยังมีตัวแปรที่อาจกลายเป็น ‘ปัจจัยลบ’ ต่อเศรษฐกิจและบรรยากาศลงทุนในปี 2021 ได้ ไม่ว่าจะเป็น ความขัดแย้งของนโยบายการค้าระหว่างประเทศ หรือ ความขัดแย้งในเชิงการเมืองภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคต่างๆ

 

ดังนั้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2021 ยังคงต้องพึ่งพึงการใช้มาตรการการเงินการคลังควบคู่ต่อไป ประเทศที่ยังมีความสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจและเข้าถึงวัคซีนได้ก่อนอย่าง ‘กลุ่มประเทศ G-20’ จะได้เปรียบในการฟื้นตัวกลับมาได้เร็วกว่า ‘กลุ่มประเทศเกิดใหม่’ ที่มีข้อจำกัดในการใช้มาตรการการคลังและยังต้องรอวัคซีน  ด้วยภาพรวมเช่นนี้ทำให้การลงทุนในปีหน้ามีความท้าทายและโอกาสพอสมควร ซึ่งผมจะมาแนะนำกลยุทธ์การลงทุนในปี 2021 และประเด็นที่น่าสนใจในตอนต่อไปครับ

Share: