Official Update :

CPAXT โบรกฯ ประสานเสียง พิษปิดสาขากด Q3/69 ขาดทุน หวั่นกำไรปี 69-70 มีดาวน์ไซด์ ลุ้น Q4/69 ฟื้น แต่ต้นทุนยังกดดัน

กำลังเป็นที่จับตามองสำหรับแนวโน้มไตรมาส 3/69 ของ CPAXT หรือ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) เจ้าของธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกรายใหญ่ของประเทศไทย โดยนักวิเคราะห์หลายสำนักให้ความเห็นตรงกันว่า ไตรมาสนี้บริษัทอาจพลิกเป็นขาดทุน จากค่าใช้จ่ายพิเศษในการปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร


โดยบล.กรุงศรี ให้มุมมองว่า รายได้ของ CPAXT เติบโตไม่ทันค่าใช้จ่ายในการขายและการบริการ (SG&A) แม้ยอดขายจากสาขาเดิม (SSS) ของธุรกิจค้าส่งฟื้นตัวเป็น +1% แต่ SSS ของธุรกิจค้าปลีกอ่อนตัวลงเป็น -5% ขณะที่คาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายพิเศษหลังหักภาษี 1.66 พันล้านบาท จากการปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร ส่งผลให้ไตรมาส 3/69 มีโอกาสพลิกเป็นขาดทุนสุทธิ 55 ล้านบาท


ทั้งนี้ แม้คาดว่ากำไรปกติจะผ่านจุดต่ำสุดและกลับมาเติบโตจากช่วงเดียวกันปีก่อนในไตรมาส 4/69 แต่ประมาณการกำไรปี 2569-2570 ยังมี Downside จากผลกระทบสุทธิของการปิดสาขาที่ยังไม่ชัดเจน จึงยังไม่แนะนำเข้าลงทุน


ขณะที่บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) มองว่าผลประกอบการจะพลิกเป็นขาดทุนเช่นเดียวกัน โดยคาดไตรมาส 3/69 CPAXT จะขาดทุนสุทธิที่ 481 ล้านบาท หากไม่รวมรายการพิเศษจากค่าใช้จ่ายในการปิดสาขาราว 2.5 พันล้านบาท คาดกำไรปกติจะอยู่ที่ 1.4 พันล้านบาท ลดลงทั้งจากไตรมาสก่อนหน้าและจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามทิศทางกำลังซื้อที่อ่อนแอลง


ส่วนการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ในไตรมาส 3/69 ของธุรกิจ Makro คาดอยู่ที่ +1.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ธุรกิจ Lotus’s คาดอยู่ที่ -5.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอ่อนตัวลงหลังได้รับผลกระทบจากมาตรการไทยช่วยไทยพลัสเต็มไตรมาส


สำหรับกลยุทธ์ลงทุน คงคำแนะนำ “เก็งกำไร” หากนักลงทุนต้องการเข้าลงทุนแนะนำทยอยสะสมจังหวะที่ราคาหุ้นย่อตัวหลังช่วงการรายงานผลประกอบการไตรมาส 3/69 (คาดรายงานงบ 6 พ.ย. 69)


ด้านบล.บัวหลวง คาดกำไรหลักในไตรมาส 3/69 จะอยู่ที่ 1.5 พันล้านบาท ลดลง 21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การตัดจำหน่ายสินทรัพย์ (การปิดร้าน Lotus’s ขนาดเล็กที่ไม่ทำกำไรและสาขา makro 1 แห่งในกัมพูชา) จะส่งผลให้กำไรสุทธิพลิกเป็นขาดทุน 108 ล้านบาท


อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าผลประกอบการจะปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 4/69 ส่วนหนึ่งจากฐานกำไรที่ต่ำ อย่างไรก็ตาม แรงกดดันด้านต้นทุนยังคงมีนัยสำคัญ และมีโอกาสที่ตลาดจะปรับลดประมาณการกำไร จึงคงคำแนะนำ “ถือ”