ใครว่า “กองตราสารหนี้” เสี่ยงต่ำ...มี ‘Risk Spectrum’ ตั้งแต่ 1 – 6 เลยทีเดียว !!!

“กองตราสารหนี้” จัดอยู่ในกลุ่มกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ แต่ไม่ใช่ ไม่มีความเสี่ยง นะ จึงไม่น่าแปลกใจว่าในเรื่องของกองทุนที่ถูกร้องเรียนมายัง “สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)” จะมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับกลุ่ม “กองตราสารหนี้” เข้ามาด้วย


และมีทุกประเภทตั้งแต่ ‘กองตราสารตลาดเงิน’, ‘กอง Term Fund’ , ‘กองตราสารหนี้ทั่วไป’ หรือ ‘กองตราสารหนี้ต่างประเทศ’ ก็ตาม


นั่นสะท้อนว่า...การลงทุนใน “กองตราสารหนี้” เองก็มี ความเสี่ยง ซึ่งนักลงทุนจำเป็นต้องทำความเข้าใจโปรดักต์ก่อนจะลงทุนทุกครั้ง ไม่ใช่เห็นว่าเป็น “กองตราสารหนี้” ก็ใส่ไปเต็มๆ ผลลัพธ์อาจไม่ได้เป็นตามที่คาดหวังไว้ก็ได้ ตัวอย่างก็มีให้เห็นกันมาแล้วในหลากหลายกรณี

วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย

 

Risk Spectrum” ของ ‘กองตราสารหนี้’…จัดตาม ‘ความเสี่ยงด้านเครดิต’ เพียงอย่างเดียว

เชื่อว่านักลงทุนส่วนใหญ่น่าจะคุ้นเคยกับ Risk Spectrum” ที่ปรากฏอยู่ในหนังสือชี้ชวนอยู่บ้างไม่มากก็น้อย เป็นเหมือนตัวช่วยนักลงทุนที่ทาง “สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)” ได้แบ่งระดับความเสี่ยงของกองทุนรวมออกเป็น 8 ระดับ (Risk Spectrum)
ตั้งแต่ความเสี่ยงที่มี ‘ความซับซ้อนต่ำ’ ไปจนถึงความเสี่ยงที่มีความมี ‘ความซับซ้อนสูง’ โดยแทนด้วยตัวเลขความเสี่ยงตั้งแต่ 1 – 8


“โดย ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.)’ จะเป็นผู้กําหนดให้ผู้ลงทุนทราบว่าแต่ละกองทุนนั้นมีความเสี่ยงอยู่ที่ระดับใด โดยอาศัย ‘Risk Spectrum’ นี้นั่นเอง”

 

มารู้จักกับ “Risk Spectrum” ของกลุ่ม ‘กองตราสารหนี้’ ตั้งแต่ 1 - 6

โฟกัสกันมาที่กลุ่ม “กองตราสารหนี้” กันโดยเฉพาะ มี Risk Spectrum ไล่กันตั้งแต่ 1-6 เลยทีเดียว อย่างไรก็ตามการจัดนี้ใช้ ‘ความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk)’ เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แบ่งได้ตามนี้

 

กลุ่มที่ ‘เสี่ยงต่ำสุด : “ความเสี่ยงระดับ1” ได้แก่ กลุ่ม ‘กองทุนตราสารตลาดเงินในประเทศ’ ที่มีนโยบายลงทุนในเงินฝาก, ตราสารหนี้ระยะสั้น ภาย ‘ในประเทศ’ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ตั้งแต่ 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ มีอายุเฉลี่ยของตราสารที่ลงทุนต่ำกว่า 1 ปี ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำสุด

 

กลุ่มที่ ‘เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ’ : ประกอบด้วย

-“ความเสี่ยงระดับ2” ได้แก่ กลุ่ม ‘กองตราสารตลาดเงินที่ลงทุนในต่างประเทศ’ ที่มีนโยบายลงทุนในเงินฝาก,  ตราสารหนี้ระยะสั้น เหมือนกลุ่มแรก แต่มีการลงทุนใน ‘ต่างประเทศบางส่วน’ ก็จะมีความเสี่ยงสูงขึ้นมาอีกระดับ เพราะมีเรื่อง ‘อัตราแลกเปลี่ยน’ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่โดยปกติกองทุนเหล่านี้ก็จะมีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเอาไว้

