“ออกจากงาน”...อย่างเป็นสุข (ตอนที่ 2)

จากตอนที่ 1 เรามาต่อกันที่การ “เตรียมแผนการเงิน” แบบง่ายๆ เมื่อต้องการออกจากงานกันดีกว่า เมื่อคุณจะออกจากงานคุณควรทำดังนี้

 

1.เขียนเป้าหมายของการทำงานหาเงินในทุกวันนี้ออกมาก่อน

การเขียนเป้าหมายออกมาจะทำให้คุณรู้ว่า คุณมีเรื่องสำคัญในชีวิตที่คุณต้องรับผิดชอบเรื่องอะไรบ้าง หลายคนต้องรับผิดชอบพ่อแม่ที่อยู่ในวัยชรา บางคนมีบุตรที่ต้องให้การเลี้ยงดูและรับการศึกษา แล้วยังมีบ้าน มีรถ ที่ต้องผ่อนทุกเดือน หรือบางคนก็อยู่ในวัยใกล้เกษียณก็ต้องเตรียมเงินเกษียณของตัวเอง เขียนออกมาให้หมด ก็จะเริ่มรู้ว่าชีวิตจะต้องจัดสรรแบบไหน

 

 

 

2.ระบุทรัพย์สิน หนี้สิน ออกมาเป็นตัวเลข

จริงๆ แล้วในทางการเงิน เราเรียกว่า “การทำงบดุล” นั่นเอง คุณอาจจะหาโหลดแบบฟอร์มงบดุลทางออนไลน์แบบง่ายๆ แล้วใส่รายการทรัพย์สิน หนี้สินของคุณดู คุณก็จะรู้ว่า ทรัพย์สินกับหนี้สิน อะไรมากกว่ากัน และมากกว่านั้น คุณจะยังรู้ด้วยว่า ความมั่งคั่งสุทธิของคุณอยู่ที่เท่าไหร่ คุณมีทรัพย์สินประเภทไหนบ้าง เปลี่ยนเป็นเงินได้เร็วมั้ย หรือว่าต้องรอเวลา เรื่องนี้ก็สำคัญมากเลยนะคะเวลาที่ต้องใช้เงินอย่างฉุกเฉิน

 

3.ระบุค่าใช้จ่ายรายเดือน

หลายคนไม่เคยจดรายรับ รายจ่าย ประจำเดือนที่แท้จริง การเริ่มจดอาจทำได้โดยง่ายจากการใช้ application บนมือถือ หรือหากจวนตัวต้องออกจากงานแล้ว ก็นั่งลิสต์ออกมาเลยค่ะ ว่าแต่ละเดือนต้องจ่ายค่าอะไรบ้าง จะได้รู้ว่าต้องมีเงินสำรองฉุกเฉินเท่าไหร่ ยังจำได้มั้ยคะ... ‘เงินสำรองฉุกเฉิน’ ต้องมีอย่างน้อย 3-6 เดือน อย่าลืมว่ายุคนี้ เงินสดสำคัญยิ่งกว่าโฉนดที่ดินซะอีก!!!

 

4.รู้สิทธิ์ของตัวเองเมื่อ ‘ลาออก’ หรือ ‘ถูกจ้างออก’

สิทธิ์สำคัญที่คุณควรต้องรู้คือ “สิทธิ์ประกันสังคม” เพื่อที่เราจะสามารถขึ้นทะเบียนเป็นผู้ว่างงานกับสำนักงานประกันสังคม และรับเงินชดเชยรายเดือน รวมถึงสิทธิต่างๆ ทั้งกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ คลอดบุตร และเสียชีวิต ได้อีกด้วย หรือจะออกจากประกันสังคมไปเลย หรือจะขึ้นทะเบียนเป็นมาตรา 39 ก็ว่ากันไป ทั้งนี้คุณผู้อ่านสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซด์ประกันสังคม มากไปกว่านั้น คุณจะได้รู้ด้วยว่า คุณต้องเตรียมประกันชีวิตเพื่อโอนความเสี่ยงและสุขภาพเพิ่มหรือเปล่า ระหว่างรองานใหม่

อีกสิทธิ์ที่สำคัญ หากถูกเลิกจ้างกะทันหัน คือ เรื่อง “เงินชดเชย” ซึ่งตามกฎหมายแล้วจะได้เงินชดเชย 2 อย่างจากนายจ้าง ได้แก่ ‘ค่าชดเชยถูกเลิกจ้าง’ และ ‘ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า’ โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

  1. ค่าชดเชยถูกเลิกจ้าง:- จะได้รับเมื่อถูกให้ออกจากงานโดยไม่สมัครใจและไม่มีความผิดใดๆ เงินที่ได้จะขึ้นอยู่กับอายุงาน ดังตารางด้านล่าง




 

  1. ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า:- เรียกง่ายๆ ว่า ‘ค่าตกใจ’ โดยทั่วไปนายจ้างต้องจ่ายค่าบอกกล่าวล่วงหน้า 1 งวดของการจ่ายค่าจ้าง ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือ 1 เดือน แต่หากเลิกจ้างเพราะปรับปรุงหน่วยงานก็จะจ่ายให้ 2 เดือน

5.วางแผนจัดการ “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ”

เมื่อคุณลาออก เท่ากับว่าคุณได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งการนำเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาใช้ก่อนอายุ 55 นั้น เป็นการผิดเงื่อนไขทางภาษี ทำให้เมื่อคุณได้เงินนั้นมา คุณต้องนำมายื่นเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หากคุณไม่ต้องการเสียภาษี คุณสามารถเลือกโอนเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปอยู่ในกองทุน RMF เพื่อกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ แล้วค่อยนำเงินนั้นมาใช้ในวัยเกษียณจริงๆ

 

เมื่อ “รู้จักตัวเอง” จัดการ 5 เรื่องนี้ได้ “การออกจากงาน” คงไม่ลำบากอย่างที่หลายคนประสบแล้วค่ะ

 

บทความที่เกี่ยวข้อง : “ออกจากงาน”...อย่างเป็นสุข (ตอนที่ 1) 

https://www.wealthythai.com/web/contents/WT210100071

 

ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ [email protected],สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ www.tfpa.or.th

 

Share: