ธปท.เตือนประชาชนลงทุนเงินดิจิทัลผันผวน-เสี่ยงสูง
ธปท. ชี้จุดอ่อนระบบการเงินไทย กดรายย่อยเข้าถึงสินเชื่อยาก ต้นทุนทางการเงินสูง เตือนประชาชนระมัดระวังลงทุนสกุลเงินดิจิทัล เหตุผันผวน-เสี่ยงสูง แนะศึกษาข้อมูลรอบด้าน
นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ด้านการเงินของโลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยจะเห็นได้ว่ามีการพัฒนาที่สะดวก รวดเร็ว ทันสมัย และตอบโจทย์ผู้บริโภคมากขึ้น โดยหากย้อนไปช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การให้บริการทางการเงินผ่านระบบดิจิทัล เช่น โมบายแบงกิ้ง มีการใช้เพียงปีละ 5 แสนบัญชี แต่ข้อมูลล่าสุดในช่วงมิ.ย. 2564 พบว่ามีผู้ใช้เพิ่มขึ้นเป็น 75 ล้านบัญชี ส่วนการใช้บริการอีเพย์เมนท์ในปัจจุบันมีเพิ่มมากถึง 15 เท่าจาก 10 ปีก่อน และการโอนเงินผ่านเน็ตในปัจจุบันที่เพิ่มขึ้นถึง 100 เท่าจาก 10 ปีก่อน เป็นต้น
“เมื่อมองไปข้างหน้าจะเห็นได้ว่าในภาคการเงินย่อมจะมีผู้เล่นใหม่ ๆ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการให้บริการมากขึ้น โดยอาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เล่นที่อยู่ในภาคการเงินเองเสมอไป แต่อาจมาจากธุรกิจอื่น ๆ รวมถึงธุรกิจที่เข้ามาเชื่อมต่อโดยตรง ทำให้การให้บริการทางการเงินไม่จำเป็นต้องมีตัวกลาง ดังนั้นการเงินในอนาคตจะมีการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้น ผู้เล่นหน้าใหม่จะมีมากขึ้น และการเข้าถึงบริการทางการเงินจะต้องเป็นแบบ Any time, Any where, Any device” นายเศรษฐพุฒ กล่าว
ทั้งนี้ แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางการเงินที่รวดเร็วนั้น จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อสามารถตอบโจทย์ผู้ใช้บริการได้อย่างตรงจุด สามารถแก้ปัญหาข้อบกพร่องในอดีตได้ และมีการพัฒนาต่อยอดไปสู่นวัตกรรมทางการเงินในรูปแบบที่หลากหลายขึ้น โดยทิศทางที่เปลี่ยนไปรวดเร็วนั้น จะต้องเปลี่ยนให้สามารถตอบโจทย์คนได้อย่างชัดเจน สามารถปิดจุดอ่อนของระบบการชำระเงินไทยในปัจจุบันได้
นายเศรษฐพุฒ กล่าวว่า จุดอ่อนของระบบการเงินไทยในปัจจุบันนั้น มองว่า ไม่ใช่เรื่องระบบการชำระเงิน และไม่ใช่เรื่องเสถียรภาพของค่าเงิน แต่จุดอ่อนสำคัญของระบบการเงินไทยที่เห็นชัดเจนใน 2 เรื่องขณะนี้ คือ 1.การเข้าถึงสินเชื่อของภาคธุรกิจขนาดย่อม ซึ่งพบว่ายังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินจากธนาคารพาณิชย์ และ 2.การโอนเงินระหว่างประเทศที่ยังมีต้นทุนสูง ดังนั้นใน 2 ส่วนนี้ จึงควรที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต
อย่างไรก็ดี ยอมรับว่า ระบบการเงินดิจิทัลนอกจากจะสร้างผู้เล่นใหม่ ๆ เข้ามาเป็นผู้ให้บริการในภาคการเงินที่หลากหลาย ซึ่งทำให้เกิดการแข่งขันมากขึ้นแล้ว ก็ยังเป็นการสร้างความท้าทายต่อ ธปท.ในฐานะผู้กำกับดูแลเป็นอย่างมาก ซึ่ง ธปท.จำเป็นต้องคำนึงถึงทั้งมิติในด้านความเสี่ยง และมิติของประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตควบคู่กันไป โดยในส่วนของประชาชนใช้ความระมัดระวังจากการที่จะเข้าไปลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล เนื่องจากมีความผันผวนมาก นำมาซึ่งความเสี่ยงสูงเช่นกัน การจะเข้าไปลงทุนในส่วนนี้จึงต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ และควรมีข้อมูลการลงทุนที่รอบด้าน
นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ด้านการเงินของโลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยจะเห็นได้ว่ามีการพัฒนาที่สะดวก รวดเร็ว ทันสมัย และตอบโจทย์ผู้บริโภคมากขึ้น โดยหากย้อนไปช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การให้บริการทางการเงินผ่านระบบดิจิทัล เช่น โมบายแบงกิ้ง มีการใช้เพียงปีละ 5 แสนบัญชี แต่ข้อมูลล่าสุดในช่วงมิ.ย. 2564 พบว่ามีผู้ใช้เพิ่มขึ้นเป็น 75 ล้านบัญชี ส่วนการใช้บริการอีเพย์เมนท์ในปัจจุบันมีเพิ่มมากถึง 15 เท่าจาก 10 ปีก่อน และการโอนเงินผ่านเน็ตในปัจจุบันที่เพิ่มขึ้นถึง 100 เท่าจาก 10 ปีก่อน เป็นต้น
“เมื่อมองไปข้างหน้าจะเห็นได้ว่าในภาคการเงินย่อมจะมีผู้เล่นใหม่ ๆ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการให้บริการมากขึ้น โดยอาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เล่นที่อยู่ในภาคการเงินเองเสมอไป แต่อาจมาจากธุรกิจอื่น ๆ รวมถึงธุรกิจที่เข้ามาเชื่อมต่อโดยตรง ทำให้การให้บริการทางการเงินไม่จำเป็นต้องมีตัวกลาง ดังนั้นการเงินในอนาคตจะมีการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้น ผู้เล่นหน้าใหม่จะมีมากขึ้น และการเข้าถึงบริการทางการเงินจะต้องเป็นแบบ Any time, Any where, Any device” นายเศรษฐพุฒ กล่าว
ทั้งนี้ แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางการเงินที่รวดเร็วนั้น จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อสามารถตอบโจทย์ผู้ใช้บริการได้อย่างตรงจุด สามารถแก้ปัญหาข้อบกพร่องในอดีตได้ และมีการพัฒนาต่อยอดไปสู่นวัตกรรมทางการเงินในรูปแบบที่หลากหลายขึ้น โดยทิศทางที่เปลี่ยนไปรวดเร็วนั้น จะต้องเปลี่ยนให้สามารถตอบโจทย์คนได้อย่างชัดเจน สามารถปิดจุดอ่อนของระบบการชำระเงินไทยในปัจจุบันได้
นายเศรษฐพุฒ กล่าวว่า จุดอ่อนของระบบการเงินไทยในปัจจุบันนั้น มองว่า ไม่ใช่เรื่องระบบการชำระเงิน และไม่ใช่เรื่องเสถียรภาพของค่าเงิน แต่จุดอ่อนสำคัญของระบบการเงินไทยที่เห็นชัดเจนใน 2 เรื่องขณะนี้ คือ 1.การเข้าถึงสินเชื่อของภาคธุรกิจขนาดย่อม ซึ่งพบว่ายังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินจากธนาคารพาณิชย์ และ 2.การโอนเงินระหว่างประเทศที่ยังมีต้นทุนสูง ดังนั้นใน 2 ส่วนนี้ จึงควรที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต
อย่างไรก็ดี ยอมรับว่า ระบบการเงินดิจิทัลนอกจากจะสร้างผู้เล่นใหม่ ๆ เข้ามาเป็นผู้ให้บริการในภาคการเงินที่หลากหลาย ซึ่งทำให้เกิดการแข่งขันมากขึ้นแล้ว ก็ยังเป็นการสร้างความท้าทายต่อ ธปท.ในฐานะผู้กำกับดูแลเป็นอย่างมาก ซึ่ง ธปท.จำเป็นต้องคำนึงถึงทั้งมิติในด้านความเสี่ยง และมิติของประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตควบคู่กันไป โดยในส่วนของประชาชนใช้ความระมัดระวังจากการที่จะเข้าไปลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล เนื่องจากมีความผันผวนมาก นำมาซึ่งความเสี่ยงสูงเช่นกัน การจะเข้าไปลงทุนในส่วนนี้จึงต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ และควรมีข้อมูลการลงทุนที่รอบด้าน
Most Viewed
Stock of the Day
ก.ล.ต. ลงดาบ 18 ราย ร่วมสร้างราคาหุ้น META สั่งปรับ-ชดใช้รวมกว่า 172 ล้านบาท พร้อมห้ามเทรด-นั่งกรรมการสูงสุด 102 เดือน
Updated 18 hours ago
Stock of the Day
GULF เสริมพอร์ตสีเขียว เดินเครื่องโซลาร์ 135 MW จ่ายไฟ กฟผ. รับสัญญาซื้อขายยาว 25 ปี จ่อ COD เพิ่ม 4 โครงการ 235.6 MW ปลายปี 69
Updated 21 hours ago
News Highlight
TTA ร่วมสนับสนุนงาน “ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” พร้อมส่งมอบรถฉุกเฉินไฟฟ้า King Long และ NIU มูลค่ากว่า 2 ลบ.
Updated 19 hours ago
Digital Asset
ก.ล.ต. กล่าวโทษผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Holdstation และ UNO พร้อมผู้สนับสนุน กรณีประกอบธุรกิจนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต
Updated 19 hours ago
Stock of the Day
CPF ลุยธุรกิจน้ำดื่ม! ทุ่ม 335 ลบ. ถือ BREW 51% โบรกฯ ชี้ดีลไม่แพง ต่อยอดระยะยาว จับตากำไรครึ่งปีหลังฟื้น ให้เป้า 25 บ.
Updated 2 hours ago
Follow Us
News Update
News Highlight
ATLAS หุ้นดีอัพไซด์เพียบ! -โบรกฯ เคาะเป้าสูงสุด 3.20 บ.