 

-“ความเสี่ยงระดับที่ 3” ได้แก่ กลุ่ม ‘กองทุนพันธบัตรรัฐบาล’ ที่มีนโยบายลงทุนในเงินฝาก, ตราสารหนี้ของภาครัฐ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีตั้งแต่ 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน อายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ที่ลงทุนจะยาวขึ้นมาอีกเฉลี่ยมากกว่า 1 ปี ก็จะมีความเสี่ยงขึ้นมาอีกระดับ

 

-“ความเสี่ยงระดับที่ 4” ได้แก่ กลุ่ม ‘กองทุนตราสารหนี้’ จะมีนโยบายลงทุนคล้ายกันกับระดับที่3 แต่จะมีการลงทุนใน ‘ตราสารหนี้เอกชน’ หรือ ‘หุ้นกู้’ เข้ามาด้วยที่ต่างกัน จึงทำให้ระดับความเสี่ยงเพิ่มขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง หรือมีการลงทุนในตราสารหนี้ ‘ต่ำกว่าระดับลงทุนได้ (Non-investment Grade)’ หรือ  ‘Unrated Bond’ ไม่เกิน 20% ของ NAV

 

 

 

 

“สำหรับ ‘กองตราสารหนี้’ ที่อยู่ใน Risk Spectrum 4 อันดับแรก ชื่อก็พอจะทำให้นึกออกอยู่บ้างไม่มากก็น้อย แต่ที่แฝงตัวอยู่ใน Risk Spectrum 5-6 นี้ จะถูกจัดชั้นเข้าไปอยู่ระดับความเสี่ยงเดียวกับ ‘กองทุนผสม’ และ ‘กองทุนหุ้น’ เลยทีเดียว”

 

กลุ่มที่ ‘เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง’ : เทียบความเสี่ยงระดับ ‘กองทุนผสม’ ได้แก่ “กองตราสารหนี้” ที่มีการการลงทุนในตราสารหนี้ ‘ต่ำกว่าระดับลงทุนได้ (Non-investment Grade)’ หรือ  ‘Unrated Bond’ ตั้งแต่ 20 – 60% ของ NAV

 

กลุ่มที่ ‘เสี่ยงสูง’ : เทียบระดับความเสี่ยงเท่ากับ ‘กองทุนหุ้น’ ได้แก่ “กองตราสารหนี้” ที่มีการการลงทุนในตราสารหนี้ ‘ต่ำกว่าระดับลงทุนได้ (Non-investment Grade)’ หรือ  ‘Unrated Bond’ ตั้งแต่ 60% ของ NAV


“โดย ‘กองตราสารหนี้’ ที่ลงทุนใน Non-Investment Grade/Unrated ‘ไม่น้อยกว่า 60%’ ของ NAV จะต้องมีการอธิบายลักษณะความเสี่ยงของกองทุน และให้ผู้ลงทุนลงนามในแบบรับทราบความเสี่ยงก่อนการลงทุนด้วย”


มาถึงตรงนี้ เชื่อว่านักลงทุนคงเห็นแล้วว่า “กองตราสารหนี้” ก็มีความเสี่ยงหลายระดับเช่นเดียวกัน ไม่ใช่เห็นเป็นกองตราสารหนี้แล้วจะ ‘เสี่ยงต่ำ’ ไปเสียทั้งหมด สังเกตจาก ‘Risk Spectrum’ ของกองทุนนั้นๆ ก็ได้ หรือสอบถามผู้ขายให้แน่ใจให้เข้าใจก่อนจะลงทุน...จะได้ลงทุนอย่างสบายใจนั่นเอง เพราะเรารู้แล้วว่า ลงทุนในกองตราสารหนี้ก็ ‘ไม่ได้ปลอดภัยเสมอไป’ นั่นเอง

Share: