YGG จับมือ Zookeeper พัฒนาเกมบนโลกบล็อกเชน ดันธุรกิจโตก้าวกระโดด

YGG หรือ บริษัท อิ๊กดราซิล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในธุรกิจที่น่าสนใจและหาบริษัทที่เป็นคู่แข่งโดยตรงที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ไทย ได้ค่อนข้างยาก ซึ่งไตรมาส 2/64 ที่ผ่านมา บริษัททำผลงานได้น่าประทับใจ มีกำไรเติบโต 700% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเติบโตของเกมออนไลน์ Home sweet home survive ซึ่งก้าวถัดไป YGG กำลังจะก้าวเข้าสู่โลกของสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น คุณธนัช จุวิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร จะมาเป็นผู้ให้คำตอบ


คุณธนัช กล่าวว่า บริษัทกำลังก้าวไปสู่ Chapter 2 ต้นไม้แห่งโลกดิจิทัล ภายใต้ชื่อแผนธุรกิจว่า “Level up”  โดยแบ่งแผนการเติบโตออกเป็น 2 ส่วน สำหรับแผนที่ 1. เป็นการผสมผสานธุรกิจหลักที่ YGG มีความถนัดและมีประสบการณ์ ทั้งงานผลิตโฆษณาและภาพยนตร์ (VFX) ธุรกิจด้านภาพยนตร์แอนิเมชั่น รวมทั้งงานด้านเกมและอินโนเวชั่น  เพื่อยกระดับเข้าสู่เทคโนโลยีรูปแบบใหม่ที่กำลังเป็นเทรนด์ในตลาดโลก เพื่อสร้างรายได้บริษัทให้เติบโตแบบก้าวกระโดด ซึ่ง YGG สามารถตอบโจทย์การมาถึงของเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็น เงินเหรียญดิจิตอล , AR, VR , MR  ,Digital influencer ซึ่งต้องการ รูปแบบคอนเทนต์สดใหม่ และแตกต่าง พร้อมกับระบบสนับสนุนทั้ง Hardware และ Technology ใหม่ๆ 


โดยล่าสุดบริษัทประกาศความร่วมมือกับ Zookeeper ผู้เป็นแพลตฟอร์ม decentralized บนบล็อกเชน ร่วมทำเกมบนโลกบล็อกเชน เกิดการตอบรับที่เหนือความคาดหมาย  ติด Top Trending Cryptocurrencies ในประเทศสหรัฐอเมริกา และ อังกฤษ  ราคาเหรียญ ZOO ขึ้นไปทำสถิติสูงสุดพร้อมมูลค่าตลาดของเหรียญที่เพิ่มขึ้น 


ซึ่งความร่วมมือกับ Zookeeper ครั้งนี้ YGG จะเข้าไปสร้างและร่วมพัฒนาเกมให้กับ Zookeeper ซึ่งโมเดลธุรกิจของZooKeeper จะวางอยู่บนพื้นฐานของตัวโทเคนสกุล ZOO โดย ZooKeeper วางแผนที่จะขยายไปในเชนอื่นๆ อีกในอนาคต และทุกๆ การขยายเชนจะมีการเพิ่มเหรียญใหม่เข้าสู่ระบบ ซึ่งนอกเหนือจากค่าจ้างการผลิตเกมแล้ว YGG จะได้รับผลตอบแทนเป็นเหรียญใหม่บางส่วน นอกจากนี้ YGG ยังสามารถแบ่งรายได้จากการขายทรัพยากรในเกมและ NFT


ความร่วมมือในครั้งนี้จะทำให้เกมที่ผลิตโดย  YGG ได้รับความสนใจจากผู้เล่นทั่วโลกเพราะเกมได้ทั้งความสนุกและให้ผลตอบแทนด้วยทำให้สามารถดึงผู้เล่นกลุ่มใหม่เข้ามาได้ ภายใต้โมเดลของ Play-to-earn ซึ่งเป็นเทรนด์ใหญ่ของตลาดคริปโตที่กำลังได้รับความสนใจของตลาดเกม NFT โดยผู้เล่นจะได้รับรางวัลเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลในเกม ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบเหรียญคริปโตหรือทรัพยากรในเกมที่เป็นโทเคน เราคาดหวังว่าเกมของเราจะช่วยผลักดัน ZOO ให้มีศักยภาพเทียบเท่า Axie ผู้นำของเกม Play-to-earn ที่มีมูลค่าตลาดสูงถึง 7 พันล้านเหรียญสหรัฐคุณธนัช กล่าว


ส่วนแผนที่ 2 บริษัทจะมีการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรในการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) เพื่อตอบสนองความต้องการที่เหนือระดับให้ลูกค้า โดยการขึ้นสู่ธุรกิจต้นน้ำ สร้างฐานธุรกิจเพื่อการเติบโตในรูปแบบใหม่ จากปัจจุบันธุรกิจของ YGG  ให้บริการผลิตคอนเทนท์ VFX และ แอนิเมชั่น คุณภาพสูงให้กับตลาดต่างประเทศ และในประเทศ มีผลงานผ่านตามากมาย อาทิ เช่น Final fantasy Kingglave ,นาจา, Cinematic game ดังอื่นๆ , ผลงานโฆษณา รถยนต์ ยุโรปและ ญี่ปุ่น รวมทั้ง โฆษณาตัวใหญ่ในประเทศอีกหลายตัว  และในอนาคตอันใกล้นี้จะเห็นการ์ตูนและซีรีส์ที่ YGG จับมือ กับพันธมิตร สร้างสรรค์ผลงานระดับโลก


ปัจจุบันบริษัทมีฐานลูกค้าหลายประเทศ เช่น เกาหลี จีน ญี่ปุ่น ซึ่งระยะถัดไปอาจได้เห็นความร่วมมือเพื่อลงทุนและพัฒนาโครงการใหม่ในธุรกิจอนิเมชั่นและวิชวลเอฟเฟค คาดว่าจะได้เห็นความชัดเจนในปี 2565 ส่วนแหล่งที่มาของเงินลงทุน บริษัทยังเหลือเม็ดเงินจากการ IPO อยู่ ประมาณ 5 ล้านดอลลาร์ สำหรับการลงทุนใน 1-2 ปีข้างหน้า ซึ่งคาดว่าจะเป็นการยอยลงทุนที่ละโครงการ ขณะที่สัดส่วนเงินลงทุนจะขึ้นอยู่กับสัดส่วนที่บริษัทลงทุน


ในส่วนธุรกิจเกม YGG ได้ผันตัวจากการรับจ้างผลิตมาต่อยอดทำเกมของตัวเองอย่างเกม Home Sweet Home  Survive มียอดผู้เล่นกว่า 150,000 ราย  รวมทั้งยังมีเกมจ่อคิวในแผนที่อยู่ระหว่างการพัฒนา เสริมทัพ จนเป็นผู้ผลิตเกมระดับโลก อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมั่นใจว่ารายได้ปี 2564 จะสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมาย 15-20% ที่วางไว้ โดยปัจจุบันบริษัทมีงานที่รอรับรู้ประมาณ 140 ล้านบาท คาดว่าจะทยอยรับรู้ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2565

ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้