ชี้ “ดอกเบี้ยขาขึ้น” ยังไม่จบ แม้ ‘เงินเฟ้อ’ ชะลอตัว -กดดัน “สินทรัพย์เสี่ยง”... แนะนักลงทุน “ใช้ความระมัดระวัง” พร้อมชู ‘หุ้นจีน’ เด่นสุด !!!
Fun of Funds: ภาวการณ์ลงทุน “ตลาดหุ้นทั่วโลก” ในช่วงที่ผ่านมา ได้รับแรงกดดันภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจมีแนวโน้มจะถดถอยลงพร้อมกับนโยบายการเงินการการคลังก็มีความเข้มงวดมากขึ้น อย่าง ‘อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น’
แม้ตลาดจะมองสัญญาณ “เงินเฟ้อ” ชะลอตัวลงก็ตาม แต่โดยรวก็ยังสูงทั่วโลกและนั่นยังคงทำให้ “ธนาคารกลาง” มีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยกดดันตลาดการลงทุนโลกต่อเนื่องอย่างเลี่ยงไม่ได้
ซึ่งปัจจัยดังกล่าวก็ยังจะคงอยู่มาถึงในช่วงครึ่งปีหลังด้วยเช่นกัน แต่ข้อสงสัยของนักลงทุนน้อยใหญ่เกี่ยวกับปัจจัยนี้จะยังเป็นสิ่งรบกวน “ตลาดหุ้น” หรือไม่?
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้มีการคำแนะนำและมุมมองการลงทุนที่อาจเป็นประโยชน์ในช่วงครึ่งปีหลัง มาแบ่งปันผู้อ่านและผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้
มอง “ดอกเบี้ยขาขึ้น” ยังกดดันตลาดลงทุนโลก...แนะ “ระมัดระวัง” ในกลุ่มสินทรัพย์เสี่ยง
โดยบทวิเคราะห์ “บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน)” ให้มุมมองว่า ภาวะการลงทุนยังคงได้รับแรงกดดันจากด้านลบจากนโยบายทางการเงินของนานาประเทศที่ยังเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสหรัฐฯ หลังจากมีการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มขึ้นเป็น 0.75% เป็น 1.5%-1.75% และอาจปรับขึ้นต่ออีก 0.75% ในการประชุมครั้งต่อไปซึ่งอาจส่งผลทำให้เศรษฐกิจเข้าสู่ “ภาวะถดถอย” เร็วและยากต่อการบริหารจัดการให้เศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป
“ซึ่งผลจาก ‘เงินเฟ้อทั่วโลกสูง’ ขึ้นกว่าที่คาดกาณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ธนาคารกลางจึงเร่งการใช้นโยบายการเงินเข้มงวดขึ้นเพื่อให้ระดับราคามีเสถียรภาพ โดยเฉพาะเมื่อเริ่มมีสัญญาณเงินเฟ้อระยะยาวอยู่นอกการควบคุมเราจึงคาดว่าธนาคารกลางจะปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง”
โดยรวมยังคงมุมมอง “ระมัดระวัง” ต่อการลงทุนโดยเฉพาะใน ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ จนกระทั่งเงินเฟ้อได้ผ่านระดับสูงสุดหรือการเติบโตของเศรษฐกิจชะลอลงจนใกล้ถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งนักลงทุนจำเป็นต้องติดตามปัจจัยเหล่านี้อย่างใกล้ชิดเพื่อให้เห็นแนวโน้มเงินเฟ้อ ประกอบไปด้วยพลวัตของราคาพลังงานที่เกี่ยวข้องกับยูเครน, สภาวะห่วงโซ่อุปทาน, สถานการณ์โควิดในจีน และการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เปลี่ยนจากภาคการผลิตเป็นบริการ
มองบวก “หุ้นจีน” รับแรงกระตุ้นศก.ภาครัฐ...ส่วน “หุ้นสหรัฐ” แนะเลือกกลุ่ม Defensive ลงทุนฝ่า ‘ตลาดหมี’
แต่อย่างไรก็ดีมี “มุมมองเป็นบวก” เพิ่มมากขึ้นสำหรับ “ตลาดหุ้นจีน” (Slightly Positive) หลังจากเศรษฐกิจมีการฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องหลังจากคลายล็อคดาวน์ รัฐบาลมีการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่และการผ่อนคลายมาตรการเรื่องอสังหาริมทรัพย์ในบางมณฑล แต่อุปสงค์ในประเทศยังคงอ่อนแอ

“ส่วน ‘ตลาดหุ้นสหรัฐฯ’ ให้เน้นการลงทุนในกลุ่ม Defensive และปรับตัวได้ดีในภาวะเงินเฟ้อ อาทิกลุ่ม Healthcare เนื่องจากเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่สูงกว่าคาดเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญต่อตลาดและทำให้นักลงทุนกังวลอย่างมากต่อการปรับนโยบายของเฟด สะท้อนความกังวลว่าจะมีภาวะเศรษฐกิจถดถอย ปัจจัยทั้งหมดนี้ทำให้ตลาดสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะตลาดหมี”
เปิดโผ “กองทุนเด่น” ครึ่งปีหลังจาก “บล.กรุงศรี”
สำหรับกองทุนแนะนำ ประกอบไปด้วย
-ตลาดเงิน: SCBTMFPLUS-I, KFCASH-A
-ตราสารหนี้ในประเทศ: KFSPLUS, KFAFIX-A
-ต่างประเทศ: TMBGINCOME (UGIS-N, KF-CSINCOM, SCBINC)
-การลงทุนทางเลือก อสังหาฯ: SCBPINA , KT-PIF-A
-ทองคำ: KF-HGOLD (SCBGOLDH)
-ตราสารทุน (หุ้น) ทั่วโลก: TMBGQG, MGFGA, KFGG-A
-หุ้นสหรัฐฯ: K-US500X, B-USALPHA, KFUS-A
-หุ้นยุโรป: K-EUX, MEURO, KT-EURO (K-EUSMALL)
-หุ้นญี่ปุ่น: KFJPINDX-A (SCBNK225), KFJPSCAP-A
-หุ้นจีน: UCI, K-CHINA-A(A), KFCMEGA-A
-หุ้นอินเดีย: B-BHARATA, K-INDX
-หุ้นเวียดนาม: PRINCIPAL VNEQ-A, B-VIETNAM
-หุ้นไทย: K-STEQ, TSF-A, M-MIDSMALL-A
“การลงทุนตามหมวดอุตสาหกรรม ทยอยสะสมกองหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์: KFHHCARE-A, SCBIHEALTH(A) ทยอยสะสมกองหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี: B-INNOTECH, KFHTECH-A, K-ATECH และซื้อเมื่อย่อตัวกองหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาด: K-CLIMATE, SCBCLEANA, UEV”
สำหรับโผ “กองทุนแนะนำ” จาก “บล.กรุงศรี” ในครั้งนี้ น่าจะเป็นไอเดียให้กับนักลงทุนที่กำลังมองหากองทุนเพื่อลงทุนได้ไม่มากก็น้อย ที่สำคัญอย่าลืม “จัดสรรเงินลงทุน” (Asset Allocation) และเลือกลงทุนให้เหมาะสมกับความสามารถในการรับความเสี่ยงของตัวคุณเองด้วยเช่นกัน
