สรุปมาตรการแบงก์ชาติ ที่คนเป็นหนี้ต้องรู้!!! จะได้รอดตายจาก Covid-19

เมื่อวานนี้ หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและมาตรการให้ความช่วยเหลือประชาชน จากผลกระทบ Covid-19 รอบใหม่ มาดูกันว่ามีมาตรการอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับรายย่อย โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนที่อาจจะได้รับผลกระทบจากการลดเงินเดือน หรือการต้องลดจำนวนคนในบริษัท เพื่อวางแผนรับมือ กรณีไม่สามารถรับผิดชอบรายจ่าย (หนี้) ได้ทั้งหมด


สำหรับรายย่อยหรือประชาชนทั่วไปที่มีภาระรายจ่ายรายเดือน ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อบ้านหรือสินเชื่อรถ บางคนอาจจะมีเจ้าหน้าที่ธนาคารติดต่อหา แต่ที่สำคัญกว่าคือ หากคุณรู้สึกว่าเริ่มไม่ไหว! หรือหักลบกับค่าใช้จ่ายแล้วแทบจะไม่มีเงินเหลือ ไหนจะต้องมีเงินเผื่อสำรองฉุกเฉิน หากจะต้องล็อคดาวน์ไปยาวๆ ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศว่า ลูกหนี้รายย่อยที่กำหนดครบกำหนดการผ่อนผันหนี้ถึง 31 ธ.ค.63 สามารถ “ขอรับความช่วยเหลือจากแบงก์ได้” โดยธปท.ไฟเขียวให้แบงก์พาณิชย์ขยายเวลาให้รายย่อยไปถึง 30 มิ.ย.64


โดยช่องทางที่ต้องการเคลียร์หนี้ในช่วงวิกฤติ Covid-19 ผู้บริโภคสามารถติดต่อธนาคารได้โดยตรง หรือผ่านทางช่องทางพิเศษ ซึ่งเป็นช่องทางและผู้ให้บริการร่วมกันแก้ไขปัญหาหนี้ เพื่อสู้ภัยเศรษฐกิจจาก Covid-19 โดยเฉพาะ ประกอบด้วย


1.คอลเซ็นเตอร์ หรือทาง Mobile App ของธนาคารหรือผู้ให้บริการทางการเงินแต่ละแห่ง (แบงก์ที่เราขอสินเชื่อ หรือต้องจ่ายหนี้)


2.ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) เบอร์ 1213


3.ทางด่วนแก้หนี้ https://www.1213.or.th/th/Pages/default.aspx


4.คลินิกแก้หนี้ (สำหรับลูกหนี้บัตรเครดิต หรือสินเชื่อบุคคลที่ไม่มีหลักประกันที่เป็น NPL) เบอร์ 02-6102266


ส่วนรายละเอียดนั้น ทางธปท.ได้แบ่งตามประเภท โดยนอกจากขยายเวลาออกไปถึงช่วงกลางปีนี้แล้ว สำหรับ

1.สินเชื่อบัตรเครดิต กรณีลูกหนี้ปกติ (ที่ไม่เป็น NPL ณ วันที่ 1 มี.ค.63) ออกมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ขั้นต่ำ คือให้เลือกว่าจะเปลี่ยนเป็นสินเชื่อระยะยาว 48 งวด หรือขยายเวลาชำระหนี้ โดยคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 12% (พิจารณาวงเงินตามความสามารถในการชำระหนี้)


2.สินเชื่อส่วนบุคคล ที่มีวงเงินหมุนเวียน เช่น บัตรกดเงินสด กรณีลูกหนี้ปกติ (ที่ไม่เป็น NPL ณ วันที่ 1 มี.ค.63) ออกมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ขั้นต่ำ คือ

2.1 ลดอัตราผ่อนขั้นต่ำ


2.2 สินเชื่อระยะยาว 48 งวด


2.3 ขยายเวลาชำระหนี้ โดยคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 22% (พิจารณาวงเงินตามความสามารถในการชำระหนี้)


3.สินเชื่อส่วนบุคคล ที่ผ่อนชำระเป็นงวด และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ออกมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ขั้นต่ำ คือ ลดค่างวดอย่างน้อย 30% โดยคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 22%


4.สินเชื่อเช่าซื้อ ออกมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ขั้นต่ำ คือ เลื่อนชำระค่างวด 3 เดือน (ต้นและดอก) หรือลดค่างวด (ขยายเวลาชำระหนี้)


5.สินเชื่อบ้าน ออกมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ขั้นต่ำ คือ

5.1 เลื่อนชำระค่างวดออกไป 3 เดือน (ทั้งต้นและดอก)


5.2 เลื่อนชำระเงินต้น 3 เดือน (คิดดอกเบี้ยตามความเหมาะสมอีกที)


5.3 ลดค่างวด โดยขยายเวลาชำระหนี้

 

 

(ที่มา : ธปท.)


ส่วนผู้หนี้กรณีอื่นๆ ที่ไม่ใช่ลูกหนี้ปกติ ก็สามารถติดต่อธนาคาร หรือ “คลินิกแก้หนี้” ได้โดยตรง โดยเจ้าหน้าที่จะให้ความช่วยเหลือเป็นรายเคส ซึ่งหากเป็นหนี้คาราคาซังและไม่มีความสามารถในการชำระ จะต้อง “ปรับโครงสร้างหนี้” อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ถือเป็น Wealth Management ในขั้นต้น สอดคล้องกับที่ผู้บริหารแบงก์ชาติ นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) บอกว่า มาตรการช่วยเหลือฯ ทางธปท.ได้ขอให้แบงก์ ตลอดจนสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เร่งช่วยเหลือลูกหนี้ในเชิงรุก เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ Covid-19

 

Share: