รู้หรือไม่...“นักวางแผนทางการเงิน” ก็เสมือนหนึ่ง...‘แพทย์ทางการเงิน’ !!!

ในยุคที่ปัญหาทางด้านการเงินรูปแบบใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาในการดำรงชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคลจากอดีตที่การทำงานมีความมั่นคง และสามารถสร้างรายได้ให้อย่างสม่ำเสมอ กลายมาเป็นการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้น


“การตกงานโดยไม่คาดคิด การถูกลดเงินเดือน สวัสดิการที่ลดลง การได้รับเงินบำเหน็จบำนาญ หรือสำรองเลี้ยงชีพที่น้อยลง การถูก Lay-off ตลอดจนการถูกบังคับให้ต้อง Early Retirement”


นอกจากนี้ ยังมีโรคภัยรูปแบบใหม่ๆ เกิดขึ้น ซึ่งต้องใช้เงินในการดูแลรักษาจำนวนไม่น้อยข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ก็ราคาแพงขึ้น ‘อำนาจในการซื้อลดลง’ ทว่าความต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่างๆ กลับไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด บัตรเครดิต และสินเชื่อประเภทต่างๆ จึงถูกนำมาใช้เพื่อสนองความต้องการดังกล่าว จนทำให้เกิด ‘ปัญหาหนี้สินเพิ่มมากขึ้น’ ชักหน้าไม่ถึงหลัง


ความสามารถในการออมเงินลดลง บางคนไม่มีเงินออมไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน หรือเพื่อยามเกษียณอายุเลย ที่สำคัญถึงแม้ว่าจะมีทางเลือกในการทำให้เงินออมงอกเงยเพิ่มมากขึ้นจากเดิม (ไม่ว่าจะเป็นตราสารอนุพันธ์ หรือกรมธรรม์ประกันรูปแบบใหม่ๆ) แต่ทางเลือกต่างๆ เหล่านี้กลับมีความซับซ้อน และทำความเข้าใจได้ยาก จึงมีน้อยคนที่จะใช้ประโยชน์จากทางเลือกที่เกิดขึ้นใหม่เหล่านี้”


แน่นอนว่า ปัญหาต่างๆ ที่ได้กล่าวถึงข้างต้นนั้นอาจยากที่จะแก้ไขได้ด้วยตนเองและยังส่งผลให้ทั้งกระบวนการวางแผนชีวิต และการวางแผนทางการเงินในอนาคตมีความจำเป็น และต้องการความระมัดระวังมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะในเรื่องของ ‘การวางแผนทางเงินส่วนบุคคล (Personal Financial Planning)’

 

 

 

ทั้งนี้ ‘ในต่างประเทศ’ จะมีผู้เชี่ยวชาญที่เรียกกันว่า นักวางแผนทางการเงิน (Financial Planner)ทำหน้าที่ให้คำแนะนำ ตลอดจนช่วยแก้ไขปัญหาทางการเงินในด้านต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับบุคคลแต่ละคนอย่างใกล้ชิด เปรียบได้กับแพทย์ที่ทำหน้าที่คอยตรวจวินิจฉัย และช่วยรักษาโรคต่างๆ ให้หายขาด หรือบรรเทาลงได้ โดยจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ใช้บริการเป็นผลตอบแทน


ในปัจจุบัน อาชีพ “นักวางแผนทางการเงิน” นี้ ถือได้ว่าเป็นวิชาชีพที่ได้รับความนิยมแพร่หลายเป็นอย่างมากในประเทศต่างๆ ทั่วโลก เพราะเป็นงานที่ต้องอาศัยความรู้ความชำนาญด้านการเงินที่คลอบคลุมในทุกๆ ด้าน โดยจะมุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการในระยะยาวแบบ “องค์รวม (Comprehensive)” มากกว่าที่จะเป็นเพียงผู้เชี่ยวชาญทางการเงินเฉพาะด้าน (Specialist) เหมือนอย่างกับโบรกเกอร์ หรือตัวแทนขายประกัน


“ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า ‘การวางแผนทางการเงิน’ เป็นกิจกรรมที่คลอบคลุมเป้าหมายทางการเงินในทุกๆ ด้านซึ่งเกิดขึ้นได้ตลอดช่วงชีวิตของแต่ละบุคคลนั่นเอง ไม่ใช่เป็นแค่กิจกรรมการให้บริการแนะนำ ชักชวนให้ซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีอยู่ หรือเน้นแต่การขายของแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น”


ทั้งนี้ “นักวางแผนทางการเงิน” จะมีบทบาทในการให้คำปรึกษา แนะนำ ตลอดจนออกแบบแผนกลยุทธ์ทางการเงินในด้านต่างๆ ดังนี้

 

  • การวางแผนอุปโภคบริโภค (Consumption Planning) โดยวางแผนการออม และการใช้จ่ายเงินอย่างมีระบบไม่ให้เงินสดที่มีอยู่ไหลออกนอกลู่นอกทาง อันจะนำไปสู่ความมั่นคงในชีวิต

  • การวางแผนประกัน (Insurance Planning) บริหารความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิต และทรัพย์สินของแต่ละบุคคลในอนาคตผ่านการทำประกันชีวิต และประกันภัย

  • การวางแผนเพื่อการเกษียณ (Retirement Planning) เพื่อให้มีเงินพอใช้ในยามเกษียณอายุ หรือเกษียณอย่างเกษม

  • การวางแผนการลงทุน (Investment Planning) ต่อยอดความมั่งคั่งผ่านผลิตภัณฑ์ทางการเงินประเภทต่างๆ ที่สอดคล้องกับอัตราผลตอบแทนที่ต้องการ และระดับความเสี่ยงที่รับได้ของแต่ละบุคคล

  • การวางแผนภาษี (Tax Planning) โดยใช้สิทธิลดหย่อนทางภาษีได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ

  • การวางแผนมรดก (Estate Planning) เพื่อถ่ายโอนความมั่งคั่งไปให้แก่ทายาทที่เหมาะสม

สำหรับในประเทศไทย อาชีพ “นักวางแผนทางการเงิน” กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะถือว่า เป็นตัวช่วยที่สามารถตอบโจทย์ทางการเงินในด้านต่างๆ ได้เป็นอย่างดี และยังช่วยให้แต่ละบุคคลสามารถบรรลุเป้าหมายชีวิตได้อย่างรวดเร็ว และตรงตามความต้องการได้นั่นเองครับ

Share: